ซันเดย์ บรันช์อลังการ ห้องโกจิ คิทเช่น+บาร์ (Gogi Kitchen+Bar) โรงแรมแบงค็อก แมริออท มาร์คีส์ ควีนส์ปาร์ค

Advertisement ศูนย์รักษาผู้มีบุตรยาก

ที่มาอาทิตย์สุขสรรค์ มติชนรายวันผู้เขียนปิ่นโตเถาเล็กเผยแพร่วันที่ 16 กันยายน 2561

ปิ่นโตเถาเล็กรู้สึกตื่นเต้นยินดีเป็นอันมากที่ได้ค้นพบห้องอาหารบุฟเฟต์ถูกใจ จนต้องรีบนำมาบอกต่อ เพิ่งเปิดมาเพียงปีกว่าไม่ถึง 2 ปี ก็ได้รับความนิยมถึงขนาดต้อง จองคิวล่วงหน้า 2 อาทิตย์ กันเลยทีเดียว นั่นก็คือ บุฟเฟต์ ซันเดย์ บรั้นช์ (Sunday Brunch) ของ ห้องโกจิ คิทเช่น+บาร์ (Gogi Kitchen+Bar) โรงแรมแบงค็อก แมริออท มาร์คีส์ ควีนส์ปาร์ค (Bangkok Marriott Marquis Queen’s Park) ซอยสุขุมวิท 22 ถือเป็นแมริออท มาร์คีส์แห่งแรกในไทยเลย

ห้องโกจิ คิทเช่น+บาร์ หรือห้องโกจินั้น เป็นห้องอาหารนานาชาติขนาดใหญ่จุคนได้ราว 250 คน ที่บริการบุฟเฟต์ทั้งอาหารเช้า กลางวัน เย็น โดยบุฟเฟต์ซึ่งเป็นที่เลื่องลือนั้น คือ ช่วงมื้อเย็น (18.00-22.00 น.) วันศุกร์-วันเสาร์ (คนละ 1,978++ บาท) แต่ไหนๆ จะไปชิมทั้งทีต้องเอาให้สุดสุดไปเลย กับบุฟเฟต์ ซันเดย์ บรันช์ วันอาทิตย์ ตั้งแต่ 11.45-14.30 น. ในสนนราคาคนละ 2,128 บาท++ หรือ 2,505 บาทสุทธิ (รวมน้ำเปล่าและชา กาแฟ) (ซึ่งผมแนะนำว่าควรซื้อเครื่องดื่มซอฟต์ดริงก์ น้ำผลไม้และชาเย็น กินไม่อั้น ในราคาคนละ 99++ บาท ด้วย)

ความโดดเด่นของซันเดย์ บรั้นช์ ห้องโกจิก็คือ มีของดีให้ลิ้มลองหลากหลายหมวดหมู่ประเภทอาหาร นับว่าคุ้มค่าจริงๆ ควรไปรอตั้งแต่เปิดตอน 11.45 น. เลย จะได้มีเวลาละเลียดชิม อยากมาเป็นหมู่คณะครอบครัวใหญ่หลายสิบคนก็มีโต๊ะรับรองได้สบาย ข้อดีอีกอย่างของห้องนี้คือเขาจะจัดตะเกียบ มีด ช้อนส้อม ผ้าเช็ดปากใส่กล่องวางให้บนโต๊ะอย่างจุใจ ไม่ต้องเสียเวลาขอเพิ่ม

มาดูกันว่ามีอะไรบ้าง ด้านหน้าทางขวามือมีมุมหอยนางรมที่ถูกใจผมมาก เพราะมีให้เลือกถึง 4 ชนิด ทั้ง หอยนางรมซิดนีย์ร็อค (Sydney Rock Oyster) ของโปรดผม ตัวเล็กๆ แต่อวบอ้วนครีมๆ เต็มคำ หอยนางรมไอร์แลนด์ (Ireland) ที่รสเข้มข้นและเค็มๆ หน่อย หอยนางรมบูซี้ก (Bouzigues) จากฝรั่งเศส เนื้อแน่นรสเข้ม และ หอยนางรมฟีนเดอแคลร์ (Fine de Claire) ที่คนไทยรู้จักกันดี และทราบมาว่าบางครั้งหรือบางวันจะมี หอยนางรมชลบุรี รสชาติสุดยอดอีกด้วย ซึ่งเครื่องเคียงนั้นมีทั้ง ยอดกระถิน หอมเจียว น้ำพริกเผา น้ำจิ้มซีฟู้ด มะนาว และเลมอน อีกทั้งน้ำจิ้มมินโยเนตของฝรั่ง

