รายงานพิเศษ : พรรคการเมืองบนเส้นทางปฏิรูป

หมายเหตุ : สถาบันพระปกเกล้าจัดสัมมนาในโอกาสครบรอบ 20 ปี หัวข้อเรื่อง “พรรคการเมืองไทยบนเส้นทางแห่งการปฏิรูป” เมื่อวันที่ 4 ก.ย. ที่ศูนย์ประชุมวายุภักษ์ ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติฯ แจ้งวัฒนะ

จาตุรนต์ ฉายแสง 

แกนนำพรรคเพื่อไทย (พท.) 

พรรคเรามีความต่อเนื่อง ถูกยุบพรรค 2 รอบ เรื่องไพรมารีโหวตเรามีการทำแผน วิธีการไว้แล้ว ตอนนั้นเราเห็นว่าการทำ ไพรมารีโหวตเป็นเรื่องจำเป็น เพราะแต่ละพื้นที่ของการเลือกตั้งพรรคส่งใครลงสมัครก็ได้รับการรับเลือก จึงควรให้โอกาสสมาชิกพรรคในการมีส่วนร่วม แต่ขณะนี้ยังไม่มีกฎหมายกำหนดชัดเรื่องไพรมารีโหวต

ต้องการให้พรรคการเมืองเป็นส่วนซึ่งมีคนที่มีความเห็นทางการเมืองคล้ายกันมาร่วมอุดมการณ์กัน ร่วมพัฒนานโยบายให้มีบทบาทโดยต้องมีปฏิสัมพันธ์ มีการเชื่อมโยงกับประชาชน

เราต้องการให้องค์กรการเมืองมีความรับผิดชอบต่อสิ่งที่ทำ เสนอนโยบายเมื่อพัฒนาแล้วประชาชนเห็นว่าดี ไม่ใช่ต่างคนต่างสมัครเข้ามาแล้วได้เป็นผู้แทน เข้าไปในสภาแล้วก็โหวตกันไปเฉยๆ

เราพยายามรักษาสิ่งที่เป็นจุดแข็งที่มีมาตั้งแต่พรรคไทยรักไทยคือการสังเคราะห์ ทำนโยบายให้นำไปปฏิบัติได้จริง และพยายามทำอย่างจริงจัง ประชาธิปไตยในความหมายของเราคือให้สมาชิกและประชาชนร่วมกำหนดนโยบาย

ประชาธิปไตยคือ พรรคการเมืองต้องสร้างบทบาทเพื่อสร้างประชาธิปไตยให้ประเทศ ความต่อเนื่องจากพรรคไทยรักไทยที่ถูกรัฐประหารสองรอบเราจึงมีบทบาทในการต่อสู้ ส่วนประชาธิปไตยในพรรคมองเป็นเรื่องท้าทาย

และจำเป็นที่ต้องสร้างให้พรรคเพื่อไทยเป็นสถานบันทางการเมือง ทุกคนเป็นเจ้าของ สมาชิกและประชาชนมีส่วนร่วมกำหนด ทั้งผู้นำ นโยบาย การทำพรรคการเมืองให้เป็นสถาบันการเมืองที่ดีจะเป็นประโยชน์ในการสร้างประชาธิปไตยของชาติได้

หากพูดถึงปฏิรูปประเทศเราต้องปฏิรูปหลายด้าน เรื่องการเมือง ความไม่เป็นประชาธิปไตย เศรษฐกิจ สิ่งเหล่านี้ต้องปฏิรูป ต้องแก้ เชิงระบบ ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงอย่างยิ่งใหญ่และไม่ง่ายเลย

ที่บอกว่าปฏิรูปก่อนการเลือกตั้งนั้นเป็นเพียงคำพูด ผ่านมา 4 ปีก็ไม่ปรากฏว่ามีการปฏิรูป แต่ไปปรากฏในแผนปฏิรูป 6 ด้าน และมีการบังคับทางกฎหมายซึ่งต่อไปพรรคการเมืองจะทำได้หรือไม่ ขณะที่อีกหลายเรื่องเป็นเรื่องที่เราอยากทำแต่ไม่ได้ทำ 

ที่บอกจะปฏิรูประบบการเมืองได้กลายเป็นการทำลายระบบการเมืองของประเทศอย่างร้ายแรง ต้องแก้รัฐธรรมนูญและกฎหมายที่ไม่เป็นธรรม พท.เสนอยกเลิกระบบยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี คนกำหนดเป็นคนที่ไม่รู้เรื่องรู้ราวอะไร เชื่อว่าคงใช้เวลานาน

อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ 

หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.)

