โยมจะไม่ทน แจ้งจับหลวงพี่ขาพี้ แฝงผ้าเหลือง เสพวันละ 5 เม็ด

203

วันที่ 13 มิ.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า โครงการ “ปักกลด” สภ.เฉลิมพระเกียรติ จ.บุรีรัมย์ เห็นผลแล้ว หลังประชาชนแจ้งเบาะแสยาเสพติด ตำรวจร่วมกับฝ่ายปกครองเข้าตรวจสอบ พบหลวงพี่กำลังเสพยาบ้าอยู่ในกุฏิ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ร.ต.อ.พิศาล มหันตะ รอง สว.สส.สภ.เฉลิมพระเกียรติ ร.ต.อ.ขจรศักดิ์ ประสีระเตสัง รอง สว.สส.สภ.เฉลิมพระเกียรติ นายทวี ไขว้พันธุ์ ปลัดอำเภอหัวหน้าฝ่ายความมั่นคง อ.เฉลิมพระเกียรติ จ.บุรีรัมย์ นำกำลังชุดสืบสวน สภ.เฉลิมพระเกียรติ ร่วมกับฝ่ายปกครอง เข้าจับกุม พระณัฐ หรือ นายณัฐพงศ์ นาคนวล อายุ 21 ปี อยู่บ้านเลขที่ 107 ม.4 ต.ห้วยยางโทน อ.ปากท่อ จ.ราชบุรี ซึ่งบวชเป็นพระอยู่ที่วัดพูนสุข หมู่ 6 ต.เจริญสุข อ.เฉลิมพระเกียรติ จ.บุรีรัมย์ ได้ขณะกำลังเสพยาบ้าอยู่ภายในกุฏิพระของวัดพูนสุข 

ในกุฏิพบอุปกรณ์การเสพ ร่องรอยยาบ้าที่เสพไปหมดแล้ว จึงควบคุมตัวไปให้ พระอาจารย์รอน ซึ่งเป็นเจ้าอาวาสวัดพูนสุข ทำการสึก และนำตัวมาสอบสวนเพิ่มเติมที่ สภ.เฉลิมพระเกียรติ พร้อมได้นำปัสสาวะของ นายณัฐพงศ์ ส่งตรวจพิสูจน์หาสารเสพติดที่ โรงพยาบาลเฉลิมพระเกียรติ ผลปรากฏว่าในน้ำปัสสาวะของนายณัฐพงศ์ มีสารเสพติดอยู่ในร่างกาย จึงแจ้งเสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน/ยาบ้า) โดยผิดกฎหมาย

สอบสวน นายณัฐพงศ์ สารภาพ ว่าได้ซื้อยาบ้ามาจากชาวบ้านในพื้นที่ ทราบเพียงชื่อเล่นว่า นายยง ครั้งละ 5 เม็ด มาไว้เสพเองภายในกุฏิพระ และได้เสพยาบ้าหมดไปทั้ง 5 เม็ด ก่อนที่จะถูกตำรวจเข้าจับกุม โดยจะเสพวันหรือสองวันครั้ง

ด้าน พ.ต.อ.วิสูตร คงอ้วน ผกก.สภ.เฉลิมพระเกียรติ เปิดเผยว่าการจับกุมครั้งนี้ สืบเนื่องจากตำรวจ สภ.เฉลิมพระเกียรติ ได้จัดโครงการ “ปักกลด” ซึ่งเป็นโครงการที่ตำรวจได้บูรณาการกับฝ่ายปกครอง ทหาร สาธารณสุข และท้องถิ่น เพื่อเสริมการทำงานลงในพื้นที่ โดยเข้าไปฝังตัวอยู่ในชุมชน เพื่อสร้างความสนิทสนมคุ้นเคยกับชุมชน เพื่อให้ได้ข้อมูลและแก้ไขปัญหายาเสพติดร่วมกัน ส่งเสริมให้เป็นชุมชนร่วมเป็นส่วนหนึ่ง ในการปกป้องหมู่บ้านหรือชุมชนให้เข้มแข็ง ปลอดยาเสพติด และอาชญากรรมทุกประเภท

“จากการลงพื้น ได้รับความร่วมมือเป็นชุมชนเป็นอย่างดี มีประชาชนแจ้งข้อมูลผู้ที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติด เข้ามาว่า พระณัฐ ซึ่งเป็นพระลูกวัดพูนสุข มีพฤติกรรมเสพยาเสพติด จึงได้สั่งการให้ชุดสืบสวนร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าทำการตรวจสอบข้อมูลตามที่ได้รับแจ้ง และพบเห็นการกระทำผิดดังกล่าวข้างต้น ซึ่งตำรวจจะทำการสืบสวนสอบสวน เพื่อจับกุมเครือข่ายที่เกี่ยวข้องมาดำเนินคดีต่อไป”