สวทช.จับมือเอกชนพัฒนายานพาหนะสมัยใหม่

วันนี้ (3 ก.ย.61)ที่อุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย  กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี  โดยสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.ร่วมกับบริษัท โชคนำชัย ไฮ-เทค เพรสซิ่ง จำกัด และ บริษัท สกุลฎ์ซี อินโนเวชั่น จำกัด หนึ่งในกลุ่มบริษัทโชคนำชัย    ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือด้านการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีการออกแบบการผลิตยานพาหนะสมัยใหม่ และโครงการสร้างน้ำหนักเบา  

ดร.ณรงค์  ศิริเลิศวรกุล   ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) เปิดเผยว่า ที่ผ่านมาทาง สวทช. ได้ลงนามบันทึกข้อตกลงกับกลุ่มบริษัท โชคนำชัย ในด้านการวิจัยและพัฒนาโครงสร้างเรือ และรถโดยสาร โดย ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ (เอ็มเทค) และ ศูนย์บริการปรึกษาการออกแบบและวิศวกรรม (DECC) หน่วยงานในสังกัด สวทช. ด้วยการใช้กลไกของโปรแกรมสนับสนุนการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรม หรือ ITAP รวมถึงการสนับสนุนงบประมาณในการดำเนินงานด้วยเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ การยื่นขอรับการพิจารณาบัญชีนวัตกรรม และการลดภาษี 300% ซึ่งการดำเนินโครงการต่างๆ นั้น ประสบผลสำเร็จเป็นอย่างดี ช่วยให้บริษัท โชคนำชัย  และบริษัท สกุลฎ์ซี อินโนเวชั่นฯ สามารถพัฒนากระบวนการผลิตโดยมีนักวิจัยและผู้เชี่ยวชาญให้คำปรึกษา

สำหรับการลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือด้านการวิจัยในครั้งนี้  มีวัตถุประสงค์เพื่อร่วมวิจัยและพัฒนายานพาหนะสมัยใหม่ รวมถึง ชิ้นส่วน โครงสร้าง และองค์ประกอบที่เกี่ยวข้อง ร่วมวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีการผลิตแม่พิมพ์ การออกแบบ และผลิตโครงสร้างน้ำหนักเบา ตลอดจนร่วมพัฒนาบุคลากรและกำลังคนที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยียานพาหนะสมัยใหม่ จากความสำเร็จที่ผ่านมาทำให้ สวทช. มีความมั่นใจและประสงค์ที่จะร่วมมือกับกลุ่มบริษัท โชคนำชัย ในด้านการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีการผลิตใหม่ๆ เพื่อสร้างองค์ความรู้ และยกระดับศักยภาพในการผลิตยานยนต์ เพื่อคนไทยให้เกิดขึ้นในประเทศต่อไป

ด้าน นายนำชัย  สกุลฎ์โชคนำชัย  ประธานกลุ่มบริษัท โชคนำชัย และบริษัท สกุลฎ์ซี อินโนเวชั่น จำกัด กล่าวว่า กลุ่มบริษัทโชคนำชัย (CNC Group) เป็นผู้ผลิตแม่พิมพ์ขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทย และเป็น Top 5 Asia ที่ทำแม่พิมพ์สำหรับผลิตตัวถังรถยนต์ได้ทุกชิ้นส่วน  มีประสบการณ์ยาวนานกว่า 40 ปี และมีผลงานการค้นคว้าวิจัยด้านเทคโนโลยีที่บริษัทได้คิดค้นขึ้น  ซึ่งบริษัท ฯ ได้มีความร่วมมือกับ สวทช. ในการนำองค์ความรู้ที่สำคัญมาใช้ในการพัฒนา  และเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินงานของบริษัทมากยิ่งขึ้น

