‘สามารถ’ ซัด คสช.ไม่จริงใจปฏิรูป ปัด ‘สันติ’ ซบพลังประชารัฐ

Advertisement ศูนย์รักษาผู้มีบุตรยาก

“สามารถ” ปัดประแส “สันติ พร้อมพัฒน์” ย้ายพรรค จับมือกลุ่มสามมิตร ซัด คสช.ไม่จริงใจปฏิรูป ให้ท้ายวิถีการเมืองเก่า ทำผิดหลักประชาธิปไตย ยันยึดไพรมารีโหวตตามแบบเดิม

เมื่อวันที่ 1 ก.ค. 61 นายสามารถ แก้วมีชัย อดีต ส.ส.เชียงราย พรรคเพื่อไทย แกนนำภาคเหนือ กล่าวถึงกรณีกระแสข่าว นายสันติ พร้อมพัฒน์ อดีต รมว.คมนาคม แกนนำพรรคเพื่อไทย จะย้ายไปร่วมงานกับกลุ่มสามมิตร ว่า ไม่เป็นความจริง เป็นข่าวปล่อยออกมา เพื่อสนับสนุนกระแสดูด สร้างความสับสนให้กลุ่ม ส.ส.ที่เขาจะไปดูด ใครไม่ตรวจสอบข้อมูลก็จะหลงเชื่อ แต่จากการพูดคุยกันของผู้ใหญ่ภายในพรรคกับนายสันติ ยืนยันนายสันติไม่คิดย้ายไปไหน แต่เจ้าตัวไม่อยากออกมาตอบโต้ เพราะมองว่าเป็นเรื่องไร้สาระ ช่วงนี้เมื่อเขาเตรียมไปประชุม ครม.สัญจรที่ภาคเหนือ ก็ต้องสร้างแระแสข่าวขย่มออกมาเผื่อผลไม้จะหล่นลงมาบ้าง เป็นยุทธศาสตร์อย่างหนึ่งที่เขาดำเนินการ แต่ยืนยันขณะนี้ไม่มีอดีต ส.ส.เกรดเอในภาคเหนือคิดย้ายพรรค

นายสามารถ กล่าวต่อว่า การทำเช่นนี้ถือเป็นวิธีสกปรกไม่น่าเกิดขึ้นในกระแสการปฏิรูปการเมือง ตอน คสช.เข้ามาบอกนักการเมืองไม่ดีอย่างนั้นอย่างนี้ จำเป็นต้องปฏิรูป แต่วิธีการดำเนินการของ คสช.ขณะนี้แสดงให้เห็นความไม่จริงใจที่จะปฏิรูปการเมือง เพราะแทนที่จะสร้างนักการเมืองรุ่นใหม่เข้ามาเพิ่มเติม กลับมาให้ท้ายคนที่เดินเกมการเมืองแบบเก่า ที่เดินสายดูดน้ำโคลนทั้งนายบ่อนนายไพ่ เข้ากลุ่มเพื่อสืบต่ออำนาจ แบบนี้จะเป็นการปฏิรูปได้อย่างไร ยิ่งอยู่ในอำนาจคุมเกมเลือกตั้งแล้ว มาให้ท้ายคนบางกลุ่มที่ทำผิดหลักการประชาธิปไตย และผิดกฎหมายประเด็นคนนอกไปครอบงำพรรค แบบนี้จะทำให้เป้าหมายที่เสียเวลาไป 4-5 ปี เสียเปล่า และยิ่งย้อนหลังไปกว่าเดิม

นอกจากนี้ นายสามารถ ยังกล่าวถึงผลการหารือร่วมระหว่าง คสช.กับพรรคการเมือง ประเด็นไพรมารีโหวต ที่มีการเสนอให้ยกเลิก หรือทำไพรมารีเป็นระดับภาคว่า เท่าที่ดูเรื่องไพรมารีโหวตยังไม่ได้ข้อยุติ มีข้อเสนอที่แตกต่างกันออกไป แต่ในความเห็นของพรรคเพื่อไทยมองว่าเรื่องนี้ควรดำเนินการตามที่กำหนดไว้ใน พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยพรรคการเมือง ที่ต้องการให้สมาชิกพรรคมีส่วนร่วมในการกำหนดตัวผู้สมัคร ส.ส.มาเป็นตัวแทนของตัวเอง ซึ่งควรให้สมาชิกพรรคในเขตนั้นๆ หรือจังหวัดนั้นๆ เป็นผู้กำหนดตัวผู้สมัคร ซึ่งพรรคเพื่อไทยมีความพร้อม ไม่ใช้แก้ไขให้ระดับภาพเป็นผู้กำหนดตัวผู้สมัคร ถ้าไปแก้ไขเช่นนี้เหมือนเป็นการเอาใจพรรคการเมืองบางพรรค ที่ไม่มีความพร้อม สุดท้ายจะขัดเจตนารมณ์ของกฎหมายจะเลอะเทอะกันไปใหญ่ กลายเป็นลิงแก้แหแล้วจะมีปัญหาในภายหลัง เมื่อของเดิมดีอยู่แล้วก็ต้องดำเนินการไป

ที่มาของเนื้อหา : www.thairath.co.th