คิมสัญญาปิดศูนย์นิวเคลียร์เพิ่ม-เตรียมเยือนกรุงโซล

Advertisement ศูนย์รักษาผู้มีบุตรยาก

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้ เมื่อวันที่ 19 ก.ย. ว่านายคิม จอง-อึน ผู้นำสูงสุดของเกาหลีเหนือ และประธานาธิบดีมุน แจ-อิน ผู้นำเกาหลีใต้ ลงนามร่วมกันในปฏิญญาร่วมของการประชุมสุดยอดผู้นำสองเกาหลีครั้งที่ 3 ที่กรุงเปียงยาง เมื่อวันพุธ มีสาระสำคัญคือการยกระดับความร่วมมือระดับทวิภาคีในทุกด้าน เพื่อผลประโยชน์ร่วมกันระหว่างทั้งสองประเทศ และการสร้างสันติภาพตามกระบวนการเพื่อนำไปสู่การทำให้คาบสมุทรเกาหลีเป็นพื้นที่ปลอดนิวเคลียร์ โดยนายคิมยืนยันการเตรียมปิดศูนย์ทดสอบเครื่องยนต์จรวด "ตงชาง-รี" ที่อยู่ทางตะวันตกของประเทศ "เป็นการถาวร" ภายใต้การสังเกตการณ์ของผู้เชี่ยวชาญและสื่อมวลชนจากนานาประเทศ
 

South Korea’s President Moon Jae-in and North Korea’s leader Kim Jong Un sign documents after their 2nd round of talks at the Inter-Korea Summit in Pyongyang #남북정상회담 https://t.co/T5YfFFXilM pic.twitter.com/Soc53zvQJ7

— TicToc by Bloomberg (@tictoc) September 19, 2018

ขณะเดียวกัน ผู้นำสองเกาหลียังเห็นพ้องการเตรียมเคลื่อนย้าย "สรรพาวุธทั้งหมด" โดยเฉพาะที่เกี่ยวข้องกับโครงการขีปนาวุธและอาวุธนิวเคลียร์ ออกจากคาบสมุทรเกาหลี แม้ยังไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดในส่วนนี้ แต่ปัจจุบันสหรัฐมีระบบป้องกันขีปนาวุธ "ทาด" ตั้งอยู่ในภาคใต้ของเกาหลีใต้ นอกจากนี้ นายมุนและนายคิมยังเห็นชอบการเตรียมถอนกำลังเจ้าหน้าที่ออกจากจุดสังเกตการณ์ทางทหาร 11 แห่งบนเขตปลอดทหาร ( ดีเอ็มซี ) การกำหนดให้พื้นที่เหนือเส้นแบ่งเขตแดนทางทหาร ( เอ็มดีแอล ) เป็นเขตห้ามบิน ครอบคลุมอากาศยานทั้งเครื่องบินพาณิชย์ เครื่องบินทหาร เฮลิคอปเตอร์ และโดรน และการตั้งคณะกรรมาธิการทหารร่วมสองเกาหลี และการกำหนดแนวกันชนทั้งทางบก ทางทะเล และทางอากาศ เพื่อลดบรรยากาศตึงเครียดทางทหารและป้องกันอุบัติเหตุของพลเรือนด้วย


 

South Korea's president Moon Jae-in is greeted with scenes of jubilation in North Korea as he arrives for a high-stakes summit with Kim Jong Un — to reboot their talks on denuclearisation.

Read more: https://t.co/ow0nX2F63W pic.twitter.com/8J5L5JP0yi

— Financial Times (@FinancialTimes) September 18, 2018

ในส่วนของความร่วมมือและการแลกเปลี่ยนระดับพลเรือนนั้น เกาหลีเหนือและเกาหลีใต้เห็นพ้องการเพิ่มความร่วมมือด้านเศรษฐกิจข้ามพรมแดน เริ่มจากการเดินหน้าโครงการพัฒนาเส้นทางรถไฟและถนนหลวงให้เสร็จสิ้นภายใน 1 ปี การเพิ่มความถี่ของกิจกรรมรวมญาติสองเกาหลี ด้วยการให้มีการติดต่อกันผ่านระบบวีดีโอบ่อยครั้งขึ้น การเตรียมใช้พื้นที่ส่วนหนึ่งภายในนิคมอุตสาหกรรมแกซอง ซึ่งอยู่ในเกาหลีเหนือแต่ไม่ห่างจากเกาหลีใต้มากนัก เป็นศูนย์ประสานงานด้านการรวมญาติสองเกาหลีเป็นการถาวร เพื่อให้ครอบครัวที่พลัดพรากได้พบกันบ่อยขึ้น และการเสนอตัวเป็นเจ้าภาพโอลิมปิกฤดูร้อนร่วมกันในปี 2575

นอกจากนี้ นายคิมตอบรับคำเชิญของนายมุน ในการเยือนกรุงโซล "ภายในอนาคตอันใกล้นี้" หรือเร็วที่สุดคือ "ภายในสิ้นปีนี้" ซึ่งจะถือเป็นการเยือนเมืองหลวงของเกาหลีใต้ครั้งประวัติศาสตร์โดยผู้นำสูงสุดของเกาหลีเหนือ ทั้งนี้ นายคิม จอง-อิล อดีตผู้นำสูงสุดผู้ล่วงลับซึ่งเป็นบิดาของนายคิม จอง-อึน ตอบรับคำเชิญของอดีตผู้นำเกาหลีใต้ 2 คน คือนายคิม แด-จุง และนายโน มู-ฮยอน ซึ่งเยือนกรุงเปียงยางเมื่อปี 2543 และ 2550 แต่นายคิม จอง-อิล ถึงแก่อสัญกรรมเสียก่อนเมื่อปี 2554.
    
   

ที่มาของเนื้อหา : www.dailynews.co.th