โดยธรรมชาติของพรรคการเมืองต้องมาจากประชาชน มีวิวัฒนาการการจัดวางการบริหารสอดคล้องสังคมและอุดมการณ์ของประชาชน

แต่การเมืองไทยขณะนี้การตรากฎหมายกลับมีมุมมองให้พรรคเป็นองค์กรสำเร็จรูป แม้เป็นเจตนาดีแต่ยังมีปัญหาอุปสรรคในการปฏิบัติ

จึงสะท้อนว่าถ้าอยากได้พรรคการเมืองที่เป็นประชาธิปไตย ก็จำเป็นต้องทบทวนการเขียนกฎหมายด้วย 

ส่วนประชาธิปไตยในปชป.ค่อนข้างมีปัญหาน้อย พูดได้เต็มปากว่าพรรคเราไม่ใช่ของใครคนใดคนหนึ่ง ที่ผ่านมา 7 ทศวรรษมีการเปลี่ยนผ่านคนหลายรุ่น มีการวางรากฐานความเป็นเจ้าของพรรค เรื่องสมาชิกพรรคก็ทำก่อนหน้าที่คสช.มีคำสั่ง และเริ่มกระบวนการให้เสียค่าสมาชิกแล้ว 

และปชป.ไม่หยุดนิ่ง ที่ผ่านมาได้ริเริ่มให้ประชาชนมีส่วนร่วมเลือกคณะกรรมการบริการ คัดเลือกสมาชิกพรรคและมีส่วนร่วมกำหนดนโยบาย

การคัดเลือกสมาชิก เดิมให้สมาชิกมาพูดคุยแสดงความเห็น เมื่อกฎหมายให้ทำไพรมารีโหวตอาจมีอุปสรรคแต่ปชป.ได้เตรียมวางแผนระดมสมาชิกจัดตั้งสาขาพรรค

และแม้กฎหมายจะกำหนดให้ที่ประชุมใหญ่เลือกผู้บริหาร ปชป.ก็จะเพิ่มกระบวนการคือให้สมาชิก คนที่เคยเป็นสมาชิก และสมาชิกใหม่มีส่วนร่วมในการแบ่งเขตและลงคะแนนผ่านโทรศัพท์ได้

ปชป.ยืนยันจะเป็นพรรคที่เป็นประชาธิปไตย ไม่มีใครเป็นเจ้าของ เดินหน้าเป็นสถาบันทางการเมือง

ถ้าต้องการจะพัฒนาประชาธิปไตยไทยมี 3 ปัจจัยที่ต้องทำ 1.แก้ไขปัญหาจากการรัฐประหาร การทำกิจกรรมของพรรคการเมืองต้องเป็นไปอย่างเสรีโดยเร็ว เพื่อให้ประชาชนมีส่วนร่วมทางการเมืองอย่างเต็มที่

2.มีการเลือกตั้งที่เสรี สุจริต เที่ยงธรรม หมายความว่าสถานการณ์การซื้อเสียง ใช้อำนาจในทางไม่ชอบ พรรคต้องต่อสู้และพยายามสกัดต่อต้าน

3.เมื่อมีการเลือกตั้งแล้วต้องให้ประชาชนที่ลงคะแนนเลือกตั้ง มีโอกาสกำหนดอนาคตประเทศอย่างแท้จริง พรรคได้เรียกร้องว่าส.ว. 250 คน แม้จะมีอำนาจตามรัฐธรรมนูญก็ต้องเคารพการตัดสินใจของประชาชน

คือใครรวบรวมเสียงข้างมากส.ส.ได้ ก็สมควรมีสิทธิ์จะจัดตั้งรัฐบาลในการบริหารประเทศ

นอกจากนั้น ต้องทบทวนกติกาที่ไม่เป็นประชาธิปไตย พรรคเราจะสนับสนุนการแก้ไขเพิ่มเติมเกี่ยวกับบทบัญญัติต่างๆ ของรัฐธรรมนูญเพื่อให้บ้านเมืองเป็นประชาธิปไตย

ทุกวันนี้ปัญหาที่มีกันทั่วโลกคือค่านิยมประชาธิปไตยเริ่มถูกบั่นทอนจากความรู้สึกและอารมณ์ของประชาชน ที่เห็นว่าสังคมมีความเหลื่อมล้ำสูง และต่อต้านคนชนชั้นที่เป็นการเมือง 

ปชป.จึงมีจุดยืนที่ว่านโยบายที่จะนำเสนอแก้ปัญหาบ้านเมือง ต้องแก้ปัญหาวิกฤตศรัทธาที่ตัวเราเอง และแก้ปัญหาผูกขาด การเอารัดเอาเปรียบในการมีอำนาจทางการเมือง

ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ 

หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ (อนค.)

