Show Posts

This section allows you to view all posts made by this member. Note that you can only see posts made in areas you currently have access to.


Messages - deam205

Pages: [1] 2 3 ... 101
1

เมื่อวันที่ 25 ก.ค.64 หลังจากโลกออนไลน์แชร์ภาพการฉีดวัคซีนเข็ม 3 ให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บ้านใหม่ไชยพจน์ อ.บ้านใหม่ไชยพจน์ จ.บุรีรัมย์ และมีการวิจารณ์กันเป็นวงกว้าง ว่าเป็น "ประเทศบุรีรัมย์" รวมถึงวิจารณ์การทำงานของ รมว.สาธารณสุข ว่าเอาวัคซีนมากระจุกที่จังหวัดเดียว

ล่าสุด ได้มีเอกสารการชี้แจงของสาธารณสุขจังหวัดออกมาแล้วว่า ตามที่ปรากฏว่ามีการเผยแพร่ผ่านระบบคอมพิวเตอร์และสื่อสังคม ออนไลน์ เรื่องการฉีดวัคซีน แอสตร้าเซนเนก้า (AstraZeneca) เข็มที่ 3 ในเขตพื้นที่ของจังหวัดบุรีรัมย์ ทางสํานักงานสาธารณสุขจังหวัดบุรีรัมย์ ขอชี้แจงดังนี้

เนื่องจากมีการการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อโควิด-19 มากขึ้น รัฐบาลจึงมีนโยบายในการฉีดวัคซีนให้กับบุคลากรทางการแพทย์และบริการด่านหน้า เพื่อเป็นการกระตุ้นภูมิคุ้มกันให้มีศักยภาพในการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคมากขึ้น ตามมติคณะกรรมการโรคติดต่อแห่งชาติ เมื่อวันที่ 16 ก.ค.64 ประกอบกับมีข้อสั่งการของกระทรวงสาธารณสุข เมื่อวันที่ 9 ก.ค.64 ที่ให้มีการฉีดวัคซีนกระตุ้น เข็มที่ 3 แก่บุคลากรการแพทย์และสาธารณสุข

จึงเป็นเหตุให้สํานักงานสาธารณสุขจังหวัดบุรีรัมย์และโรงพยาบาลในสังกัดทุกแห่ง จัดเตรียมวัคซีน จํานวน 7,964 โดส เพื่อฉีดให้บุคลากรทางการแพทย์และผู้ให้บริการด่านหน้า และได้ดําเนินการฉีดวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้า กระตุ้นเข็มที่ 3 ให้กับบุคลากรทางการแพทย์และบริการด้านหน้าแล้ว จํานวน 3,533 คน เพื่อเป็นการสร้างขวัญกําลังใจและความปลอดภัยแก่บุคลากรการแพทย์และบุคลากร ด่านหน้าตามนโยบายดังกล่าว

ทั้งนี้สาธารณสุขจังหวัดบุรีรัมย์ และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง จะเดินทางไปตรวจสอบพื้นที่ของ อ.บ้านใหม่ไชยพจน์ อีกครั้งเพื่อเป็นขวัญและกำลังใจหลังถูกโจมตี

ลาสุด นายธัชกร หัตถาธยากูล ผู้ว่าฯบุรีรัมย์ ได้ออกหนังสือรายงานการแต่งตั้งกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง ไปยังปลัดกระทรวงสาธารณสุข ด้วยปรากฏข้อมูลตามสื่อโซเชียล สังคมออนไลน์ กรณีมีกระแสข่าวการฉีดวัคซีน ในพื้นที่ของอำเภอบ้านใหม่ไชยพจน์ ให้กับเจ้าหน้าที่ที่บริการด่านหน้าอื่นที่ไม่ใช่บุคลากรทางการแพทย์โดยตรง ในการเฝ้าระวังป้องกันควบคุมการติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ก่อให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับการบริหารจัดการการฉีดวัคซีนของหน่วยงานภาครัฐนั้น จึงได้ดำเนินการออกคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงในเรื่องดังกล่าวแล้ว ผลการสอบข้อเท็จจริงเป็นประการใดจะได้แจ้งให้ทราบต่อไป.

