เรวู เผยเทรนด์พฤติกรรมผู้บริโภคเชื่อรีวิวจากคนใช้จริง

Advertisementศูนย์รักษาผู้มีบุตรยาก

นายอนุพงศ์ จันทร กรรมการผู้จัดการ แพลตฟอร์ม “เรวู” บริษัท วายดีเอ็ม (ไทยแลนด์) จำกัด เปิดเผยว่า   ได้เปิดให้บริการ  "th.revu.net" เว็บไซต์สร้างเนื้อหาการรีวิวสินค้าและบริการ มาแล้ว 2ปี  โดยเป็นแพลตฟอร์มที่ตอบโจทย์การตลาดออนไลน์แบบใหม่ล่าสุด  ซึ่งเน้นด้านไมโคร อินฟลูเอนเซอร์ แพลตฟอร์ม หรือการทำคอนเทนต์ มาร์เก็ตติ้งแบบระยะยาว ด้วยการรีวิวผ่านการใช้จริง โดยปัจจุบันมีจำนวนรีวิวในแพลตฟอร์มเรวูมากกว่า 12,000 รีวิว และจำนวนรีวิวเวอร์กว่า 8,500 คน  เพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัวจากปีที่ผ่านมา  รวมถึงมีแคมเปญสินค้า หรือบริการที่ใช้นักรีวิวผ่าน REVU มาแล้วกว่า 2,000 แคมเปญ  ตั้งเป้าผลประกอบการในปีหน้าเติบโต 30 % รวมทั้งเพิ่มจำนวนรีวิวเวอร์ให้มากขึ้นเป็น 15,000 คน
ทั้งนี้หมวดสินค้า หรือ บริการ 5 อันดับยอดนิยมที่เลือกใช้แพลตฟอร์มรีวิวของเรวู เป็นกลยุทธ์ทำการตลาดให้กับแบรนด์ ได้แก่ หมวดสินค้า ความงาม (Beauty), ไลฟ์สไตล์, ไอทีและอุปกรณ์, สุขภาพ และ อาหาร และยังมีผลิตภัณฑ์ที่ไม่น่าเชื่อว่าจะนำมารีวิวได้ เช่น น้ำยาล้างห้องน้ำ, ชุดชั้นในผู้ชาย ประกันภัยสำหรับนักเดินทาง รวมไปถึงลู่วิ่งไฟฟ้าอีกด้วย

“เราเป็นตัวจริงด้าน ไมโคร อินฟลูเอนเซอร์ แพลตฟอร์ม ที่ตอบโจทย์การทำคอนเทนต์ มาร์เก็ตติ้งแบบระยะยาว ด้วยการรีวิวผ่านการใช้จริง เนื่องจากการทำคอนเทนต์ มาร์เก็ตติ้งไม่ได้ทำแบบสมัยก่อนที่ให้อินฟลูเอนเซอร์มาถือผลิตภัณฑ์ และโพสต์ลงโซเชียล  แต่ปัจจุบันอินฟลูเอนเซอร์จะต้องทดลองใช้ผลิตภัณฑ์ และบอกเล่าประสบการณ์ผ่านบทความรีวิว อีกทั้งนักการตลาดต้องสามารถวัดผลในเรื่องของเอนเกจเมนต์หรือจำนวนคนที่อ่านบทความรีวิวแทนที่จะเป็นในเรื่องของ Reach หรือ Follower  ซึ่งอาจจะไม่ได้เป็นตัวแปรสำคัญอย่างที่นักการตลาดหลายๆคนเข้าใจ  บางครั้งการทำ คอนเทนต์ มาร์เก็ตติ้งของนักการตลาด อาจเป็นเพียงการทำคอนเทนต์แค่ช่วงระยะเวลาสั้นๆ แต่การทำคอนเทนต์ที่ดีควรทำแบบระยะยาว และจะต้องรองรับการ Search ของผู้บริโภคในปัจจุบัน เพราะพฤติกรรมของผู้บริโภคเปลี่ยนไป มีการค้นหาข้อมูลก่อนตัดสินใจซื้อเสมอ การทำคอนเทนต์เพื่อรองรับการ Search จึงสำคัญอย่างยิ่งในการทำคอนเทนต์ มาร์เก็ตติ้งในปัจจุบัน ที่สำคัญในปีนี้เรามีแผนจะบุกตลาดอินฟลูเอนเซอร์ของประเทศเพื่อนบ้าน อย่าง เวียดนาม อินโดนีเซีย ไต้หวัน ในปีนี้ ” ผู้บริหารเรวู กล่าว