อนค.มีนโยบาย 3 ปอ คือ ปลดล็อก ปรับโครงสร้างและปรับอำนาจ การปลดล็อก เช่น กฎหมายที่เอื้อให้ผูกขาดต้องปลดล็อก การปรับโครงสร้างการศึกษา อะไรที่มีอยู่แล้วแต่ใช้ได้ไม่เต็มทีก็ปรับ ความรวยกระจุก-จนกระจายนั้นมาจากอำนาจ อำนาจมีแต่ในกรุงเทพฯ

วันนี้ถึงเวลาที่ต้องปรับโครงสร้างระบบการทำงานแล้วเปิดโอกาสให้สังคม ถ้าไม่แก้ปัญหาทางการเมืองปัญหาเรื่องอื่นในประเทศจะแก้ไม่ได้เลย 

อนค.เสนอ 3 อย่าง คือ 1.หยุดยั้งการสืบทอดอำนาจที่จะให้คนที่เป็นคสช.กลับมาเป็นรัฐบาล 2.ยกเลิกรัฐธรรมนูญปี” 60 ทั้งฉบับ และ 3.ล้มล้างการรัฐประหารให้ได้

กระบวนการรัฐประหารนั้นเป็นแนวทางอาชญากรรมโดยรัฐ ภารกิจที่ดีที่อยากเห็นก่อนตายคือการไม่มีรัฐประหาร ดังนั้นหลังเลือกตั้งพรรคไหนไม่สนับสนุนการแก้รัฐธรรมนูญถือเป็นชนวนบ่งบอกว่าประเทศจะก้าวหน้าหรือถอยหลัง ถ้าทุกพรรคสามัคคีร่วมมือกันไม่มีพรรคไหนออกไปเชิดชูอิงแอบกับอำนาจก็จะไม่มีรัฐประหารเกิดขึ้น

อนค.เกิดจากซากปรักหักพังของสังคมที่หาทางออกร่วมกันไม่ได้ เมื่อสังคมมีมติว่าจะอยู่ร่วมกันอย่างไร เราคือกลุ่มคนที่ปฏิญาณตนร่วมกันว่าจะขอมีส่วนร่วมที่จะเอาประเทศไทยกลับสู่การเดินทางที่ถูก คือการเป็นพรรคการเมืองในระบอบประชา ธิปไตยที่พูดถึงสิทธิ์ของคนทุกคนเท่าเทียมกันทางด้านกฎหมาย

เมื่ออนค.เกิดขึ้นด้วยเรื่องเหล่านี้แล้วจึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องสร้างสิ่งต่างๆที่เรานับถือมาอยู่ในพรรคของเรา และนำประชาชนกลับสู่ประชาธิปไตย ไม่ต้องรอให้มีอำนาจในสภาก็ทำได้

เรื่องที่พรรคเราให้ความสำคัญคือ เรื่องเงินต้องโปร่งใส สัญญาว่าเราจะเปิดบัญชีทุกๆไตรมาสให้สมาชิกพรรคตรวจสอบ ได้ และเลือกตั้งครั้งนี้อนค.จะไม่ซื้อเสียง ไม่ซื้อส.ส. และไม่ซื้อเครือข่าย เราเชื่อว่าอุดมการณ์กับคะแนนเสียงเป็นสิ่งเดียวกัน

และเชื่อว่าวิธีที่จะเปลี่ยนแปลงประเทศได้ การเอาประเทศกลับมาสู่ประชาธิปไตยต้องตั้งมั่นอยู่ในความเชื่อ ความเสมอภาค เมื่อเป็นเช่นนั้นการเลือกตั้งครั้งนี้จึงไม่ใช่การเลือกตั้งที่ใช้เงินมากมาย อนค.จะใช้เงินเพียง 350 ล้านบาท การจะชนะการเลือกตั้งต้องเอาชนะความคิดคนก่อน

ส่วนการได้มาซึ่งส.ส. รัฐธรรมนูญ กกต. หรือคสช. กำหนดอย่างไรไม่รู้ แต่พรรคจะเปิดโอกาสให้สมาชิกมีส่วนร่วม พรรคเราไม่ต้องการให้ทำไพรมารีโหวตส.ส.แต่ต้องการให้ทำไพรมารีโหวตนโยบาย เมื่อทำได้ก็จะรู้ว่าเรื่องไหนมาก่อนเราก็จะทำ 

ขณะนี้ อนค.ยังไม่เป็นพรรคอย่าง เป็นทางการ เราจะเปิดพรรคใน 1 ต.ค.นี้ ขอให้รอดู

สรอรรถ กลิ่นประทุม 

ปธ.ที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.)

