‘ไนกี้’ เชื่อ ‘แมน’ เข้าใจ หลังนัวเนีย ‘ใบเตย’ ในเอ็มวี

Advertisement ศูนย์รักษาผู้มีบุตรยาก


สร้างความฮือฮาไม่น้อยกับซีนนัวเนียกันระหว่าง “ไนกี้-นิธิดล ป้อมสุวรรณ” กับ “ใบเตย อาร์สยาม” หรือ “สุธีวัน ทวีสิน” ในเอ็มวีเพลง “เอาไม่เสร็จ” ของสาวใบเตย ที่หลายคนดูแล้วเกิดคำถามว่า ไนกี้ กลัวว่าจะมีปัญหากับหวานใจใบเตย อย่าง “แมน-พัฒนพล กุญชร ณ อยุธยา” หรือเปล่า และเมื่อผู้สื่อข่าวเจอไนกี้ที่มาร่วมกิจกรรม มีท แอนด์ กรี๊ด รักฉันสวรรค์จัดให้ ที่ร้านเซ็น ตึก ออลซีซั่น ถนนวิทยุ จึงสอบถามถึงประเด็นร้อนทันที ซึ่งไนกี้เผยว่า
        
“ในเอ็มวีผมมองว่าเป็นงานศิลปะอย่างนึง ที่รับเล่นเอ็มวีนี้ก็เพราะใบเตย พอเขามาคุยคอนเซปต์กับเรา ก็รู้สึกว่ามีความเป็นลูกทุ่งสมัยใหม่ ที่เขาอยากให้ทุกคนได้ดูมุมนี้ ก่อนถ่ายทำก็ได้มีการเวิร์กช็อปกับใบเตย ตอนถ่ายก็เขินบ้าง ปกติเราก็ไม่เคยถึงเนื้อถึงตัวเพื่อนขนาดนี้ คนอาจจะมองว่าโป๊เกินไปหรือเปล่า ก็อยู่ที่มุมมอง สำหรับผมมองเป็นศิลปะ จริง ๆ ชื่อของเอ็มวี ก็คือ เอาใจไม่เสร็จ แต่อาจจะมีการเล่นคำนิดนึง อยากจะให้ทุกคนมองที่เนื้อเพลงมากกว่า
          
ตอนแรกที่เห็นเอ็มวีเสร็จสมบูรณ์ผมก็ร้องว้าวนะ ไม่คิดว่าการนำเสนอออกมาดูอินเตอร์กว่าที่คิดไว้ ผมว่าเป็นเอ็มวีที่เปลี่ยนภาพใบเตย จากที่เราเคยเห็นมาเหมือนกัน ผมรู้สึกว่าชอบและดีใจที่ได้รับเล่น ซึ่งหลาย ๆ คนก็เซอร์ไพร้ส์ว่าไนกี้เล่นบทเพลย์บอยได้ด้วยเหรอ  เราก็ดีใจที่ทุกคนแฮปปี้กับลุคนี้ ส่วนกับพี่แมน ผมว่าเขาน่าจะทราบอยู่แล้ว เพราะเขาก็เป็นแฟนกัน ใบเตยน่าจะพูดให้ฟังว่าอาจจะต้องเล่นถึงเนื้อถึงตัว ผมก็เป็นแค่เพื่อนที่เข้ามาทำงานด้วยกัน คิดว่าพี่แมนต้องเข้าใจอยู่แล้วว่าไม่ได้มีอะไรครับ ส่วนเรื่องหัวใจผมเองยอมรับว่าก็มีเปิดใจในการที่จะมีคนเข้ามาคุย แต่คนที่เราคุยกับสิ่งที่ใช่ ยังไม่คลิกกันสักเท่าไหร่ บางทีคุย ๆ แล้วก็หายไป อาจจะมองหาตัวจริงอยู่ หวังว่าสักวันน่าจะมีตัวจริงที่เข้าใจเราเข้ามา ก็คุยไปเรื่อย ๆ เผื่อจะมีสักคนที่คลิกกันจริง ๆ แต่ตอนนี้ยังไม่มีครับ อาจจะด้วยงานของเราทำให้ผู้หญิงเข้าถึงยาก บางทีผมเลิกงานไม่เป็นเวลา ทำให้เราไม่สามารถคุยกับใครได้ตลอด ความสัมพันธ์เลยไม่ได้ปะติดปะต่อ อีกอย่างผมอยากโฟกัสกับงานให้มากที่สุด เพราะคุณพ่อก็ป่วย เราก็อยากดูแลให้เต็มที่ และด้วยช่วงวัยที่เรากำลังสนุกกับงาน มีอะไรใหม่ ๆ ให้ทำ เราก็ยังตื่นเต้น รู้สึกมีไฟ อยากทำงานอยู่ครับ”.


 

ที่มาของเนื้อหา : www.dailynews.co.th