จากนั้นกระโดดข้ามสเตชั่นของหวาน เข้าไปตรงๆ ด้านในซ้ายสุด จะมีสเตชั่น ของทะเลเสิร์ฟเย็นบนน้ำแข็ง คอนเซ็ปต์ของที่ห้องโกจิคือจะมีอาหารทะเลดีๆ จากแหล่งทะเลไทยมาผสมผสานกันด้วย มีตั้งแต่ กุ้งแชบ๊วย (Banana Prawn) จากจังหวัดตราด ปูม้า จากชลบุรี หอยหวาน (หอยหมาก) จากระยอง ส่วนของนอกมีตั้งแต่ กั้งเนื้อแน่นๆ ไม่คาวจากเม็กซิโก ปูอลาสก้าคิงแคร็บ หอยเชลล์ สกอตแลนด์ และที่ผมถูกใจมากคือ หอยแมลงภู่ดัตช์ จากเนเธอร์แลนด์ เนื้อนุ่มสุดสุด

ข้างๆ กันมี ปลาดิบซูชิ มุมโปรดของคนไทย แน่นอนว่าต้องมีแซลมอนจากนอร์เวย์ อีกทั้งปลาทูน่าอกามิเนื้อแดงๆ หอยเชลล์ กุ้งเอบิ และปลาฮามาจิ รวมทั้งโรลล์ต่างๆ ด้วย

ไปต่อกันที่มุมอาหารร้อนด้านในทางขวากันบ้าง ฟัวกราส์หรือตับห่าน หอมมันจี่ในกระทะก็มีให้ชิมไม่อั้น แกล้มด้วยร็อกเก็ตป่าราดบัลซามิกเข้มข้น และแยมราสป์เบอร์รี่ ขอบอกว่าเขาทอดฟัวกราส์ได้อร่อยมาก กินเพลินหยุดไม่ได้ ข้างๆ กันมี พาสต้า ทั้งลิงกวินี่เส้นแบนและสปาเกตตี ผัดกับซอสได้หลากหลาย เช่น ซอสซิกเนเจอร์มะเขือเทศ โพโมโดโร่ โกจิเบอร์รี่หมู หรือซอสคาโบนาร่าหอมมันครีมข้น และอื่นๆ อีกมากมาย

 

และในสุดมีมุมยอดฮิตคือ ของปิ้งย่างบนเตาตะแกรงเหล็กพาร์ริลล่า (Parilla) ไฟลุกโชน คนกินเนื้อต้องชอบแน่เพราะซันเดย์บรั้นช์นี้จะมี เนื้อออสเตรเลียนไพรม์ริบ (Prime Rib) ติดกระดูกชิ้นโตๆ อีกทั้ง เนื้อออสเตรเลียน Flank Steak ถ้าไม่กินเนื้อก็มี ซี่โครงแกะออสเตรเลีย และ หมูหันหนังกรอบ อีกด้วย

หันหลังมาอีกข้างจะมี ปลาแซลมอนและปลากะพงขาวอบเกลือทั้งตัว ให้ลิ้มลอง อีกด้านมี แก้มวัวตุ๋น เนื้อนุ่มๆ รสเข้มข้น มาทีไรผมต้องตักมากินทุกที ถ้าไม่กินเนื้อก็มี แฮมสเต๊ก ถาดเบ้อเริ่มอยู่เคียงข้าง