5

ตลอดระยะเวลากว่า 8 ปีมานี้ เชื่อว่าคงไม่มีนักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างชาติคนไหนไม่รู้จัก “ฉลอง เบย์” (Chalong Bay) รัมระดับโลกที่ผลิตขึ้นที่ตำบลฉลอง อำเภอเมือง จังหวัดภูเก็ต อันเป็นแหล่งท่องเที่ยวชื่อดังของนักท่องเที่ยวทั่วโลก เมื่อมาเยือนภูเก็ตจะต้องแวะเวียนมาสัมผัสประสบการณ์ที่ ฉลอง เบย์ สักครั้งหนึ่งในชีวิต ซึ่งที่นี่มีทั้งศูนย์การเรียนรู้ บาร์ และร้านอาหาร


“เล็ก - ชินวิช รัตนชินกร” หุ้นส่วน ฉลอง เบย์ ประเทศไทย เหล้ารัมสัญชาติไทยที่โด่งดังในระดับโลก เล่าให้ฟังว่า ตั้งแต่เกิดสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ส่วนที่เป็นร้านอาหารและบาร์ ได้ปิดให้บริการลูกค้าไปและจะยังไม่เปิดให้บริการในช่วงนี้ แต่ในส่วนที่เป็นศูนย์การเรียนรู้เรื่องการผลิตเหล้ารัมในประเทศไทย เปิดให้นักท่องเที่ยวที่มาเป็นหมู่คณะ ได้เข้ามาเยี่ยมชมพื้นที่ได้เป็นปกติ เพียงแค่ต้องติดต่อล่วงหน้าไว้ก่อน ดังนั้น ในวันที่เริ่มนโยบายเปิดเกาะนี้ ภายในศูนย์เรียนรู้แทบไม่ต้องเตรียมความพร้อมอะไรเลย เพราะที่ผ่านมาได้ปฏิบัติตามมาตรการของกระทรวงสาธารณสุขทุกประการอยู่แล้ว


“ถึงแม้ว่าร้านอาหารเราจะปิดให้บริการ แต่ก็มีการเช็ดถูทำความสะอาดพ่นยาฆ่าเชื้อตลอดเวลา โดยเฉพาะ ที่ศูนย์การเรียนรู้การผลิตเหล้ารัม ซึ่งเราได้เปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชมเป็นปกติ เพียงแค่เปลี่ยนจากการวอล์กอินเข้ามา เป็นการแจ้งการเข้าเยี่ยมชมล่วงหน้า และปรับเป็นการเยี่ยมชมเป็นหมู่คณะเท่านั้น ซึ่งที่ผ่านมาเราก็ได้ปฏิบัติตามหลักนิวนอร์มอลทุกประการอยู่แล้ว ที่สำคัญ พนักงานทุกคนได้รับการฉีดวัคซีนครบ 2 เข็มแล้ว ดังนั้น นักท่องเที่ยวทุกคนจึงมั่นใจได้ในความปลอดภัย”