นายอนุพงศ์ กล่าวอีกว่า ปัจจุบันการใช้อินฟลูเอนเซอร์เพื่อสร้างคอนเทนต์ มาร์เก็ตติ้งในเมืองไทยมีการแบ่งอินฟลูเอนเซอร์เป็น 4 กลุ่ม ดังนี้ คือ Celebrity, Power Influencer, Peer Influencer และ Micro Influencer (หรือผู้ใช้จริง) ซึ่งทั้ง 4 กลุ่มนี้ จะทำหน้าที่แตกต่างกันออกไป หากนักการตลาดที่ต้องการสร้างการรับรู้  แบรนด์ควรเลือกใช้เซเลบริตี้หรือคนดัง เพราะจะสามารถเข้าถึงกลุ่มผู้บริโภคได้กว้างที่สุด  แต่หากแบรนด์ต้องการสร้างคอนเทนต์มีความน่าเชื่อถือควรทำผ่านไมโครอินฟลูเอนเซอร์  เพราะจะได้ คอนเทนต์จากประสบการณ์จากการใช้ผลิตภัณฑ์นั้นจริงๆ เมื่อลองใช้เองว่าดี จึงบอกต่อผ่านช่องทางของเขาเอง ทำให้เกิดการปากต่อปาก หรือเพื่อนบอกเพื่อนนั่นเอง  การทำการตลาดคอนเทนต์ มาร์เก็ตติ้ง ควรทำควบคู่กับไปทุกกลุ่ม เพราะแต่ละกลุ่มมีหน้าที่แตกต่างกัน

ในส่วนภาพรวมตลาดคอนเทนต์ มาร์เก็ตติ้งในประเทศไทยนั้น  ผู้บริหารเรวู ให้ความเห็นว่า เทรนด์ในการทำคอนเทนต์มาร์เก็ตติ้งได้เปลี่ยนไปตามพฤติกรรมของผู้บริโภค จะเห็นได้ว่าในปี  2015 เน้นการสร้างกระแสให้กับแบรนด์ เช่น หลายแบรนด์หันมาทำวิดีโอไวรัลเพื่อโปรโมตแบรนด์ พอมาปี 2016 เน้นการทำคอนเทนต์ผ่านคนดัง หรือเพจดังๆ ในการสร้างคอนเทนต์ผ่านช่องทางในโซเชียลต่างๆ  ถัดมาปี 2017 เป็นการสร้างคอนเทนต์ให้กับแบรนด์ โดยใช้ Power Influencer หรือ Blogger ดังๆ ซึ่ งได้ผลตอบรับดีมากไม่ว่า Power Influencer จะโพสต์เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ใดๆ ก็มักได้รับผลตอบรับที่ดีตามมา  จึงเกิดปรากฎการณ์ของขายทางออนไลน์เกิดขึ้นมากมาย  อย่างไรก็ดีในปี 2018 นี้ ผู้บริโภคเลือกการเสพสื่อมากขึ้น เลือกที่จะค้นหาความจริง หรือหาบทความที่รู้สึกว่าจริงใจ และบอกเล่าความจริงที่ออกมาจากการประสบการณ์ใช้จริงมากกว่าคำโฆษณา เทรนด์การใช้ Micro Influencer จึงนับเป็นเทรนด์ที่มาแรงสำหรับปี 2018 นี้

“จากข้อมูลใน theshelf.com Influencer Marketing is the New King of Content (2015) ได้ระบุว่าผู้บริโภคจากต่างประเทศได้มีการเสพสื่อเปลี่ยนไป ดังนี้ จำนวน 20% ของผู้บริโภคผู้หญิงยังคงเชื่อการโปรโมตของ Blogger อยู่ ขณะที่ 35% ของผู้บริโภค อ่านบทความจากบล็อกเพื่อหาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ  ส่วน 47% ของผู้บริโภค อ่านบทความจากบล็อกเพื่อหาเทรนด์ หรือไอเดีย และ 70% ของผู้บริโภค เลือกเชื่อบทความรีวิวออนไลน์เป็นตัวเลือกที่ 2 แต่ที่น่าสนใจที่สุดนั้น 92% ของผู้บริโภค เชื่อการแนะนำของใครก็ได้ที่ไม่ได้เป็นคนของแบรนด์ หรือเกี่ยวข้องกับแบรนด์” ผู้บริหารเรวู  กล่าว
 
 

ที่มาของเนื้อหา : www.dailynews.co.th