เปิดตำนานห้องอาหารฝรั่งเศส เลอ นอร์มังดี (Le Normandie) โรงแรมแมนดาริน โอเรียนเต็ล

Advertisement ศูนย์รักษาผู้มีบุตรยาก

นกพิราบอบจากฟาร์มเมืองปอร์นิค

ผู้เขียนปิ่นโตเถาเล็กเผยแพร่วันที่ 30 กันยายน 2561

สุดยอดห้องอาหารฝรั่งเศสไฟน์ไดนิ่งชั้นเลิศเจ้าตำนานในกรุงเทพฯเห็นจะไม่มีที่ไหนเกิน เลอ นอร์มังดี (Le Normandie) แห่งโรงแรมแมนดาริน โอเรียนเต็ล ไปได้ ซึ่งเปิดมาตั้งแต่ พ.ศ.2501 ที่ว่าดีนี้คือดีไปทุกส่วน ทั้งอาหารฝรั่งเศสคลาสสิกที่สร้างสรรค์เปลี่ยนแปลงหักมุมให้มีรสชาติและหน้าตาโมเดิร์นทันสมัย สวยงามสดใสราวกับภาพวาด ในบรรยากาศโก้หรู ตกแต่งด้วยดอกไม้อลังการ มองเห็นวิวแม่น้ำเจ้าพระยา อีกทั้งบริการก็เป็นเลิศ

และในคู่มือมิชลินไกด์ฉบับกรุงเทพฯที่จัดทำในประเทศไทยเป็นครั้งแรกเมื่อปี 2561 นั้น มีร้านที่ได้รางวัลเกียรติยศระดับ 2 ดาวมิชลิน สูงสุดในเมืองไทยอยู่ 3 รายด้วยกัน (ปีแรกนี้ไม่มีใครได้รางวัล 3 ดาวมิชลิน) 1 ในนั้นก็คือ เลอ นอร์มังดีนี่เอง

การมาชิมที่ห้องเลอ นอร์มังดี ต้องโทรจองล่วงหน้าเพราะมักจะเต็มอยู่เสมอ ซึ่งจุได้ราว 45 คนเท่านั้น และต้องแต่งตัวสมาร์ทโก้เก๋ด้วยนะจ๊ะ ซึ่งเดี๋ยวนี้ผ่อนคลายมากขึ้น คุณผู้ชาย ต้องสวมสูท แต่ตอนนี้ไม่ผูกเนคไท ก็ได้ ส่วนคุณผู้หญิง สวมชุดกระโปรงหรือกางเกงขายาว รองเท้าส้นสูง แต่ ห้ามใส่ขาสั้น ส่วนมื้อกลางวัน คุณผู้ชายอาจจะสวมแค่เสื้อเชิ้ตแขนยาว ไม่ต้องสวมสูท แต่ห้ามใส่เสื้อยืด รองเท้าแตะหรือรองเท้ากีฬานะจ๊ะ

เชฟอาร์โนด์ ดูนังด์ ซอทิเอ้

เชฟอาร์โนด์ ดูนังด์ ซอทิเอ้ (Arnaud Dunand Sauthier) จากเมืองซาวัว (Savoie) ของประเทศฝรั่งเศส ดินแดนแห่งเทือกเขาแอลป์และแคว้นซาวอย (Savoy) ในอดีต เป็นผู้คัดสรรวัตถุดิบตามฤดูกาลชนิดพิเศษสุดจากทั่วทุกมุมโลก บางอย่างเป็นสุดยอดเอ็กซ์คลูซีฟจริงๆ ด้วย

ช่วงที่เราไปชิมนั้นเป็นเมนูฤดูร้อนของฝรั่งเศส ซึ่งจะมีการปรับเปลี่ยนอีกครั้งราวปลายเดือนกันยายน ซึ่งผมเลือก เมนูอลาคาท สั่งเป็นอย่างๆ ที่มีบริการทั้งในช่วงมื้อกลางวันและมื้อค่ำ