ชินวิชเล่าต่อว่า เมื่อ 7 ปีที่แล้วอาจจะมีแต่นักท่องเที่ยวต่างชาติที่รู้จัก "ฉลอง เบย์” (Chalong Bay) เพราะแนวคิดในการผลิต “ฉลอง เบย์” เกิดขึ้นมาจากผู้หญิงชาวฝรั่งเศสคนหนึ่ง ที่เคยติดอยู่บนเกาะแห่งหนึ่งในภูเก็ต ช่วงที่ประเทศไทยประสบกับภัยพิบัติสึนามิ ซึ่งเธอได้รับความช่วยเหลือและดูแลจากคนไทยเป็นอย่างดี จึงเกิดความประทับใจต่อคนไทยเป็นอย่างมาก และคิดว่าอยากตอบแทนคนไทยด้วยการทำอะไรสักอย่าง จึงเริ่มผลิตเหล้ารัมแบรนด์ของคนไทยขึ้นมา และที่ผ่านมามีชาวต่างชาติเข้ามาเที่ยวชมวิธีการผลิตจำนวนมาก แต่ช่วงที่เกิดสถานการณ์โควิด นักท่องเที่ยวต่างชาติก็ลดลง ขณะเดียวกัน กลับมีนักท่องเที่ยวชาวไทยสนใจมาศึกษาการผลิตเหล้ารัม และการผสมเครื่องดื่มค็อกเทลมากขึ้น

“ก่อนหน้านี้ในแต่ละวันจะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติ เดินทางเข้ามาศึกษาการผลิตเหล้ารัมเป็นจำนวนมาก จนต้องจัดคิวในการเข้าชมแต่ละวัน เพราะส่วนใหญ่อยากมาชมการผลิตเหล้ารัมที่มีส่วนผสมธรรมชาติ 100% เราได้คัดเลือกน้ำอ้อยออร์แกนิคมาเพียงแค่สายพันธุ์เดียว และส่วนผสมอื่นจากประเทศไทยและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยวัตถุดิบทุกชนิดล้วนมาจากเกษตรกรในท้องถิ่น โดยยึดเทคนิคและกรรมวิธีการผลิตแบบดั้งเดิม พิถีพิถันและใส่ใจในทุกกระบวนการผลิตทุกขั้นตอนตามแบบงานฝีมือ แต่เมื่อมีการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 จึงไม่มีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติเข้ามาเที่ยวชมเหมือนแต่ก่อน แต่ก็ยังโชคดีที่ยังมีนักท่องเที่ยวชาวไทยบางกลุ่ม ที่สนใจเรื่องการมิกซ์เครื่องดื่มเข้ากับรัมในหลากหลายรสชาติมาเรียนรู้บ้าง จึงทำให้เรายังคงเปิดศูนย์การเรียนรู้เรื่อยมา แม้จะมีนักท่องเที่ยวบางตาไปกว่าเมื่อก่อนเป็นอย่างมาก”

เพราะเป็นเครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์ จึงทำให้ ฉลอง เบย์ ไม่สามารถทำการโปรโมทส่งเสริมการขาย ดึงดูดลูกค้าให้มาเที่ยวชมได้เหมือนสินค้าอื่นทั่วไป แต่เขาได้จับมือกับ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ทำการโปรโมทการท่องเที่ยวรูปแบบใหม่ภายในศูนย์การเรียนรู้ ที่เน้นกระบวนการผลิตรัมจากต้นน้ำสู่ปลายน้ำ ผ่านช่องทางโซเชียลมีเดียต่างๆ


“เมื่อก่อนเราจะโปรโมทสินค้าผ่านทางร้านอาหารเป็นหลัก แต่ตอนนี้ร้านอาหารปิดเราจึงโปรโมทศูนย์การเรียนรู้ของเราผ่านทางโซเชียลต่างๆ โดยเฉพาะ การร่วมมือกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย จัดทำสกู๊ปประชาสัมพันธ์ให้นักท่องเที่ยวเข้ามาชมการท่องเที่ยวรูปแบบใหม่ ภายในศูนย์ที่เน้นการดูแลจากต้นน้ำสู่ปลายน้ำ ซึ่งเราจะเน้นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของเรา ที่ได้นำผลิตภัณฑ์ภายในประเทศ โดยเฉพาะ ภายในชุมชน มาเป็นวัตถุดิบสำคัญในการผลิตเครื่องดื่มทุกชนิด อันเป็นการแสดงออกถึงความเคารพต่อสิ่งแวดล้อม และความยั่งยืนของชุมชน (Sustainable) ในระยะยาว โดยหลอมรวมมรดกอันล้ำค่าจากสองซีกโลก ด้วยการนำวัฒนธรรมอันยาวนานในการเพาะปลูกต้นอ้อยของไทย ผสมผสานกับกรรมวิธีและความเชี่ยวชาญในการผลิตสุราอันเลื่องชื่อจากฝรั่งเศส”



