ฝรั่งบอกแท็กซี่ ไป สุวรรณภูมิ – ข้าวสาร เห็นจำนวนเงินค่าโดยสารที่จอมิเตอร์ อยากเป็นลม

97

เมื่อวันที่ 20 มิถุนายน 2562 เดลินิวส์ รายงานว่า ที่กองบังคับการตำรวจท่องเที่ยวท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ จ.สมุทรปราการ นายกิตติพงศ์ กิตติขจร รองผู้อำนวยการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ พ.ต.อ. สุรชัช สุวรรณศรี ผกก.3 บก.ทท.1 และนายสมชัย ราชแก้ว หัวหน้าฝ่ายตรวจการกรมการขนส่งทางบก ได้ร่วมกันแถลงผลการจับกุม นายเสวย พุฒิสาร อายุ 57 ปี คนขับรถแท็กซี่สาธารณะสีชมพู ทะเบียน ทษ 407 กรุงเทพมหานคร ผู้ต้องหาในคดีแก้ไขดัดแปลงมาตรมิเตอร์ และเรียกเก็บค่าโดยสารเกินอัตราที่กำหนดไว้ในกฎกระทรวง

นายกิตติพงศ์ กล่าวว่า เมื่อวันที่ 19 มิถุนายน ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจท่องเที่ยวท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ได้รับการร้องเรียนจาก MR.JAMES ALEXANDER LOAKES นักท่องเที่ยวชาวอังกฤษ ว่า ถูกแท็กซี่สาธารณะเรียกเก็บค่าโดยสารเกินอัตรา นาย James Loakes ได้เล่าว่า ได้โดยสารรถแท็กซี่สาธารณะ จากสนามบินสุวรรณภูมิ ช่องโดยสารที่ 44 เพื่อเดินทางไปยังถนนข้าวสาร กรุงเทพมหานคร ซึ่งคนขับ ได้กดมิเตอร์โดยสาร แต่เมื่อถึงที่หมาย ค่าโดยสารที่ปรากฏบนมิเตอร์เป็นจำนวนเงิน 3,985 บาท ตนจึงเชื่อว่าจะถูกหลอกจึงได้เข้าร้องเรียน

ต่อมา เจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบกับศูนย์รถแท็กซี่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ จนทราบว่าผู้ขับขี่รถแท็กซี่คันดังกล่าวคือ นายเสวย พุฒิสารอายุ 57 ปี ขับขี่รถแท็กซี่สาธารณะ สีชมพู ทะเบียน ทษ 407 กรุงเทพมหานคร ต่อมาเจ้าหน้าที่ สามารถติดตามตัวนายเสวย ผู้ขับขี่รถแท็กซี่คันดังกล่าวได้ และจากการตรวจสอบมิเตอร์ภายในรถพบว่ามีการดัดแปลงมาตรวัดมิเตอร์ และติดตั้งวงจรไฟฟ้าสวิตช์ลับ บริเวณคันเกียร์ของรถแท็กซี่คันดังกล่าว เพื่อเพิ่มราคาค่าโดยสารโดยผิดกฎหมาย

โดย นายเสวย ผู้ต้องหา ได้ให้การรับสารภาพว่า ได้มีการดัดแปลงมาตรวัดมิเตอร์ เพื่อให้ค่าโดยสารเพิ่มขึ้นจริง โดยอ้างว่าจำมาจากคนขับในวงการแท็กซี่ และลงมือดัดแปลงด้วยตัวเอง เบื้องต้นทางสนามบินสุวรรณภูมิ ได้ทำการเพิกถอนใบอนุญาตเข้ามารับ-ส่งผู้โดยสารภายในสนามบินสุวรรณภูมิและดอนเมือง

ขณะที่นายสมชัย ราชแก้ว หัวหน้าฝ่ายตรวจการกรมการขนส่งทางบก เรียกตัวไปทำการอบรมจำนวน 3 ชั่วโมง พร้อมทั้งสั่งปรับในข้อหาแก้ไขดัดแปลงอุปกรณ์ส่วนควบ (ดัดแปลงมาตรมิเตอร์) โดยจะมีโทษปรับสูงสุด 2,000 บาท และข้อหาเรียกเก็บค่าโดยสาร หรือค่าบริการเกินอัตราที่กำหนดในกฎกระทรวง ซึ่งมีโทษปรับสูงสุด 5,000 บาท ตาม พ.ร.บ.รถยนต์ พ.ศ. 2522 เบื้องต้นกรมการขนส่งทางบก ได้สั่งพักใช้ใบอนุญาตขับขี่ของผู้ต้องหาเป็นเวลา 3 เดือน

ภาพจาก เรื่องเล่าเช้านี้

ภาพเหตุการณ์