เริ่มต้นกันด้วยของกินเล่นคำเล็กๆ ลูกเล่นแพรวพราวน่าลิ้มลอง เป็นอย่างเย็น 3 คำ และอย่างร้อน 1 คำ มีแครอต บงบง (Bonbon) ก้อนพอดีคำอยู่ในช้อน พอกัดแล้วจะแตกโพละในปากสนุกมาก และมีชีสกับปลาเทราต์รมควันกับหอมๆ และฟัวกราส์มูสกับราสพ์เบอรี่เยลลี่อยู่ในตลับ ส่วนของร้อนคือซุป Mushroom Tea กับโฟมเบคอน ในถ้วยกาแฟคาปุชชิโน่

จากนั้นก็เริ่มเสิร์ฟ อองเทร่ (Entree) หรือเมนูเรียกน้ำย่อย จานแรกคือ เฟนเนล ผักชั้นดีของฝรั่งมีทั้งในรูปแบบพิวเร (Puree) บดละเอียด เฟนเนลกงฟี (Confit) ตุ๋นในน้ำมันจนนุ่ม และทั้งที่เป็นเฟนเนลผง คู่กับ ปลาแมคเคอเรลดอง (เหมือนซาบะดอง) ราดซอสซาบายน (Sabayon) หอมมันตรงกลางจาน และปรุงด้วยชะเอม แต่งด้วยผักชีลาว

ของกินเล่นคำเล็กๆลูกเล่นแพรวพราวอย่างเย็น 3 คำ
ซุปมะเขือเทศข้นๆจากฟาร์มตอนใต้ฝรั่งเศส

เมนูอองเทร่ เรียกน้ำย่อยอย่างที่สอง เชฟอาร์โนด์เลือกมาให้จากเซตเมนูอาหารกลางวัน หน้าตาคล้าย ซุปมะเขือเทศข้นๆ จากฟาร์มตอนใต้ฝรั่งเศสของบรูโน่ เคย์โฮน (Bruno Cayron) ซึ่งมีวิธีการปลูกแบบไบโอไดนามิก หลักการเดียวกับฟาร์มออร์แกนิก เหยาะชีสสดของแคว้นโปรวองซ์ทางใต้ของฝรั่งเศสชื่อว่า ชีสบรูส (Brousse) ลงไปด้วย

ซึ่ง เซตมื้อกลางวันนี้ มีทั้งเซต 3 คอร์ส หรือ 3 จาน ท่านละ 1,800++ บาท และ 4 คอร์ส 2,250++ บาท รวมชากาแฟ แต่ไม่รวมเครื่องดื่ม

ปลาเฟร่า จากทะเลสาบเจนีวากับคาสซีสซอส

ต่อกันด้วยอาหารจานปลาจากเมนูอลาคาท ซึ่งเป็นของพิเศษหากินได้ยากในเมืองไทย เป็น ปลาเฟร่า (Fera) จากทะเลสาบเจนีวา หรือลัค เลอมอง (Lac Leman) ในภาษาฝรั่งเศส เคลือบด้วยคาสซีส (Cassis) ซอสที่ปรุงด้วยลูกแบล็คเคอเรนต์เปรี้ยวหอม

เมนูซิกเนเจอร์ คาเวียร์คริสตัล

และถัดมาคือเมนูซิกเนเจอร์สุดยอดความอร่อยของเชฟอาร์โนด์เลยทีเดียว ชื่อว่า คาเวียร์ คริสตัล (Caviar Kristal) ทำจากไข่หอยเม่นหรืออูนิจากฮอกไกโด และโฟมเอสพูม่ามันฝรั่งเนื้อเนียนและซอสครีมแชมเปญ หอมมันรสชาติเข้มข้น ห้ามพลาดเลยเป็นอันขาด