ท่ามกลางแสงสว่างรำไรกำลังจะก่อตัวขึ้นในเดือนกรกฎาคมนี้ ในรูปแบบภูเก็ตแซนด์บอกซ์ ชินวิชคาดหวังว่าจะเห็นเศรษฐกิจประเทศไทย โดยเฉพาะ การท่องเที่ยวน่าจะฟื้นตัว เป็นสัญญาณที่ดีให้อีกหลายจังหวัดได้นำไปปรับใช้ เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวกันต่อไป



“เราอยากให้การเปิดเกาะภูเก็ตในครั้งนี้ เป็นต้นแบบให้อีกหลายจังหวัดนำไปปรับใช้กันในรูปแบบต่างๆ ต่อไป เราไม่ได้คาดหวังว่า การเปิดประเทศรอบนี้ จะมีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติเข้ามาท่องเที่ยวหนาตาเหมือนดังแต่ก่อน เพราะช่วงนี้ภาคใต้อยู่ในช่วงโลว์ซีซันส์ เป็นฤดูฝน ไม่ค่อยมีนักท่องเที่ยวจากยุโรปเข้ามาหนาตาอยู่แล้ว ช่วงที่ไฮซีซันส์ของบ้านเราจะอยู่ประมาณเดือนตุลาคมถึงธันวาคม แต่การที่ได้ทดลองเปิดเกาะก็เป็นนิมิตหมายอันดี ที่ต้องค่อยๆ เป็นค่อยๆ ไป ช่วงแรกอาจมีปัญหาบ้างแต่ทุกภาคส่วนต้องร่วมมือกัน ไม่เช่นนั้นทุกอย่างก็จะเริ่มต้นไม่ได้”

6


บริษัท การบินไทยฯ ได้ปรับเส้นทางบินเพื่ออำนวยความสะดวกให้กับผู้โดยสารในโครงการภูเก็ตแซนด์บ๊อกซ์ ที่ต้องการเดินทางจากภูเก็ตไปยังยุโรปได้อย่างสะดวกสบาย โดยไม่ต้องแวะเปลี่ยนเครื่องที่กรุงเทพฯ จำนวน 2 เส้นทางบิน

นายนนท์ กลินทะ ประธานเจ้าหน้าที่สายการพาณิชย์ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน)เปิดเผยว่า ตามที่สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.) ได้ออกประกาศแนวปฏิบัติสำหรับการให้บริการเที่ยวบินเส้นทางบินภายในประเทศ จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 โดยห้ามมิให้สายการบินปฏิบัติการบินรับส่งผู้โดยสารเข้าหรือออกพื้นที่ที่กำหนดเป็นพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด (พื้นที่สีแดงเข้ม) โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 21 กรกฎาคม 2564 เป็นต้นไป จนกว่าสถานการณ์ดังกล่าวจะสิ้นสุดลงนั้น บริษัท การบินไทยฯ ได้ปรับเส้นทางบินเพื่ออำนวยความสะดวกให้กับผู้โดยสารในโครงการภูเก็ตแซนด์บ๊อกซ์ ที่ต้องการเดินทางจากภูเก็ตไปยังยุโรปได้อย่างสะดวกสบาย โดยไม่ต้องแวะเปลี่ยนเครื่องที่กรุงเทพฯ จำนวน 2 เส้นทางบิน ตามรายละเอียดดังต่อไปนี้

