ไข้หวัดใหญ่ ระบาดหนัก กทม.ยังครองแชมป์ป่วย สปสช.ให้วัคซีนฟรี 7 กลุ่มเสี่ยง

83

การแพร่ระบาดของโรคไข้หวัดใหญ่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว กรุงเทพมหานคร ครองแชมป์ผู้ป่วยไข้หวัดใหญ่มากสุดในประเทศ ในขณะที่ทั่วโลกสถานการณ์โรคไข้หวัดใหญ่ลดลง ส่วนใหญ่พบไข้หวัดใหญ่ชนิด A องค์การอนามัยโลกแนะนําให้มีมาตรการจัดการที่เหมาะสมเพื่อควบคุมการติดเชื้อ และฉีดวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ในกลุ่มเสี่ยง

ในการกระจายของการเกิดโรคไข้หวัดใหญ่ในประเทศไทยรายภาค จากข้อมูลการรายงาน 506 สํานักระบาดวิทยา พบว่า ภาคที่มีอัตราป่วยสูงสุด คือ ภาคกลาง อัตราป่วย 540.06 ต่อประชากรแสนคน รองลงมา คือ ภาคเหนือ อัตราป่วย 296.97 ต่อประชากรแสนคน ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ อัตราป่วย 142.58 ต่อประชากรแสนคน และน้อยที่สุด คือ ภาคใต้ อัตราป่วย 91.03 ต่อประชากรแสนคน ตามลําดับ

นอกจากนี้ยังพบผู้ป่วยเสียชีวิตจํานวนรวมทั้งหมด 13 รายถือเป็นสถิติที่น่าตกใจ โดยการกระจายของการเกิดโรคไข้หวัดใหญ่รายจังหวัด พบว่า จังหวัดที่มีอัตราป่วยสูงสุด คือ กรุงเทพมหานคร อัตราป่วย 823.34 ต่อประชากรแสนคน รองลงมา คือ ระยอง อัตราป่วย 770.69 ต่อประชากรแสนคน เชียงใหม่ อัตราป่วย 700.11 ต่อประชากรแสนคน นครปฐม อัตราป่วย 533.32 ต่อประชากรแสนคน และสมุทรสาคร อัตราป่วย 478.70ต่อประชากรแสนคน ตามลําดับ

ในประเทศไทยพบจำนวนผู้ป่วยโรคไข้หวัดใหญ่ประจำฤดูกาลเพิ่มขึ้นเป็นประจำช่วงหน้าฝน เนื่องจากเชื้อไวรัสมีแนวโน้มที่จะแพร่กระจายได้ดีในประเทศเขตร้อนที่มีความชื้นสูง ในขณะที่โรคไข้หวัดใหญ่ถูกจัดอยู่ในกลุ่มโรคติดต่อที่ต้องเฝ้าระวัง แต่มีคนไทยจำนวนมากเข้าใจว่า ไข้หวัดใหญ่เป็นโรคที่ไม่ร้ายแรง และสามารถหายเองได้

เนื่องจากมีอาการคล้ายกับไข้หวัดธรรมดา ซึ่งในรายที่ร่างกายแข็งแรงไม่น่ากังวลเท่าไหร่ แต่ในรายที่ร่างกายอ่อนแอ โดยเฉพาะผู้ที่อยู่ใน 7 กลุ่มเสี่ยง อาทิ เด็กอายุ 6 เดือนถึง 2 ปี, หญิงตั้งครรภ์, ผู้สูงอายุ 65 ปี ขึ้นไป, ผู้มีโรคเรื้อรัง จะอยู่ในภาวะที่อันตรายอาจติดเชื้อได้ง่าย

โดยมาตรการในการป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ในปัจจุบัน คือ การรับวัคซีน ซึ่งโรคไข้หวัดใหญ่เกิดจากเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่ ซึ่งถูกแบ่งออกเป็น 4 สายพันธุ์ คือ A, B, C และ D โดยสายพันธุ์ A และ B เป็นเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่ตามฤดูกาล ซึ่งประเทศไทยมีแนวโน้มพบการระบาดของเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่ตามฤดูกาลของสายพันธุ์ B มากกว่าสายพันธุ์ A

ทั้งนี้ ในการเฝ้าระวังและเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ไข้หวัดใหญ่ สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ได้ดำเนินงานตามนโยบายของรัฐบาลที่อยากให้คนไทยมีสุขภาพแข็งแรง โดยเฉพาะ 7 กลุ่มเสี่ยง เปิดให้บริการการฉีดวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ฟรี ซึ่งทันตแพทย์อรรถพร ลิ้มปัญญาเลิศ รองเลขาธิการ โฆษก สปสช. กล่าวว่า

“การป้องกันนั้นดีกว่าการรักษา วัคซีนไข้หวัดใหญ่ เป็นหนึ่งในสิทธิประโยชน์ของหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า เราให้ความสำคัญกับการป้องกันซึ่งมีความคุ้มค่าสูง และหนึ่งในการป้องกันคือการฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ แต่เราไม่ได้ฉีดให้กับทุกคน กำหนดเฉพาะ 7 กลุ่มเสี่ยง กลุ่มเสี่ยงเหล่านี้ถ้าเราไม่ป้องกัน

โอกาสจะเกิดการเจ็บป่วยที่รุนแรงมีสูง ทำให้ต้องใช้ทรัพยากรในการดูแลที่สูงขึ้น การป้องกันต้นทางจึงมีความคุ้มค่ามากกว่า โชคดีที่ตอนนี้กำลังจะมีงานเฮลท์แคร์ 2019 วันที่ 27 – 30 มิถุนายน 2562 Hall 5 อิมแพ็ค เมืองทองธานี สปสช. จึงขอใช้โอกาสนี้ในการประชาสัมพันธ์ให้ประชาชน 7 กลุ่มเสี่ยง หรือมีญาตพี่น้องอยู่ใน 7 กลุ่มเสี่ยงดังกล่าวรับทราบ เพื่อจองสิทธิล่วงหน้ารับการฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ฟรีทุกวัน ภายในงานครั้งนี้”

นอกจากนี้ ประชาชนในเขต กทม. ที่อยู่ใน 7 กลุ่มเสี่ยงโรคไข้หวัดใหญ่ สามารถจองสิทธิฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ฟรี ผ่านระบบออนไลน์” เริ่มตั้งแต่วันนี้ถึงเดือนสิงหาคม 2562 และสามารถขอรับบริการฉีดวัคซีนได้ที่ศูนย์บริการสาธารณสุขทั้ง 68 แห่ง คลินิกชุมชนอบอุ่น โรงพยาบาลรัฐและเอกชนที่ร่วมโครงการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติได้ตั้งแต่วันนี้ และเพื่ออำนวยความสะดวก และมั่นใจได้ว่าจะได้รับวัคซีนแน่นอน เมื่อเข้ารับบริการยังหน่วยบริการ

โดยในปีนี้ สปสช. เขต 13 กทม.ได้พัฒนาระบบเพื่อเปิดให้ประชาชนสามารถจองสิทธิรับวัคซีนไข้หวัดใหญ่ผ่านระบบออนไลน์ได้ โดยลงทะเบียนได้ 2 รูปแบบ ดังนี้

1. ประชาชนกลุ่มเสี่ยงที่ได้รับข้อความผ่าน SMS จำนวน 100,000 ราย สามารถกดยืนยันจองสิทธิฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ได้ทันที โดยระบบจะบันทึกข้อมูล
2. ผ่านระบบลงทะเบียนของ สปสช.เขต 13 กทม. ตาม Link นี้ https://bkkapp.nhso.go.th/public/vaccine/