เฟนเนลพิวเร เฟนเนลกงฟี ตุ๋นในน้ำมันจนนุ่ม แลเฟนเนลผง คู่กับปลาแมคเคอเรลดอง

เมนูจานหลักถือเป็นสิ่งสุดยอดที่นักชิมใฝ่ฝัน คือ นกพิราบอบ ซึ่งคัดสรรมาจากฟาร์มที่ เมืองปอร์นิค (Pornic) ริมฝั่งมหาสมุทรแอตแลนติกของฝรั่งเศส ซึ่งจะส่งให้ลูกค้าพิเศษแค่ 4 รายเท่านั้น เช่น อแลง ดูกาส เจ้าแห่งห้องอาหารมิชลิน รวมทั้งห้องเลอ นอร์มังดี แห่งนี้ด้วย เนื้อนกพิราบสีชมพูสวย (คนยุโรปชอบความสุกแบบนี้นะจ๊ะ) นุ่มหอม แกล้มด้วยเมลอนญี่ปุ่นและผักร็อคเกต ซึ่งยังทำในรูปผงผักร็อคเกตอีกด้วย

โคโค่นิบส์ไอศกรีมและเชอร์รี่สด เสิร์ฟมาในฝักโกโก้

ปิดท้ายแต่ยังไม่ท้ายสุดด้วยของหวานชั้นเลิศ โคโค่นิบส์ (Cocoa Nibs) ไอศกรีมและเชอรี่สด เนื้อช็อกโกแลตเนียนเข้มข้นหอมหวานมัน เสิร์ฟมาในฝักโกโก้เก๋ไก๋ดูดีมาก แต่ก็ยังไม่หมดแค่นี้ เชฟอาร์โนด์ยังแถมขนมปังอบร้อนๆ สไตล์แคว้นบริตตานี่ของฝรั่งเศส เรียกว่า ควินญามัน (Kouign-Amaan) มาให้อีกคนละก้อนเล็กๆ แป้งเพสตรี้เป็นชั้นๆ กรอบร่วนคล้ายครัวซองต์ หอมหวานมันด้วยเนยกับน้ำตาล บิชิมด้วยความเอร็ดอร่อยหมดในพริบตา นอกจากนี้ยังมีช็อกโกแลตกับทอฟฟี่ชิ้นเล็กๆ น่าเอ็นดูอีกอย่างละคำด้วย

ขนมปังอบร้อนๆสไตล์แคว้นบริตตานี่ของฝรั่งเศส เรียกว่า ควินญามัน

พอได้กลับมาลิ้มลองอีกทีในครั้งนี้ สรุปได้เลยว่าเชฟอาร์โนด์ได้ยกระดับห้องอาหารเลอ นอร์มังดี แห่งโรงแรมแมนดาริน โอเรียนเต็ล ขึ้นไปอีกขั้น ซึ่งเมนูฤดูร้อนนี้จะมีการเปลี่ยนแปลงเข้าฤดูกาลใหม่ในช่วงปลายเดือนกันยายน แต่ละยังคงเมนูซิกเนเจอร์อย่างคาเวียร์ คริสตัล ไว้แน่นอน

ขอเชิญมาเลี้ยงฉลองกันในโอกาสสำคัญ สัมผัสความอร่อยอย่างมีระดับที่ห้องเลอ นอร์มังดี มื้อกลางวันช่วงเที่ยงถึงบ่าย 2 โมง และมื้อค่ำ ทุ่มนึงถึง 4 ทุ่ม วันจันทร์ถึงเสาร์ หยุดทุกวันอาทิตย์ โทรจองล่วงหน้าได้ที่ 0-2659-9000 นะจ๊ะ

ข้อมูลร้าน

เลอ นอร์มังดี Le Normandie โรงแรมแมนดาริน โอเรียนเต็ล

ที่ตั้ง 48 ตรอกโอเรียนเต็ล ถ.เจริญกรุง บางรัก กรุงเทพฯ 10500

โทร 0-2659-9000

เปิดบริการ 12.00-14.00 น. และ 19.00-22.00 น. (Last Order) จันทร์-เสาร์

หยุด อาทิตย์

แนะนำ อาหารฝรั่งเศส เมนูอลาคาทตามสั่ง มื้อกลางวันและมื้อค่ำ และเมนูเซตมื้อกลางวัน 3-4 คอร์ส 

ที่มาของเนื้อหา : www.matichon.co.th