ฮือฮา!งานศพสุดแปลกน้องชายตระกูลดัง จัดเป็นนิทรรศการ “สวนแห่งชีวิต”

Advertisementศูนย์รักษาผู้มีบุตรยาก

เจ้าภาพงานศพตระกูลดังเมืองตรังจัด “สวนแห่งชีวิต” ระลึกถึงเรื่องราวชีวิตของน้องชาย หลังเสียชีวิตโรคหัวใจ เผยเมื่อปลายปี 2559 ครอบครัวนี้จัดนิทรรศการงานศพคุณแม่ 5 แผ่นดินไปแล้วครั้งหนึ่ง

เมื่อวันที่ 8 ต.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อช่วงค่ำวันที่ 7 ต.ค. ที่ผ่านมา ที่วัดศรัทธาธรรม (วัดป่าแก่) หมู่ 4 ต.บางด้วน อ.ปะเหลียน จ.ตรัง ทางคณะเจ้าภาพจัดงานบำเพ็ญกุศลศพ นายภาวัต หรือเข้ง แซ่เตียว อายุ 50 ปี น้องคนสุดท้องของตระกูลชื่อดังเมืองตรัง “แซ่เตียว” ที่เสียชีวิตลงด้วยโรคหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน ญาติตั้งศพบำเพ็ญกุศลศพมาครั้งแต่วันที่ 23 ก.ย.2561 กำหนดการฌาปนกิจศพวันที่ 8 ต.ค.2561 ท่ามกลางแขกเหรื่อและญาติสนิทมาร่วมงานกันเนืองแน่น อ่านข่าว ฮือฮา!จัดนิทรรศการในงานศพคุณทวดสี่แผ่นดินที่ตรัง โชว์ของใช้-เครื่องมือหากินของคนตาย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศภายในงานแตกต่างจากงานศพทั่วไป ทางคณะเจ้าภาพจัดสวนจำลองชีวิตของผู้ชายคนหนึ่งบางแง่มุม เรียกว่า “สวนแห่งชีวิต”

ท่ามกลางความสนใจของแขกเหรื่อที่มาร่วมไว้อาลัยในงานศพ ซึ่งแนวคิดนี้ภายใต้การรังสรรค์ผลงานของ นายเศวตชัย เตียวพิทยกุล พี่ชาย ที่เป็นข้าราชการครู ค.ศ.3 สอนวิชาศิลปะ โรงเรียนย่านตาขาวรัฐชนูปถัมภ์ สังกัด สพม.13 เป็นครูต้นแบบ ที่มีความเชี่ยวชาญทางด้านศิลปะ มีความรู้ความสามารถในการสร้างสรรค์งานศิลปะ ประเภทออกแบบ ตกแต่งทุกชนิด

นายเศวตชัย เล่าว่า สวนแห่งชีวิตทางเจ้าภาพต้องการสื่อถึง ความรักความศรัทธาก่อให้เกิดแรงบันดาลใจที่จะสร้างผลงานหรือสื่อตรงนี้ออกมา ให้น้องชายอันเป็นที่รักของเรา พวกเราทั้ง 5 คน มีความคิด เห็นตรงกันว่า น้องชายสุดท้องคือสิ่งที่เรารักมากที่สุด

การจากไปครั้งนี้เป็นการสูญเสียที่ยิ่งใหญ่ เชื่อว่าน้องชายไม่ได้เหมือนนาฬิกาที่เดินรอบตัวเองแล้ว ไม่เหลือร่องรอยอะไรเลย น้องสร้างคุณงามความดีไว้มากมาย สิ่งเหล่านี้มันอยู่ในความรู้สึกของพี่ๆและญาติๆทุกคน สวนแห่งชีวิตจึงเกิดการทบทวนขึ้นมาว่า ตั้งแต่น้องชายเล็กๆ สร้างอะไรไว้บ้าง ทุกอย่างที่เป็นตัวตนของน้องชายจะถูกรวมกันไว้ในสวนแห่งนี้เรียกว่า “สวนแห่งชีวิต”

