ตร.คุมตัวหนุ่มคนสนิท "ดร.อรรจน์" สอบ ปมจมน้ำดับปริศนา น้องสาวเผยรู้เรื่องแล้ว

จากกรณี ผศ.ดร.อรรจน์ อิงคนินันท์ บัณฑิตย์ อายุ 55 ปี ประธานหลักสูตรสาขาวิชาบรรณารักษศาสตร์และสารสนเทศศาสตร์ ม.ราชภัฏพิบูลสงคราม ที่จมน้ำเสียชีวิตในแม่น้ำน่าน อ.เมือง จ.พิษณุโลก อย่างมีเงื่อนงำ ตั้งแต่วันที่ 3 ต.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งน้องสาวติดใจ เชื่อว่าถูกฆาตกรรม เนื่องจากทรัพย์สินหายไปเกลี้ยง ขณะที่ตำรวจเร่งติดตามตัวหนุ่มคนสนิทมาสอบปากคำ ส่วนศพของ ดร.อรรจน์ ญาติได้ทำพิธีฌาปนกิจไปเมื่อวันที่ 9 ต.ค.ที่ผ่านมา ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

ความคืบหน้าล่าสุดวันที่ 11 ต.ค. พล.ต.ต.ถาวร แสงฤทธิ์ ผบก.ภ.จว.พิษณุโลก เปิดเผยว่า ขณะนี้ตำรวจชุดสืบสวนคลี่คลายคดีได้สอบปากคำพยานแวดล้อมที่เกี่ยวข้อง พร้อมเก็บหลักฐานสำคัญต่างๆ ได้มากพอสมควร โดยยังคงมุ่งประเด็นที่ไปเรื่องฆาตกรรมและฆ่าตัวตายเอง โดยมีการประสานงานร่วมกันทั้งในส่วนของ สภ.เมืองพิษณุโลก, ภ.จว.พิษณุโลก และ ชุดสืบสวนภาค 6 เพื่อนำมาเชื่อมโยงหาสาเหตุที่แน่ชัด

แหล่งข่าวระบุว่าทีมตำรวจชุดสืบสวนคลี่คลายคดี ได้เชิญตัวชายคนสนิทที่ขับรถเก๋งฮอนด้าซิตี้ สีขาว มาสอบสวนแล้ว แต่ไม่พบพิรุธใดๆ เพราะหลังจากมารับผู้ตาย และได้มาส่งแล้ว ก่อนจะแยกทางกัน กระทั่งมาพบว่าเสียชีวิต ซึ่งชุดสืบสวนต้องหาเบาะแสและหลักฐานเพิ่มเติม เพื่อให้คดีปะติดปะต่อครบถ้วนอีกครั้ง และยังคงปูพรมค้นหาหลักฐานโดยเฉพาะโทรศัพท์มือถือและกระเป๋าของผู้ตาย

ขณะที่หนุ่มคนสนิทยอมรับว่าเพิ่งรู้จักกันไม่นานผ่านสื่อโซเชียลมีเดีย แต่เหตุผลที่ในตอนแรกไม่กล้าออกมาให้การกับตำรวจนั้น เพราะเกรงว่าจะกระทบกับภาพลักษณ์ส่วนตัวที่มีรสนิยมรักเพศเดียวกัน และเรื่องของหน้าที่การงานที่ทำอยู่ปัจจุบัน ซึ่งยืนยันว่าไม่มีส่วนรู้เห็นเกี่ยวกับการจมน้ำเสียชีวิตของอาจารย์อรรจน์

ขณะที่ ผศ.ดร.ทรัตน์พร บัณฑิตย์ นาคสวัสดิ์ น้องสาวของ ดร.อรรจน์ เปิดเผยว่า ต้องขอบคุณเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ทำงานหาความหน้าของคดีมาอย่างต่อเนื่อง ถึงแม้ว่าผลชันสูตรจากนิติเวชจะออกมาว่าพี่ชายจมน้ำเสียชีวิต ตนก็พร้อมยอมรับผลที่ออกมาตามหลักวิทยาศาสตร์ ส่วนพี่ชายจะเสียชีวิตด้วยมูลเหตุใดนั้นยังคงต้องรอคำตอบจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ ที่กำลังรวบรวมพยานและหลักฐานสำคัญในคดี

ผศ.ดร.ทรัตน์พร กล่าวต่อว่า ขณะนี้ครอบครัวและญาติยังอยู่ในความโศกเศร้าเสียใจ ถึงแม้จะจัดการเรื่องงานศพเสร็จเป็นที่เรียบร้อยแล้ว แต่ก็ต้องดำเนินการทางด้านธุรกรรมต่อไปอีก ส่วนที่มีข่าวออกมาว่าทางตำรวจชุดสืบสวนคลี่คลายคดีได้เชิญตัวเพื่อนชายที่อยู่กับอาจารย์อรรจน์เป็นคนสุดท้ายก่อนเสียชีวิต นำมาสอบสวนเพิ่มเติมพร้อมสอบปากคำไปแล้วนั้นไม่พบพิรุธใดๆ ตนก็ยังไม่ทราบรายละเอียด แต่ถ้าหากชายคนดังกล่าวไม่มีความผิดจริง อยากให้เข้ามาพูดคุยกันบ้างถึงเรื่องราวเหตุการณ์ต่างๆ เพื่อความกระจ่างชัดเจน

ที่มาของเนื้อหา : www.khaosod.co.th