ด.ช.วัย 12 ลาครู 1 ปี ขอไปทำงานเลี้ยงน้องอีก 3 คน ตายาย อึ้ง 7 ชีวิตสุดรันทด!

65

ผู้สื่อข่าวเดินทางไปที่บ้านพันธ์เจริญ หมู่ 12 ต.ชุมพวง อ.ชุมพวง จ.นครราชสีมา เพื่อพบกับครอบครัวของ ด.ช.อาทิตย์ มืดคุ้ม หรือน้องอาร์ม อายุ 12 ปี นักเรียนชั้น ป.6 โรงเรียนบ้านใหม่ปฏิรูป ต.โนนรัง อ.ชุมพวง จ.นครราชสีมา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครราชสีมาเขต 7 (สพป.นม.7) หลังได้รับการประสานจากทางสำนักงานเขตฯว่าเด็กคนดังกล่าวมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ลำบากมาก

โดยเด็กชายถึงขั้นไปขออนุญาตครูประจำชั้นลาพักการเรียนเป็นเวลา 1 ปี เพื่อไปเลี้ยงน้องอายุ 3 เดือน และอีกคนอายุ 1 ขวบ 3 เดือน เพื่อให้ตากับยายได้ทำงานหาเงินมาเลี้ยงดูครอบครัวที่มีหลานเล็กๆต้องดูแลถึง 5 ชีวิต

โดยพบว่าสภาพบ้านเป็นบ้านชั้นเดียวก่อด้วยอิฐบล็อกไม่ได้ฉาบปูน มีนายอุทัย อยู่เย็น อายุ 64 ปี บ้านเลขที่ 43 หมู่ 12 บ้านพันธ์เจริญ ต.ชุมพวง อ.ชุมพวง จ.นครราชสีมา เป็นเจ้าของบ้าน และมีศักดิ์เป็นตา และนางแดง เต็มพิมาย อายุ 44 ปี เป็นยายของ ด.ช.อาทิตย์ และลูกหลานเล็กๆ อีก 5 คน รวมทั้งหมด 7 คน อาศัยอยู่ด้วยกันในบ้านหลังนี้ โดยมีเด็กๆ อายุ 12 ปี 6 ปี 5 ปี 1ปี3เดือน และ 3 เดือนซึ่งคนสุดท้าย ป่วยเพดานโหว่ตั้งแต่เกิด

นางแดง เล่าว่า ตนมีลูกทั้งหมด 4 คน ส่วนสามีได้เสียชีวิตไปนานแล้ว เดิมตนและลูกๆ ได้อาศัยอยู่ในบ่อขยะของเทศบาลตำบลชุมพวง อ.ชุมพวง โดยสร้างกระท่อมหลังเล็กๆไว้เพื่อกันแดดกันฝนเพราะไม่มีที่อยู่ และยึดอาชีพหาของเก่าในบ่อขยะขายเพื่อเป็นรายได้ให้กับครอบครัว

ต่อมาลูกๆ ได้แยกย้ายออกไปมีครอบครัว เหลือเพียงลูกสาวคนที่ 3 คือ น.ส.ปนัดดา (สงวนนามสกุล)อายุ 26 ปี ที่ยังอาศัยอยู่กับแม่ ต่อมาทางเทศบาลได้ให้ตนและลูก ย้ายออกจากบ่อขยะเพื่อไปหาที่อยู่ใหม่ ตนก็ไม่รู้จะไปอาศัยอยู่ที่ไหนเพราะอยู่ที่บ่อขยะแห่งนี้มานานกว่า 10 ปี จนมาพบกับนายอุทัย อยู่เย็น สามีคนปัจจุบันที่เห็นอกเห็นใจตนและลูก จึงได้มาขออาศัยที่ดินของลูกชายนายอุทัยฯ สร้างบ้านหลังนี้อยู่

ต่อมาลูกสาวได้มีครอบครัวและมีลูกทั้งหมด 4 คน คือ ด.ช.อาทิตย์หรืออาร์ม อายุ 12 ปี เป็นคนโต ด.ญ.สุกัญญา อายุ 6 ขวบ ด.ช.ธนภัทร อายุ 1ขวบ 3 เดือน และ ด.ญ. เอมมิกา อายุ 3 เดือน ซึ่งแต่ละคนก็ต่างพ่อกัน ล่าสุดลูกสาวของตนหรือแม่ของเด็กๆ ได้แยกทางกับสามีคือพ่อของลูกคนสุดท้อง และได้ไปหางานทำในตัวเมืองนครราชสีมา ทิ้งภาระทั้งหมดไว้กับตนผู้เป็นยายกับตาเป็นคนรับผิดชอบ

ส่วนตนก็ได้มีลูกกับนายอุทัย 1 คนก็คือ ด.ช.อดิศร อายุ 5 ขวบ ซึ่งก็อยู่ในวัยที่กำลังกินกำลังนอนกันทั้งนั้น ซึ่งรายได้หลักของครอบครัวก็มาจากการคัดของเก่าที่บ่อขยะขาย ทุกวันตนและสามีก็จะต้องพาลูกและหลานๆ ขี่รถจักรยานยนต์คันเก่าๆ ไปอยู่ที่บ่อขยะ ขณะที่ตากับยายทำงาน ด.ช.อาทิตย์หรือน้องอาร์มจะทำหน้าที่ดูแลน้องๆ ทั้งหมด ที่หนักสุดก็จะเป็นคนเล็กและคนรอง เพราะอายุยังน้อย ต้องชงนมป้อนนม ตนก็สงสารหลานแต่ก็ไม่รู้จะทำอย่างไร เพราะถ้าไม่มาทำงานก็จะไม่มีเงินมาใช้จ่ายในครอบครัว ซึ่งแต่ละวันต้องมีค่าใช้จ่ายไม่ต่ำกว่าวันละ 200 บาท