-เที่ยวบินที่ ทีจี 922 เส้นทางบินเดิม กรุงเทพฯ-แฟรงก์เฟิร์ต เปลี่ยนเป็น กรุงเทพฯ-ภูเก็ต-แฟรงก์เฟิร์ต ทำการบินทุกวันพฤหัสบดี เริ่มตั้งแต่วันที่ 29 กรกฎาคม 2564 เป็นต้นไป ออกเดินทางจากกรุงเทพฯ เวลา 19.55 น. ถึงภูเก็ต เวลา 21.25 น. ออกเดินทางจากภูเก็ต เวลา 22.40 น. เดินทางถึงแฟรงก์เฟิร์ต เวลา 06.00 น. (เวลาท้องถิ่น) ในวันถัดไป

-เที่ยวบินที่ ทีจี 916 เส้นทางบินเดิม กรุงเทพฯ-ลอนดอน เปลี่ยนเป็น กรุงเทพฯ-ภูเก็ต-ลอนดอน ทำการบินทุกวันศุกร์ เริ่มตั้งแต่วันที่ 30 กรกฎาคม 2564 เป็นต้นไป ออกเดินทางจากกรุงเทพฯ เวลา 21.10 น. ถึงภูเก็ต เวลา 22.40 น. ออกเดินทางจากภูเก็ต เวลา 23.55 น. เดินทางถึงลอนดอน เวลา 07.15 น. (เวลาท้องถิ่น) ในวันถัดไป

ทั้งนี้ ผู้โดยสารที่มีบัตรโดยสารในเส้นทางจากภูเก็ตไปยัง ปารีส ซูริก และโคเปนเฮเกน และต้องการเดินทางในเที่ยวบินดังกล่าว สามารถเปลี่ยนแปลงบัตรโดยสารได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย โดยสอบถามรายละเอียดตารางบิน พร้อมสำรองที่นั่งได้ที่เว็บไซต์ thaiairways.com และสำนักงานขายการบินไทย หรือ THAI Contact Center โทร. 0-2356-1111 ทุกวัน (เวลา 08.00-17.00 น.)

7


ดร.คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ พร้อมสถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์เเละเทคโนโลยี (สสวท.) จัดทำ โครงการ Project-14 สนับสนุนอำนวยความสะดวกการเรียน Online ครบทุกวิชาวิทยาศาสตร์คณิตศาสตร์กว่า 2000 คลิป รับมือสถานการณ์วิกฤตโควิด-19 มั่นใจผู้เรียนจะได้รับความรู้เทียบเท่าในห้องเรียน เดินหน้าพัฒนาทรัพยากรมนุษย์สู่ศตวรรษที่ 21

ดร.คุณหญิงกัลยา กล่าวว่า การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์เพื่อรองรับศตวรรษที่ 21 การศึกษาถือเป็นหัวใจสำคัญของการพัฒนาประเทศ จะต้องเปลี่ยนการเรียนรู้ให้เป็นเรื่องง่าย สนุก ยืดหยุ่น และมีประสิทธิภาพ ยิ่งปัจจุบันสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ทำให้ต้องเกิดการปฏิรูปโดยตรงถึงเยาวชนให้ทุกคนสามารถเรียนรู้ได้ทุกที่ ทำให้การเรียนรู้เป็นเรื่องง่ายมากขึ้นสำหรับทุก ๆ คน

ขณะนี้ทางสถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์เเละเทคโนโลยี (สสวท.) ได้จัดทำโครงการ Project 14 โครงการนำสู่ความปกติใหม่ทางการศึกษา (New Normal Education) ที่เปิดโอกาสให้ครูทั่วประเทศและนักเรียนทุกคนได้เรียนโดยไม่ถูกจำกัดแค่ในห้องเรียน แต่สามารถเกิดการเรียนรู้ได้ทุกที่ทุกเวลาตามที่ผู้เรียนเลือกหรือกำหนด ด้วยบทเรียนออนไลน์การสอนด้านวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และเทคโนโลยีที่ตรงตามหลักสูตร เพื่อใช้ในการศึกษาค้นคว้า เรียนรู้ หรือทบทวนบทเรียน นอกจากนี้ครูผู้สอนเองยังสามารถใช้แหล่งเรียนรู้นี้ประกอบการจัดการเรียนรู้ตามปกติในห้องเรียน เพื่อส่งเสริมคุณภาพการเรียนรู้ของผู้เรียนอีกด้วย

