ฮ่องกงวิกฤต! จลาจลรุนแรง ตร.ยิงแก๊สน้ำตาใส่ผู้ชุมนุม ม็อบขู่ไม่ถอนกม.ยึดสภาแน่

42

ฮ่องกง – เมื่อวันที่ 12 มิ.ย. เอเอฟพีรายงานความคืบหน้าการเดินขบวนประท้วงครั้งรุนแรงที่สุดในฮ่องกงส่งผลให้การจราจรทั้งเมืองกลายเป็นอัมพาต หลังมีผู้ชุมนุมหลายหมื่นคนออกมาชุมนุมต่อต้านคณะผู้บริหารฮ่องกงที่พยายามผลักดันกฎหมายการส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดนให้กับทางการจีน โดยไม่มีทีท่าว่าจะมีฝ่ายใดยอมลดราวาศอกให้กัน การประท้วงยังส่งผลให้ดัชนีฮั่งเส็ง ปรับตัวดิ่งลงร้อยละ 1.73 หรือราว 480.88 จุด เหลือ 27,308.46 จุด ปรับตัวลงมากที่สุดในเอเชีย

ฮือล้อมสภาจี้เลิก-ไม่เอาเลื่อน

ล่าสุด ผู้ประท้วงซึ่งแต่งกายด้วยชุดสีดำ ส่วนใหญ่เป็นคนวัยหนุ่มสาว นักเรียนและนักศึกษาเคลื่อนขบวนเข้าปิดล้อมที่ทำการของสำนักงานบริหารเขตปกครองพิเศษฮ่องกง ส่งผลให้การจราจรในบริเวณดังกล่าวกลายเป็นอัมพาตและกระทบไปถึงการจราจรส่วนอื่นเป็นบริเวณกว้าง โดยกลุ่มผู้ประท้วงเรียกร้องให้คณะผู้ปกครองฮ่องกงถอนญัตติดังกล่าวออกจากการพิจารณาของสภาในทันที ขณะที่ฝ่ายนิติบัญญัติ ระบุว่า จะยอมเลื่อนการพิจารณากฎหมายดังกล่าวรอบที่สองออกไปวันอื่นแทน

การประท้วงดังกล่าวทำให้ชาวฮ่องกงหวนกลับไปสู่สภาพคล้ายการชุมนุมของขบวนการร่มเหลืองเมื่อปี 2557 ที่ทำให้ย่านธุรกิจของฮ่องกงถูกชัตดาวน์เป็นเวลานานหลายเดือน โดยผู้ชุมนุมบางคนต่างพากันออกมาเดินขบวนกลางท้องถนนตามใจกลางเมือง นำสิ่งกีดขวางมาปิดกั้นถนนมอเตอร์เวย์ หรือนำอิฐจากทางเท้ามาทำสิ่งกีดขวางตามเส้นทางการคมนาคมหลัก บางคนถึงขั้นจอดรถยนต์ของตัวเองไว้กลางถนนเพื่อจงใจปิดกั้นเส้นทางการจราจร ส่วนเจ้าหน้าที่ตำรวจใช้แก๊สน้ำตา ปืนฉีดน้ำแรงดันสูงและสเปรย์พริกไทยเข้าสลายการชุมนุมบริเวณรอบอาคารสภาฮ่องกง พร้อมชูป้ายแจ้งเตือนผู้ชุมนุม ว่าเจ้าหน้าที่พร้อมที่จะใช้กำลังเข้าสลายการชุมนุมด้วย

ด้านผู้จัดการเดินขบวน อ้างว่า มีชาวฮ่องกงออกมาเดินขบวนต่อต้านการผลักดันกฎหมายดังกล่าวกว่า 1 ล้านคน อย่างไรก็ตาม นางแคร์รี หล่ำ ประธานคณะบริหารฮ่องกง ยืนกรานปฏิเสธที่จะยุติการผลักดันกฎหมายฉบับดังกล่าวแม้จะมีผู้คนออกมาต่อต้านจำนวนมาก

ชี้รัฐบาลต้นเหตุม็อบ-ขีดเส้นตายยกระดับการชุมนุม

นายแมทธิว ชวง ประธานสำนักเลขาธิการคณะผู้บริหารฮ่องกง กล่าวเรียกร้องให้ผู้ชุมนุมยุติพฤติกรรมปิดถนนเส้นทางหลักของฮ่องกงทั้งหมด และถอนมวลชนกลับไป

“ขอเรียกร้องให้พลเมืองที่มาชุมนุมกันโปรดใช้ความอดกลั้นอย่างถึงที่สุด และยุติการชุมนุมอย่างสงบเป็นระเบียบเรียบร้อย โดยไม่ละเมิดกฎหมาย” แมทธิว ระบุ