อาหารไทยก็ดีงามไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน เพราะจะมีสเตชั่น หอยทอด บนเตาถ่าน ประกอบด้วยหอยนางรมสุราษฎร์ฯ หอยเชลล์และหอยแมลงภู่ สุดยอดมากๆ ซึ่งต้องรีบไปเข้าคิวสั่งเพราะคนไทยนิยมเป็นที่สุด ตรงข้ามกันมี กุ้งแม่น้ำเผา บนเตาถ่านซึ่งผมสวาปามไปหลายตัว อีกทั้งซี่โครงหมูย่างและไก่ย่าง สั่งกินกับส้มตำต่างๆ เช่น ตำปูปลาร้า ตำไทย ตำแตง ตำผลไม้ อย่าลืมเก็บท้องไว้กับ ขนมจีนแกงปูใบชะพลู อีกด้วย ไม่น่าเชื่อว่าจะมีในห้องบุฟเฟต์เช่นนี้

อีกอย่างใกล้กับมุมส้มตำคือก๋วยเตี๋ยวเนื้อ ซึ่งไม่ใช่ของธรรมดา แต่เป็น ก๋วยเตี๋ยวเนื้อตุ๋นน้ำข้น ที่เครื่องเคราดีมากทั้งลูกชิ้น เนื้อเปื่อย และเอ็นเปื่อยละลายในปากทีเดียว ถ้าไม่กินเนื้อก็มีลูกชิ้นปลา ลูกชิ้นไก่ ลูกชิ้นหมูด้วย

ที่นี่ยังมีมุม ติ่มซำอาหารจีน และเป็ดปักกิ่งห่อแป้งเป็นคำๆ ให้ และที่ชอบมากๆ ถูกใจผมคือ อาหารอินเดีย มีให้เลือกหลากหลาย เพราะที่นี่มีเชฟอินเดียจากเมืองนิวเดลีมาประจำอยู่ที่โรงแรมด้วย อย่าลืมชิม ไก่ย่างธันดูร์ ไก่ติกก้ามาซาล่า กับ แป้งนาน หรือ ข้าวบาสมาติหุงกับยี่หร่า หอมๆ ของอินเดีย

โอ๊ย! ยังมีอีกเยอะแยะทั้ง มุมโคลด์คัท มีไส้กรอกแห้งต่างๆ และของดีขาแฮมอิเบริโก้จากสเปนที่จะแล่ให้เดี๋ยวนั้น ติดกันมี มุมชีส ต่างๆ นับสิบอย่าง รวมทั้งสลัดผัก และมีผลไม้สดที่ให้เลือกตัก อารมณ์เหมือนอยู่ในซุปเปอร์มาร์เก็ต

ของหวานก็มีมากมายจนลานตา อย่าลืม เค้กดับเบิลครีมช็อกโกแลต มาสักชิ้น ห้ามพลาดเลยนะจ๊ะ หรือจะลอง เต้าฮวยน้ำขิง ร้อนๆ ชื่นใจ ขนมไทยๆ ก็มีเยอะ เช่น ลูกชุบ ข้าวเหนียวมะม่วง

มีอะไรน่ากินเยอะขนาดนี้ ไม่ไปไม่ได้แล้ว ขอย้ำว่าถ้าจะตามไปชิมซันเดย์ บรันช์ ห้องโกจิ กรุณาโทรจองล่วงหน้า 2 อาทิตย์ที่เบอร์ 0-2059-5999 ก็ของเขาดีจริงๆ ย่อมต้องแย่งกันจองเป็นธรรมดานะจ๊ะ

โกจิ คิทเช่น + บาร์ (Gogi Kitchen + Bar)

โรงแรมแบงค็อก แมริออท มาร์คีส์ ควีนส์ปาร์ค

ที่ตั้ง 199 ซอยสุขุมวิท 22 คลองตัน คลองเตย กรุงเทพฯ 10110

โทร 0-2059-5999

แนะนำ บุฟเฟต์ ซันเดย์บรันช์ วันอาทิตย์ 11.45-14.30 น. คนละ 2,128 บาท++(2,505 บาทสุทธิ)

ที่มาของเนื้อหา : www.matichon.co.th