เหยี่ยวถลาลม : ควรมีคนติดคุก

Advertisement ศูนย์รักษาผู้มีบุตรยาก

16 กุมภาพันธ์ 2553 หรือเมื่อกว่า 8 ปีก่อน นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี แถลงว่า ผลการทดสอบ
“จีที-200” จำนวน 20 ครั้ง สามารถตรวจหาวัตถุระเบิดได้ถูกต้องเพียง 4 ครั้ง ซึ่งมีค่าเท่ากับ “การเดาสุ่ม”

จากนั้นเป็นต้นมา บทบาทการค้นหาวัตถุระเบิดของ “จีที-200” ถูกแทนที่ด้วย “สุนัขทหาร” กับเครื่องตัดสัญญาณโทรศัพท์

ย้อนไปก่อนหน้านั้นอีก 8 ปี คือในปี พ.ศ.2545 ที่ห้องทดลองแห่งชาติแซนเดีย สหรัฐอเมริกา ได้ทดสอบระบบตรวจจับสสาร MOLE ตามที่บริษัทโกลบอลฯใช้เป็นต้นแบบผลิต “จีที-200”

ผลปรากฏว่ามีค่าเท่ากับ “การเดาสุ่ม” เช่นกัน

เมื่อพิสูจน์ว่าเป็นอุปกรณ์ที่อวดอ้าง ค้าขายฉ้อฉลหลอกลวง ด้วยสำนึกที่รับผิดชอบ ในต่างประเทศก็ลงมือจัดการ รัฐบาลสหราชอาณาจักรถึงกับประกาศว่า จีที-200 ไร้ประสิทธิภาพโดยสิ้นเชิงในการตรวจหาวัตถุระเบิด

ผู้ผลิตผู้จำหน่ายติดคุกและถูกยึดทรัพย์ชดใช้

หลังจากที่ “ทีจี-200” ก่อความอื้อฉาวไปทั่วโลก และหลังจากที่ประเทศไทยได้สูญเสียงบประมาณจัดซื้อไปกว่า 1 พันล้านบาท “ผู้เกี่ยวข้อง” ในประเทศอันสงบเรียบร้อยของเราก็ยังคงทำราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น

มีผู้ตั้งคำถาม!

คนที่จบนายร้อย จปร.นั้นได้ปริญญา “วิทยาศาสตรบัณฑิต” รับราชการอยู่ทั้งในกองทัพบก เรือ อากาศ บางคนเติบโตถึงตำแหน่ง ผบ.หน่วย ผบ.เหล่า และกับบางคนยังมีวาสนาได้วกกลับมาเป็น “รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม”

ท่านทั้งหลายรู้สึกรู้สาอะไรบ้างกับความไร้ประสิทธิภาพของ “จีที-200”

รู้สึกเสียดายเงินแผ่นดินกว่า 1 พันล้านบาท ที่ถูกละเลงไปหรือไม่

ที่น่างุนงงสงสัยหนักก็คือ “ป.ป.ช.” เป็นองค์กรซึ่งมีบทบาทหน้าที่และเป็นความหวังในการปราบปรามทุจริตคอร์รัปชั่นของประเทศ

จนถึงบัดนี้ ผ่านมาแล้วกี่ปี การไต่สวนสืบเสาะ “คดี จีที-200” ของ ป.ป.ช.ยังลูกผีลูกคน

เพิ่งจะมีปรากฏการณ์ “ความเห็น” ของ นายสุรศักดิ์ คีรีวิเชียร กรรมการ ป.ป.ช. ซึ่งเป็น “ดุลพินิจ” ที่สุดแสนประหลาดว่า “เรื่องนี้วินิจฉัยถูกผิดยาก เพราะไม่ได้อยู่ที่มูลค่าเครื่อง แต่เป็นความเชื่อเหมือนพระเครื่อง”

ผลการพิสูจน์ แท่งพลาสติกกลวง “จีที-200” นั้นประจักษ์แจ้งในสายตาชาวโลกแล้ว

พ่อค้าอังกฤษก็ถูกยึดทรัพย์ และติดคุกแล้ว

ยังเหลือแต่ที่ “ไทย” ใครควรจะชดใช้กี่คน!?!!

ที่มาของเนื้อหา : www.matichon.co.th