เป็นตำรวจจริง ชายขับเก๋งติดโลโก้ สตช. ปาดหน้าหนุ่ม ใช้ปืนตบเลือดออก

199

รู้ตัวแล้ว ชายขับเก๋งติดโลโก้ สตช. ปาดหน้าหนุ่ม ที่นครราชสีมา ใช้ปืนตบหน้า เป็นตำรวจจริง อยู่ระหว่างออกหมายเรียกมารับทราบข้อหา ด้านเมีย ผู้เสียหาย เผยตอนเห็นสภาพสามี เสียใจมาก จี้คนทำรับผิดชอบ

จากกรณี หนุ่มแชร์ภาพ ชายแต่งกายครึ่งท่อนคล้ายตำรวจ ขับเก๋งติดโลโก้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ปาดหน้า แล้วบีบแตรให้จอด พอจะพาไปแจ้งตำรวจ กลับคว้าปืนตบหน้า จนได้รับบาดเจ็บ เหตุเกิดที่ จ.นครราชสีมา ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น (หนุ่มโวย ถูกชายขับเก๋งติดโลโก้ สตช. ปาดหน้า คว้าปืนตบ)

ต่อมา เฟซบุ๊ก ศูนย์โซเชียลมีเดีย ศปก.ตร. ได้โพสต์ข้อความ ถึงกรณีดังกล่าวว่า พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รอง โฆษก ตร. ว่า ได้รับรายงานจาก สภ.โนนสูง ภ.จว.นครราชสีมา ว่า เมื่อวันที่ 10 มิ.ย. 62 เวลาประมาณ 02.05 น. ได้มีนายชัยยุทธ บัวแก้ว อายุ 32 ปี มาแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน ว่าเมื่อวันที่ 9 มิ.ย. 62 เวลาประมาณ 18.00 น. ขณะผู้เสียหายขับรถยนต์เก๋ง ทะเบียน ขร 4858 นครราชสีมา มาตามถนนมิตรภาพ (ขาเข้าเมืองนครราชสีมา) ก่อนถึงบริเวณแยกตลาดแค ได้มี ด.ต.เกรียงไกร โสภาพรม ขับขี่รถยนต์เก๋ง ทะเบียน วธ 8602 กรุงเทพฯ แล่นตัดหน้ารถยนต์ของผู้เสียหาย จากนั้นทั้งสองฝ่ายได้จอดรถบริเวณเกิดเหตุ และได้มีปากเสียงกัน

ด.ต.เกรียงไกร ได้ใช้อาวุธปืนตีทำร้ายที่ใบหน้า และศีรษะผู้เสียหายได้รับบาดเจ็บ พนักงานสอบสวนได้รับคำร้องทุกข์ไว้แล้ว สอบปากคำผู้เสียหาย พยานที่เกี่ยวข้อง ส่งผู้เสียหายให้แพทย์นิติเวชตรวจชันสูตรบาดแผล และอยู่ระหว่างออกหมายเรียก ด.ต.เกรียงไกร ให้มารับทราบข้อกล่าวหา

สำหรับการดำเนินการทางวินัย ต้นสังกัดของตำรวจนายดังกล่าว จะได้ดำเนินการในส่วนเกี่ยวข้องต่อไป ไม่มีการช่วยคนผิด ซึ่งคงต้องรอให้ต้นสังกัดทำการสืบสวนตรวจสอบข้อเท็จจริงที่เกี่ยวข้อง หากพบว่ามีความผิดจริง ก็จะดำเนินการทั้งทางอาญาและวินัยอย่างเด็ดขาดต่อไป วอนให้สังคมแยกแยะ ตำรวจที่ประพฤติไม่ดีและประพฤติดี ขยันทำงานเสียสละเพื่อประชาชน สังคม

ด้าน นางเยาวภา บริสุทธิ์ อายุ 36 ปี ภรรยาของนายชัยยุทธ เปิดเผยว่า วันเกิดเหตุ แฟนเดินทางไปทำธุระที่ต่างจังหวัด ตัวเองไม่ได้ไปด้วย แต่ได้รับโทรศัพท์จากแฟนว่า ถูกทำร้ายร่างกาย โดยก่อนเกิดเหตุ ขณะขับรถไปบนถนน ก็ถูกชายวัยกลางคน ขับรถเก๋ง มีโลโก้สำนักงานตำรวจแห่งชาติที่ประตูข้างรถ ปาดหน้า เมื่อถึงบริเวณใกล้ตู้ยามตำรวจตลาดแค จึงเรียกให้คนขับรถเก๋งหยุดรถ ก่อนจะมีปากเสียงกันและถูกทำร้าย ซึ่งแฟนไม่กล้าเข้าแจ้งความ ทำได้เพียงเช็ดเลือดจากใบหน้าตัวเอง และขับรถยนต์กลับมาที่ขอนแก่น เมื่อเห็นสภาพแฟน รู้สึกเสียใจมาก จึงพาแฟนกลับไปแจ้งความในพื้นที่เกิดเหตุ ส่วนคู่กรณีจะเป็นใคร ก็อยากให้ออกมารับผิดชอบต่อการกระทำของตัวเองด้วย.