นอกจากนี้ยังมีการต่อยอดองค์ความรู้ด้านการผลิตเรืออลูมิเนียม ของบริษัท สกุลฎ์ซี อินโนเวชั่น จํากัด อีกหนึ่งบริษัทย่อยของกลุ่มบริษัทโชคนำชัย   ในการออกแบบ เรือ SAKUN C  โดยการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีการคำนวณทางพลศาสตร์ของไหล หรือ CFD ช่วยในการจำลองสภาวะการใช้งานและศึกษาความสัมพันธ์ ตลอดจนผลกระทบจากการไหลของน้ำที่มีต่อเรือ ที่สำคัญ สวทช. ยังช่วยให้คำปรึกษา และช่วยในการวิเคราะห์ความแข็งแรงของโครงสร้างรถโดยสารตัวถังอลูมิเนียม ซึ่งบริษัท สกุลฎ์ซีฯ  ได้นำมาศึกษาและหาแนวทางลดน้ำหนักของโครงสร้างในอนาคต ความรู้นี้จะช่วยในการลดค่าใช้จ่าย และลดอัตราการกินน้ำมัน สร้างประโยชน์ให้กับอุตสาหกรรมของประเทศได้โดยตรง

นายนำชัย กล่าวต่อว่า จากผลงานและความสำเร็จที่เกิดขึ้น ทำให้ปีนี้  บริษัทโชคนำชัยได้ร่วมมือกับ สวทช. อีกครั้ง การร่วมมือกันในครั้งนี้จะสร้างผลประโยชน์ให้กับวงการเทคโนโลยีและอุตสาหกรรมไทยมากยิ่งขึ้น โดย สวทช. มีโครงการเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยเหลือผู้ประกอบการในการนำมาขยายขีดความสามารถในการผลิตนวัตกรรม และพัฒนากระบวนการผลิตโดยระบบ Automation ทำให้ผลิตภัณฑ์มีคุณภาพมากยิ่งขึ้น รวมไปถึงร่วมกันวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีการออกแบบ ยานยนต์สมัยใหม่ ขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้า โดยใช้โครงสร้างน้ำหนักเบา พร้อมเทคโนโลยี IT ที่ตอบรับยุค Thailand 4.0 อย่างเต็มตัว นอกจากนั้น สวทช. ยังให้การสนับสนุนการสร้างเครือข่ายภาคเอกชนการพัฒนาอุตสาหกรรมยานยนต์สมัยใหม่ร่วมกับผู้ผลิตชิ้นส่วนแบตเตอรี่ มอเตอร์ ระบบขับเคลื่อน ระบบไอที ระบบอิเล็กทรอนิกส์ต่างๆ เพื่อให้เกิดการสร้างโครงสร้างอุตสาหกรรมยานยนต์สมัยใหม่ที่ยั่งยืน สร้างความมั่นใจให้กับผู้ใช้และเกิดประโยชน์สูงสุดกับประเทศอีกด้วย

อย่างไรก็ตาม ในความร่วมมือครั้งนี้ บริษัทสกุลฎ์ซี และ สวทช. ริเริ่มโครงการพัฒนาเรืออัจฉริยะ ในด้านต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการใช้แอพพลิเคชั่นเก็บข้อมูลและวิเคราะห์การขับขี่ของผู้ขับเรือ สร้างความมั่นใจให้กับผู้โดยสารมากขึ้น การใช้ระบบ GPS และมอเตอร์ขับเคลื่อนในการควบคุมตำแหน่งของเรือ ลดการเกิดอุบัติเหตุและการแล่นออกนอกเส้นทาง รวมถึงการใช้ระบบข้อมูล IoT เก็บข้อมูลเรือที่จำหน่ายออกไป เพื่อบริหารจัดการข้อมูลคู่ค้าและนำมาสู่การพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น เพื่อต่อยอดสร้างจุดแข็งการท่องเที่ยวของประเทศไทยให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น และบริษัทโชคนำชัย กับ สวทช. ยังให้ความสำคัญกับความร่วมมือกันพัฒนาทักษะบุคลากรด้านการวิจัย การพัฒนา และการบริหารองค์ความรู้ รวมไปถึงการแลกเปลี่ยนบุคลากรในองค์กร เพื่อสร้างบุคลากรที่มีคุณภาพเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาเทคโนโลยีไทยต่อไป
 
 

ที่มาของเนื้อหา : www.dailynews.co.th