จนล่าสุดเมื่อสัปดาห์ที่แล้วหลานชายได้ไปขออนุญาตครูประจำชั้นคือคุณครูปัณณทัต สิงห์วงค์ และคุณครูกาญจนา ตั้งทรัพย์ ว่าจะขอหยุดพักการเรียนไว้ 1 ปี เพื่อไปช่วยยายเลี้ยงน้อง รอปีหน้าให้น้องโตแล้วจะกลับไปเรียนใหม่

คุณครูทั้ง 2 คนเมื่อทราบเรื่องจึงได้ไปเยี่ยมบ้านตามโครงการเยี่ยมบ้านนักเรียน และได้เห็นสภาพความเป็นอยู่ที่ลำบากมาก จึงไปปรึกษากับทางผู้บริหารโรงเรียนคือนายวัฒนา ขันแข็ง ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านใหม่ปฏิรูป เพื่อหาแนวทางช่วยเหลือ และแจ้งให้นายพีรพงศ์ สุรเสน ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครราชสีมาเขต 7 ทราบ เพราะ ด.ช.อาทิตย์ เป็นเด็กค่อนข้างหัวดี มีไหวพริบเรียนดี

หลังจากทราบข่าวนายพีรพงศ์ฯ ไม่นิ่งดูดายรีบลงพื้นที่บ้านของ ด.ช.อาทิตย์ หรือน้องอาร์มเพื่อไปพบกับตายายและน้องๆ ของน้องอาร์มเพื่อช่วยเหลือเบื้องต้น โดยการร่วมมือร่วมใจจากคณะครูและบุคลากร ใน สพป.นม.7 ที่ร่วมกันบริจาคทั้งข้าวสารอาหารแห้ง เสื้อผ้า และเงินคนละเล็กน้อย ไปให้กับครอบครัวของน้องอาร์มเพื่อเป็นการช่วยเหลือเบื้องต้น

นายพีรพงศ์ สุรเสน กล่าวว่า หลังจากได้รับแจ้งจากทางโรงเรียนบ้านใหม่ปฏิรูปว่ามีเด็กมาขอลาพักการเรียนไปช่วยตายายเลี้ยงน้อง เพราะฐานะทางครอบครัวค่อนข้างลำบาก ตนรู้สึกเห็นใจและคิดว่าเด็กก็คือเด็กจะสามารถเลี้ยงน้องเล็กๆ ได้เท่าผู้ใหญ่ได้อย่างไร และอีกอย่างเด็กจะต้องได้เรียนหนังสือจนจบการศึกษาภาคบังคับคือ ม.3 จึงปรึกษาหารือกันเพื่อแก้ไขปัญหาว่าจะทำอย่างไรเด็กถึงจะได้เรียนและผู้ปกครองก็ได้ทำงาน จึงรวบรวมเงินมาช่วยเหลือจำนวนหนึ่งและขอให้น้องอาร์มไปโรงเรียนตามปกติ

ส่วนถ้าวันไหนไปไม่ได้จริงๆ ก็ให้ไปเอางานหรือการบ้านมาทำที่บ้านและให้ครูประจำชั้นเข้าไปดูบ่อยๆ เพราะบ้านอยู่ห่างจากโรงเรียนประมาณ 3 กม. และจะปรึกษาหารือกับส่วนที่เกี่ยวข้องเพื่อหาแนวทางการช่วยเหลือต่อไป

ด้านด.ช.อาทิตย์ มืดคุ้ม หรือน้องอาร์มกล่าวว่าตนรู้สึกมีความสุขที่ได้ดูแลน้องๆ ถึงจะเหนื่อยบ้างแต่ก็สู้เพราะจะได้แบ่งเบาภาระของตายายด้วย อาจจะไม่มีเวลาได้ไปเล่นเหมือนเพื่อนรุ่นเดียวกันแต่ก็มีความสุขที่ได้ทำแบบนี้ สำหรับตอนนี้สิ่งที่อยากได้ก็คือนมให้น้องทั้ง 2 คน เสื้อผ้าของใช้เด็กอ่อน เพราะที่บ้านยังขาดแคลนอยู่ ปัจจุบันน้องคนเล็กกินนมผงคาร์เนชั่น และน้องคนรองกินนมดูมิลค์

สำหรับผู้ใจบุญที่ต้องการจะช่วยเหลือครอบครัวของน้องอาร์ม สามารถโอนเงินเข้าบัญชีธนาคารออมสินสาขาชุมพวง ชื่อบัญชี โรงเรียนบ้านใหม่ปฏิรูป เพื่อ เด็กชายอาทิตย์ มืดคุ้ม เลขที่บัญชี020287048340 หรือโทร 098-1875541 นางแดง เต็มพิมาย ยายของน้องอาร์ม