“การจัด Project 14 เป็นไปตามนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาลในการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์รองรับศตวรรษที่ 21 ควบคู่ไปกับการดินหน้านโยบาย Coding แห่งชาติเพื่อลูกหลานของเรา Project 14 จะทำให้เกิดการเรียนรู้ได้ทุกที่ทุกเวลา กำหนดการเรียนรู้ได้ตัวเอง เน้นความเข้าใจเชื่อมโยงชีวิตจริง และตรงตามหลักสูตรผู้เรียนจะได้รับความรู้เทียบเท่าเรียนในห้องเรียน ถือเป็นการวางรากฐานการปฏิรูปการศึกษาโดยตรงถึงเยาวชนไทย” ดร.คุณหญิงกัลยา กล่าว



ด้าน ศ.ดร.ชูกิจ ลิมปิจำนงค์ ผู้อำนวยการสถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์เเละเทคโนโลยี (สสวท.) กล่าวว่า โครงการ Project 14 เป็นการเปลี่ยนบทเรียนจากหนังสือเรียนวิชาวิทยาศาสตร์ คณิศาสตร์ และเทคโนโลยี ให้มาเป็นบทเรียนออนไลน์ที่ประกอบด้วยวีดีโอการสอนที่ครอบคลุมทุกระดับการศึกษา ตั้งแต่ชั้น ป.1-ม.6 และแอนิเมชันประกอบที่จะช่วยให้ผู้เรียนสนุก จดจำ และเรียนรู้ได้ง่ายขึ้น กำหนดการเรียนรู้ได้ด้วยตัวเอง ไม่ว่าใครก็สามารถเรียนได้ เน้นความเข้าใจ เชื่อมโยงกับชีวิตจริง เนื้อหาตรงตามหลักสูตรแกนกลางและหนังสือเรียนของ สสวท. คุณครูสามารถนำบทเรียนไปประกอบการสอนได้เลย เปลี่ยนการเรียนรู้ให้เป็นเรื่องง่าย สนุก ยืดหยุ่น และมีประสิทธิภาพ

ทั้งนี้ในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่ทวีความรุนแรงและขยายวงกว้าง ทำให้การเรียนต้องผ่านระบบออนไลน์เกือบจะ 100% จึงอยากเชิญชวนนักเรียนทุกระดับตั้งแต่ประถมศึกษาถึงมัธยมศึกษาเข้ามาเรียนรู้ใน Project 14 ซึ่งมีครบทุกวิชาวิทยาศาสตร์คณิตศาสตร์ทุกชั้นปี ทุกเล่มที่ สสวท.รับผิดชอบ ประมาณกว่า 2,000 คลิป มั่นใจว่านักเรียนจะได่รับความรู้อย่างเต็มที่และมีประสิทธิภาพ

8
บทความมีคุณประโยชน์ หาข้อมูลอยู่พอดิบพอดี ขอดวงใจหลายๆร้านค้าที่ขายมีเจ้าไหนบ้างเผื่อจะหามาใช้ซักเครื่องจร้าขณะนี้สกรีนมือมือหงิกงอเยย 55+

9
Kato Academy สอนเฟสบุ๊ค โฟโต้ช๊อป ถ่ายรูป ตัวต่อตัว/กลุ่ม
https://www.facebook.com/katostock

13
Kato Academy สอนเฟสบุ๊ค โฟโต้ช๊อป ถ่ายรูป ตัวต่อตัว/กลุ่ม
https://www.facebook.com/katostock

Pages: [1] 2 3 ... 101