ประชาธิปไตยคือการมีสิทธิ์มีเสียงในการทำกิจกรรมพรรคโดยไม่ต้องขอรัฐบาล แต่ตอนนี้ทุกอย่างทำอะไรไม่ได้ เพราะอยู่ในช่วงฟิต แต่เชื่อว่าทุกพรรคได้เตรียมความพร้อมทั้งในที่แจ้งหรือที่ลับแล้ว

เมื่อประกาศกติกาออกมาก็พร้อมทำ ซึ่งค่อนข้างมีช่วงเวลาหาเสียงน้อยมาก แต่ยืนยันภท.เป็นพรรคประชาธิปไตยอย่างแท้จริง การเลือกตั้งหลายครั้งก็ลงสมัครแม้จะได้ไม่ตรงตามเป้าหมาย ความเป็นพรรคการเมืองคือการลงสมัครรับเลือกตั้งเพื่อให้ประชาชนเป็นคนตัดสิน 

พรรคเรายึดมั่นในระบอบประชาธิปไตยและการได้มาของหัวหน้าพรรค ผู้บริหารไม่มีการล็อบบี้ สอดคล้องกับหลักประชาธิปไตยต้องไม่ถูกครอบงำจากนักธุรกิจ

พรรคเรายังถูกกล่าวหาทำผิดกฎหมายทั้งที่ยังไม่มีสมาชิกพรรค ขอยืนยันว่าเรายึดมั่นระบอบประชาธิปไตย แม้เป็นพรรคเล็กแต่จริงใจ พร้อมรับฟังความเห็นและอยู่เคียงข้างประชาชนไม่ว่าผลการเลือกตั้งจะออกมาอย่างไร ประชาธิปไตยจะเดินหน้าไม่ได้ถ้าไม่มีการเลือกตั้ง

เรื่องยุทธศาสตร์ชาตินั้นเป็นเรื่องยากภายใต้กฎกติกาที่เขียนไว้ หลังการเลือกตั้งไม่ว่าใครได้ก็ต้องมาปฏิบัติตามยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี และยังให้ส.ว. 250 คนมาค่อยตรวจสอบว่าคนไหนไม่ปฏิบัติตามยุทธศาสตร์ชาติ ถ้าไม่ทำตามก็สามารถร้องเรียนได้

แต่ในทางประชาธิปไตยไม่ใช่แนวทางนี้ เพราะพรรคต้องคล่องตัว บริหารงานตามนโยบายที่ตัวเองไปสัญญากับประชาชนไว้ได้ แต่ขณะนี้ในฐานะผู้บริหารงานด้านนโยบายพรรคก็ต้องคิดแล้วว่านโยบายพรรคจะนำไปหาเสียงได้หรือไม่ เพราะกกต.จะเป็นคนพิจารณาว่านโยบายของเรานั้นใช่ประชารัฐ ประชานิยมหรือไม่

ดังนั้นการบริหารประเทศไม่ใช่เฉพาะพรรคการเมืองเพียงอย่างเดียวแต่ส่วนที่มีความสำคัญคือข้าราชการประจำ คงปฏิเสธไม่ได้ว่าทุกครั้งที่มีปัญหาเกิดขึ้นจะมีข้าราชการประจำร่วมด้วย ดังนั้นการปฏิรูปพรรคการเมืองต้องมีข้าราชการประจำด้วย ส่วนการปฏิวัติไม่ได้เกิดการเปลี่ยนแปลงประเทศ แต่เป็นการติดหล่ม 

การเลือกตั้งในเดือนก.พ.2562 ขอให้มี การหาเสียงครั้งหน้าคงมีเวลาน้อยแต่จะมีเรื่องของโซเชี่ยลมีเดียมาเกี่ยวข้องมากขึ้น แต่อย่างไรก็ขอให้ทุกพรรคเมื่อเลือกตั้งแล้วนั้นต้องยอมรับผลการเลือกตั้ง

ที่มาของเนื้อหา : www.khaosod.co.th