ไต้ฝุ่น ‘มังคุด’ มุ่งหน้าสู่จีนหลังถล่มฟิลิปปินส์ยับเยิน

Advertisement ศูนย์รักษาผู้มีบุตรยาก

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงมะนิลา ประเทศฟิลิปปินส์ เมื่อวันที่ 16 ก.ย. ว่าภายหลังซูเปอร์ไต้ฝุ่นมังคุด ขึ้นฝั่งที่จังหวัดคากายัน บนเกาะลูซอน ที่อยู่ทางเหนือของฟิลิปปินส์ เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ด้วยความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลาง 255 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ความเร็วลมกระโชกสูงสุด 330 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และมีรัศมีทำลายล้างกว้างถึง 900 กิโลเมตร จัดอยู่ในระดับ 5 ซึ่งเป็นขั้นสูงสุดตามมาตรวัดพายุซัฟเฟอร์-ซิมป์สัน และถือเป็นพายุหมุนซึ่งมีความเร็วลมรุนแรงที่สุดในโลกประจำปีนี้ด้วยนั้น
 

This is what Typhoon Mangkhut, the strongest storm anywhere on the planet in 2018, is doing to rivers in the Philippines https://t.co/HSZTQQRnFU pic.twitter.com/oxgmyZzp6s

— CNN International (@cnni) September 15, 2018

รายงานของสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติในกรุงมะนิลาระบุว่า ไต้ฝุ่นมังคุดเคลื่อนตัวออกจากฟิลิปปินส์แล้ว เมื่อช่วงกลางดึกของวันเสาร์ตามเวลาท้องถิ่น แม้ความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลางของพายุลดลงเหลือ 145 กิโลเมตร แต่มีแนวโน้มที่พายุจะสะสมพลังงานเพิ่มขึ้นอีกระหว่างเคลื่อนตัวผ่านทะเลจีนใต้ โดยจุดหมายต่อไปของไต้ฝุ่นมังคุดคือเกาะฮ่องกง เกาะมาเก๊า ต่อเนื่องไปถึงเกาะไหหลำ และมณฑลริมชายฝั่งทางตอนใต้ของจีน ตลอดจนพื้นที่บางส่วนในภาคเหนือของเวียดนาม


 

At least 12 are dead in the Philippines as a powerful super typhoon Mangkhut ripped through the region.

The storm is now making its way toward Hong Kong and Southern China. @benstracy is in Hong Kong. https://t.co/71sKYG8cQm pic.twitter.com/ka5CQ7n90r

— CBS Evening News (@CBSEveningNews) September 15, 2018

ในส่วนของความเสียหายที่เกิดขึ้นบนเกาะลูซอนนั้น นายฟรานซิส โตเลนติโน ที่ปรึกษาของประธานาธิบดีโรดริโก ดูเตร์เต ให้ข้อมูลไว้ที่อย่างน้อย 12 คน แต่สื่อท้องถิ่นหลายแห่งรายงานไว้ที่อย่างน้อย 14 คน ทั้งนี้ อิทธิพลของไต้ฝุ่นมังคุดทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและดินถล่มในหลายจังหวัดบนเกาะลูซอน ประชาชนมากกว่า 87,000 คนต้องอพยพ แต่ทางการประเมินประชาชนมากกว่า 4.2 ล้านคนบนเกาะลูซอนอยู่ในพื้นที่เสี่ยงเผชิญกับผลกระทบโดยตรงจากพายุลูกนี้ นอกจากนั้นยังเกิดกระแสไฟฟ้าดับเป็นวงกว้าง ซึ่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำลังดำเนินการแก้ไข และประเมินความเสียหายเพื่อส่งมอบความช่วยเหลือต่อไป.

 

ที่มาของเนื้อหา : www.dailynews.co.th