อย่างไรก็ดี การเดินขบวนต่อต้านดังกล่าวยังไม่มีท่าทีสงบลง ท่ามกลางบรรดาห้างร้านธุรกิจที่ต่างพากันนัดหยุดทำการเป็นเวลา 1 วัน เพื่อออกไปประท้วง เช่นเดียวกันกับสมาคมนักเรียนนักศึกษาที่ออกมาประกาศบอยคอตการเรียนการสอนเพื่อเข้าร่วมการเดินขบวน รวมไปถึงสหภาพแรงงานของสาขาวิชาชีพต่างๆ ที่สนับสนุนให้สมาชิกเข้าร่วมการชุมนุม แม้สภาจะยอมเลื่อนการพิจารณาออกไปก็ตาม

ผู้ประท้วง ระบุว่า รัฐบาลคือต้นเหตุที่ทำให้ประชาชนต้องออกมาเดินบวนประท้วง และหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่การประท้วงจะต้องดำเนินไปอย่างดุเดือด ส่วนอีกคนหนึ่งมองว่า “เลื่อนการพิจารณาออกไปไม่เพียงพอ เพราะไม่ใช่เป้าหมายข้อเรียกร้องของเรา เราต้องการให้ยกเลิกไปเลย หากรัฐบาลยังมีทัศนคติแบบนี้ต่อประชาชน มิเช่นนั้นเราก็ต้องชนปะทะกันแน่นอน”

รายงานระบุว่า มีข้อความที่แพร่สะพัดในแอพพลิเคชั่น เทเลแกรม ซึ่งชาวฮ่องกงใช้สื่อสารกันด้วยว่า หากคณะผู้บริหารฮ่องกงไม่ยอมถอนกฎหมายฉบับดังกล่าวออกก่อนเวลา 15.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น ผู้ชุมนุมจะยกระดับการประท้วงด้วยการบุกเข้าไปภายในสภา ทำให้ระบบขนส่งมวลชนเป็นอัมพาต เดินทางไปปิดล้อมบ้านที่อยู่อาศัยของสมาชิกคณะผู้บริหาร และเดินหน้าปิดถนนต่อไป

ส.ส.วอนหล่ำถอนกฎหมาย-หวั่นนองเลือด

นายเฟอร์นันโด ชวง หนึ่งในสมาชิกสภาฮ่องกงที่มีจุดยืนสนับสนุนระบแอบประชาธิปไตยเต็มใบและต่อต้านจีน ระบุว่า สิ่งเดียวที่นางหล่ำควรทำตอนนี้ คือ ถอนกฎหมายฉบับดังกล่าวออกจากวาระการประชุมสภา หรืออย่างน้อยก็ยุติการผลักดันไปก่อนเพื่อแก้ไขปัญหามวลชนประท้วง

“สถานการณ์ตอนนี้ตึงเครียดมาก หากคุณหล่ำจะบีบให้สภาผ่านกฎหมายฉบับนี้ไปแล้วออกคำสั่งให้ตำรวจสลายการชุมนุม ผมเกรงว่างานนี้ลูกหลานฮ่องกงจะต้องบาดเจ็บถึงขั้นเลือดตกยางออก” เฟอร์นันโด กล่าวเตือน

ทั้งนี้ นางหล่ำอ้างว่า การผ่านกฎหมายฉบับดังกล่าวจำเป็นเพื่อปิดกั้นช่องโหว่ไม่ให้ฮ่องกงกลายเป็นจุดหมายผู้ลี้ภัยต่างชาติ แต่ฮ่องกงมีกลไกที่ทำหน้าที่ป้องกันไม่ให้ผู้ลี้ภัยที่มีปัญหากับรัฐบาลจีนถูกส่งตัวกลับไปดำเนินคดีที่จีนแผ่นดินใหญ่ อย่างไรก็ตาม ชาวฮ่องกงส่วนใหญ่ยังคงไม่เชื่อคำกล่าวอ้าง หลังที่ผ่านมา จีนมีพฤติกรรมแผ่อิทธิพลเข้ามาในฮ่องกงอย่างต่อเนื่อง ทำให้เสรีภาพและประชาธิปไตยถูกกัดกร่อน ส่งผลให้สัปดาห์ที่ผ่านมา ทางการสหรัฐอเมริกาออกมาแสดงความไม่เห็นด้วยกับการผ่านกฎหมายดังกล่าว แต่ถูกตอบโต้จากกระทรวงการต่างประเทศของจีน ว่าแทรกแซงการเมืองภายใน