นายเศวตชัย เตียวปิยกุล พี่ชายผู้ตาย

นายเศวตชัย ในสวนแห่งนี้มีกิจกรรมหรือสิ่งที่น้องชายทำไว้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของละเล่นหรือรีแลกซ์ ต่างๆ ตลอดจนอาชีพที่น้องชายทำรวมความรักความผูกพันที่มีต่อครอบครัว ซึ่งน้องชายเป็นคนดูแลคุณแม่ที่ได้เสียชีวิต น้องชายเป็นคนๆหนึ่งที่เชื่อฟังและมีน้ำใจกับพี่ๆ ไม่ว่าเรื่องอะไรก็ตามจะคอยช่วยเหลือพี่ๆ เขาคอยดูแลพี่ๆทุกคน ดูแลคนอื่นๆ จนลืมดูแลตัวเองตรงนี้คือสิ่งที่จะท้อใจมากๆ

“ความรู้สึกแรกเหมือนหัวใจสลาย ซึ่งอายุตอนนั้นไล่เลี่ยกับหลานๆของน้องชาย เขาเป็นทั้งเพื่อนเล่นเป็นทั้งครูที่คอยอบรมหลานๆ สอนการบ้าน เล่านิทาน เป็นภาพประทับใจที่ผมไม่เคยลืมหลานๆ ก็ไม่เคยลืม และอีกหลายๆ เรื่องราวมารวมกัน ภาพกอดหอมแก้มแม่ ดูแลแม่ จุดวางเก้าอี้ที่น้องชายนั่งจิบกาแฟตอนเช้า และสวนหย่อมที่จำลองรูปแบบมาจากหลังบ้าน และอีกหลายเรื่องราวตลอดอายุ 50 ปีของน้องชายผู้สูญเสียไป” นายเศวตชัย กล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศหน้าโลงศพ เจ้าภาพจัดดอกไม้โดยเน้นดอกไม้ที่มีสีสัน ที่เหมาะกับวัยของน้องชาย ใช้ชื่อตรงนี้ว่า “คืนชีวิตสู่สวรรค์” หมายถึงว่าเราได้น้องชายมาจากสวรรค์ เพราะเขาเป็นคนดีเหลือเกินแล้วก็ลิขิตของสวรรค์นั้นนำน้องชายเรากลับไป

การตกแต่งตรงนี้คอนเซ็ปของเราก็คือว่า เป็นมวลของปุยเป็นมวลแห่งสวรรค์ และเป็นดอกไม้ทุกอย่างนั้นเป็นดอกไม้ที่ถูกสร้างขึ้นมา ให้สอดคล้องมีความหมายไล่สีจากเข้มไปอ่อนและข้างบนมีมาลัยคล้องมือ เพื่อบ่งบอกว่าสวรรค์รับรู้และรับตัวน้องชายไป เราขมขื่นเหลือเกินที่ต้องจากน้องไป แต่เราหวังว่าน้องชายนั้นกลับสู่สวรรค์ จึงสร้างบรรยากาศทุกอย่างให้เหมือนดอกไม้บนสวรรค์ มีนกสองตัว นกที่อยู่บนสวรรค์ นั่นก็คือนกยูง

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า เมื่อช่วงเดือนธ.ค.ปลายปี 59 ที่วัดศรัทธาธรรมหรือวัดป่าแก่แห่งนี้ บรรดาลูกหลานของนางปิ่น หรือคุณทวดปิ่น แซ่เตียว อายุ 90 ปี มีลูก 6 คน เป็นผู้ชาย 4 หญิง 2 คน มีนายพิชัย แซ่เตียว หรือ สจ.ฮิ เป็น ส.อบจ.ตรัง นายยงยุทธ หรือเรียว แซ่เตียว เป็น นายก อบต.บางด้วน และมีอาชีพรับราชการ

ร่วมกันจัดงานศพแบบแปลกแหวกแนว แตกต่างไปจากงานศพในท้องถิ่นทั่วไป โดยการจัดนิทรรศการแสดงรูปภาพ สิ่งของ เครื่องใช้ รวมถึงข้อความ และคติคำสอน ที่คุณทวดปิ่นผู้ตาย เคยสั่งสอนไว้กับลูกหลานให้ได้จดจำ และเป็นแนวทางดำเนินชีวิต จนทำให้ชาวบ้านที่ไปร่วมงานศพและทราบเรื่องราวต่างให้ความสนใจไปเยี่ยมชมด้วยความสนใจอย่างยิ่ง

ที่มาของเนื้อหา : www.khaosod.co.th