วินรถตู้สายหัวหิน เลิกวิ่งสิ้นเดือนมิ.ย. เผยลูกค้าน้อย หลังถูกจัดระเบียบโดย คสช.

251

จากกรณีวินรถตู้ รถตู้กรุงเทพฯ-หัวหิน – บริษัทจูนแอนด์เจมส์ ทรานสปอร์ต ได้โพสต์เฟซบุ๊ก แจ้งผู้ใช้บริการว่าทางวินรถตู้ จะยกเลิกกิจการแล้ว เนื่องจากสภาวะทางเศรษฐกิจ โดยระบุว่า 30 มิ.ย. 62 เตรียมปิดกิจการ ขอประกาศเลยว่า ธุรกิจเจ๊งเพราะ คสช.ของรัฐบาลประยุทธ์ ขอบคุณทุกท่าน ที่เคยใช้บริการ #RIPรถตู้สาธารณะ

ล่าสุดเมื่อ วันที่ 14 มิ.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่คิวรถตู้โดยสารสาธารณะ ซอยหัวหิน51 เขตเทศบาลเมืองหัวหิน อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ พบว่าจุดจำหน่ายตั๋วของรถตู้กรุงเทพฯ-หัวหิน – บริษัทจูนแอนด์เจมส์ ทรานสปอร์ต ได้ปิดให้บริการ เพียง 1 บริษัท ส่วนผู้ประกอบการรถตู้รายอื่นยังคงเปิดให้บริการตามปกติ

 โดย ผู้บริหารคิวรถตู้บริษัทจูนแอนด์เจมส์ ทรานสปอร์ต รายหนึ่ง เผยว่า สิ้นเดือนมิถุนายนนี้รถตู้ของบริษัทฯ จะอายุครบ 10 ปี ขนส่งจะไม่ต่อใบอนุญาตขนส่งสาธารณะให้ ทำให้ไม่สามารถวิ่งรถให้บริการแก่ผู้โดยสารได้ตามปกติ จากเดิมที่เคยมีรถตู้วิ่งในคิวกว่า 100 คัน โดยมีจุดหมายปลายทางที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ภายหลังจากที่ คสช.ได้จัดระเบียบคิวรถตู้ทั่วประเทศ เมื่อ 5 ปี ที่ผ่านมา ทำให้ต้องย้ายคิวไปอยู่ปลายทางที่ปิ่นเกล้าแทน และคิวรถทุกคันต้องมาอยู่รวมกัน ทำให้การแข่งขันสูงขึ้น ลูกค้าน้อยลง สุดท้ายจึงไม่สามารถประกอบกิจการต่อไปได้

 ด้านนายสุทธิพันธ์ จิตนิยม อดีตคนขับรถตู้บริษัทจูนแอนด์เจมส์ ทรานสปอร์ต กล่าวว่า เดิมเคยมีรถตู้เป็นเจ้าของเอง 1 คัน และเคยขับรถให้กับคิวของบริษัทจูนแอนด์เจมส์ ทรานสปอร์ต กระทั่งมีการจัดระเบียบ ตนมองอนาคตว่าไปไม่รอด เพราะมีการแข่งขันที่สูงมาก จึงตัดสินใจขายรถตู้ทิ้ง แล้วออกจากบริษัทดังกล่าว มาสมัครเป็นพนักงานขับรถรับแจ้งขับให้กับคิวอื่นแทน ส่วนตัวไม่ต้องแบกภาระดูแลรถตู้ ไม่ต้องเสี่ยงกับกรณีรถหมดอายุ ไม่สามารถต่อใบอนุญาตได้ รถบางคันยังผ่อนไม่หมดแต่อายุครบกำหนดต้องหยุดให้บริการก่อนแล้ว

นายสุทธิพันธ์ กล่าวต่อว่า ยอมรับว่าการจัดระเบียบของ คสช.มีผลต่อผู้ประกอบการ จากเดิมที่แต่ละบริษัทฯ เคยอยู่คิวใครคิวมันตามที่ต่างๆ ทำให้ไม่ต้องแย่งลูกค้ากับบริษัทอื่น แต่เมื่อถูกจับมารวมกัน ทำให้แต่ละบริษัทฯ ต้องแย่งลูกค้ากันเอง จนเกิดปัญหาขึ้น หลังจากนี้เชื่อว่าจะเกิดปัญหาเพิ่มขึ้นอีก เวลาถึงเทศกาลวันหยุดยาว ที่จะไม่มีรถวิ่งให้บริการประชาชน หรือรถมีไม่เพียงต่อกับความต้องการของประชาชน

ขณะที่ นายบุญลือ พินอูป พนักงานขับรถตู้ กล่าวว่า ส่วนตัวรถของตนมีอายุ ใกล้ครบ 10 ปี แล้ว กำลังอยู่ในช่วงตัดสินใจว่าจะทำอย่างไรต่อไป ซึ่งตามกฎหมายเมื่อรถตู้มีอายุครบ 10 ปี จะไม่สามารถต่อใบอนุญาตเดินรถสาธารณะได้ และไม่สามารถซื้อรถตู้คันใหม่มาขออนุญาตได้ จะต้องซื้อรถมินิบัสแทน ซึ่งราคาสูงกว่าหลายเท่าตัว ตนเองคงไม่มีปัญญาซื้อใหม่แน่นอน

 นายบุญลือ กล่าวต่อว่า จากรถตู้คันละล้านกว่าบาท เมื่อตกแต่งแล้วเกือบ 2 ล้านบาท หากต้องซื้อรถมินิบัสราคาเริ่มต้นคันละ 3 ล้านกว่าบาท ยังไม่รวมค่าตกแต่ง ซึ่งผู้ประกอบการส่วนใหญ่แบกรับภาระไม่ไหว ในอนาคตรถตู้คงค่อยๆหมดไปเรื่อยๆซึ่งจะกระทบกับผู้โดยสารอย่างแน่นอน