กทม.แจงเหตุ ‘หากุญแจไม่เจอ’ เปิดเครื่องสูบน้ำไม่ได้ ชี้ผู้รับเหมายังไม่ส่งมอบงาน

Advertisement ศูนย์รักษาผู้มีบุตรยาก

กรณี พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) ให้สัมภาษณ์ถึงสาเหตุน้ำท่วมขังพื้นที่บางเขน เขตบางเขน ภายหลังลงพื้นที่ติดตามการแก้ไขระบบระบายน้ำที่ได้รับผลกระทบจากโครงการก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีแดงตามแนวถนนวิภาวดีรังสิต ระบุว่า ผู้รับเหมายังไม่ได้ส่งมอบงานก่อสร้างบ่อหน่วงน้ำใต้ดินที่แล้วเสร็จให้ กทม. ทำให้เจ้าหน้าที่ กทม.ไม่สามารถหากุญแจเปิดเครื่องสูบน้ำได้กระทั่งถูกสังคมออนไลน์วิพากษ์วิจารณ์เป็นวงกว้างนั้น

เมื่อวันที่ 3 ตุลาคม นายจักกพันธุ์ ผิวงาม รองผู้ว่าฯ กทม. กล่าวว่า พื้นที่ดังกล่าวมักเกิดน้ำท่วมขังเป็นประจำ ทำให้กทม.แก้ไขปัญหาชั่วคราว โดยการติดตั้งระบบสูบน้ำบริเวณหลักสี่ เพื่อดึงน้ำจากถนนใกล้เคียงลงสู่คลองลาดพร้าว ต่อมาผู้ว่าฯ กทม. มีนโยบายจัดทำโครงการก่อสร้างบ่อหน่วงน้ำใต้ดิน (วอเตอร์แบงก์) เพื่อแก้ไขปัญหาระยะยาว ซึ่งจะช่วยดึงน้ำฝนบริเวณวงเวียนบางเขนมากักเก็บไว้ในบ่อหน่วงน้ำ เมื่อฝนหยุดตกจะสูบน้ำที่เก็บไว้ระบายลงสู่คลองบางบัวและคลองรางอ้อ-รางแก้ว จากนั้น สำนักการระบายน้ำ กทม.จึงดำเนินการขั้นตอนจัดซื้อจัดจ้างตามระบบราชการ เพื่อให้บริษัทรับเหมาเข้ามาดำเนินก่อสร้าง เริ่มต้นสัญญาก่อสร้างวันที่ 10 กรกฎาคม 2561 และจะสิ้นสุดสัญญาลงวันที่ 6 พฤศจิกายน กำหนดระยะเวลาก่อสร้าง 120 วัน ขณะนี้ ผู้รับเหมาก่อสร้างแล้วเสร็จเร็วกว่าแผนงานที่วางไว้ จึงอยู่ระหว่างส่งมอบงานให้ กทม.และ กทม.จะเข้าไปตรวจรับภายในวันที่ 10 ตุลาคมนี้ ดังนั้น ทรัพย์สินในพื้นที่ก่อสร้างจึงไม่ใช่ของ กทม. เพราะ กทม.อยู่ระหว่างส่งมอบพื้นที่ทั้งหมดให้ผู้รับเหมาดำเนินการ

“การก่อสร้างบ่อหน่วงน้ำ ประกอบด้วย บ่อหน่วงน้ำใต้ดินรวม 3 บ่อ กว้าง 6 เมตร (ม.) ยาว 30 ม. ลึก 6 ม. สามารถกักเก็บน้ำได้ 2,300 ลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) ครอบคลุมพื้นที่ 25,000 ตารางเมตร (ตร.ม.) พร้อมติดตั้งเครื่องสูบน้ำชนิดไฟฟ้า กำลังสูบ 1 ลบ.ม.ต่อวินาที จำนวน 1 เครื่อง และติดตั้งตู้ควบคุมระบบไฟฟ้าเพื่อเปิด-ปิดเครื่องสูบน้ำ เนื่องจากตู้ควบคุมตั้งอยู่ในที่สาธารณะ เพื่อป้องกันทรัพย์สินชำรุดเสียหาย จึงต้องมีระบบป้องกันโดยมีกุญแจล็อกไว้ ซึ่งผู้รับเหมาเป็นผู้ถือกุญแจตู้ควบคุมทั้งหมด ส่วนกรณีที่เกิดขึ้นเกิดฝนตกหนักและผู้รับเหมาไม่ได้อยู่ในพื้นที่ดังกล่าว ทำให้เจ้าหน้าที่ของ กทม.ไม่สามารถเปิด-ปิดตู้ควบคุมระบบไฟฟ้าของเครื่องสูบน้ำได้” นายจักกพันธุ์ กล่าว

นายจักกพันธุ์ กล่าวต่อไปว่า กทม.ได้เจรจากับผู้รับเหมากรณีฝนตกหนัก แม้ยังไม่ได้ส่งมอบพื้นที่ให้ กทม.แต่ผู้รับเหมาต้องอยู่ประจำตู้ควบคุมระบบไฟฟ้า เพราะเครื่องสูบน้ำที่ติดตั้งอยู่ชั่วคราวไม่เพียงพอในการรองรับปริมาณฝนตกหนักมาก ส่งผลให้น้ำระบายล่าช้า ทั้งนี้ วางแผนว่าหากเกิดฝนตกหนัก กทม.จะมีระบบแจ้งเตือนล่วงหน้า 3 ชั่วโมง ระหว่างนั้น สำนักการระบายน้ำจะต้องเร่งพร่องน้ำออกจากบ่อหน่วงน้ำให้มีระดับต่ำ เพื่อรองรับปริมาณน้ำฝน

ที่มาของเนื้อหา : www.matichon.co.th