ศธ.ปรับหลักสูตรครู มหาวิทยาลัยราชภัฏ เหลือ 4 ปี เริ่มปีการศึกษา 2562 นี้

Advertisementศูนย์รักษาผู้มีบุตรยาก

ปรับหลักสูตรครู เหลือ 4 ปีปรับหลักสูตรครู เหลือ 4 ปี

ศธ.ปรับหลักสูตรครู มหาวิทยาลัยราชภัฏ เหลือ 4 ปี เริ่มปีการศึกษา 2562 นี้

ปรับหลักสูตรครู – เมื่อวันที่ 17 ต.ค. นพ.อุดม คชินทร รมช.ศึกษาธิการ(ศธ.) เปิดเผยภายหลังการประชุมจัดทำและใช้หลักสูตรครูคุณภาพเป็นเลิศของมหาวิทยาลัยราชภัฏ(มรภ.) โดยมีนายสุภัทร จำปาทอง เลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา(กกอ.) นายเอกชัย กี่สุขพันธ์ ประธานคณะกรรมการมาตรฐานวิชาชีพ (กมว.) และนางวัฒนาพร ระงับทุกข์ รองเลขาธิการสภาการศึกษาและปฎิบัติหน้าที่เลขาธิการคุรุสภา

รวมถึงอธิการบดีและคณบดีคณะครุศาสตร์/ศึกษาศาสตร์ มรภ.เข้าร่วม ว่า ตามที่สมเด็จพระเจ้า มีพระราโชบายเรื่องการปรับปรุงหลักสูตรครุศาสตร์เพื่อยกระดับการผลิตครูให้มีคุณภาพและเป็นไปตามอัตลักษณ์ ของมรภ.ในการเป็นมหาวิทยาลัยเพื่อท้องถิ่น ซึ่งในหลวงร.10 ทรงใส่พระทัย โดยตรัสถามถึงเรื่องดังกล่าวกับทางพล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ องคมนตรีตลอด ดังนั้นต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จและเริ่มใช้ในปีการศึกษา2562

นพ.อุดม กล่าวต่อว่า จากการประชุมครั้งนี้ ทางมรภ.มีข้อสรุปเกี่ยวกับการปรับปรุงหลักสูตรครุศาสตร์/ศึกษาศาสตร์ ซึ่งส่วนใหญ่เห็นด้วยที่จะใช้หลักสูตรครู 4 ปี แต่ก็มีบางส่วนจะใช้หลักสูตรครู 5 ปี ทั้งนี้ที่ผ่านมาได้หารือร่วมกับองคมนตรีและนพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รมว.ศธ.

จึงสรุปว่าหลักสูตรครุศาสตร์/ศึกษาศาสตร์ ในกลุ่มมรภ.จะใช้หลักสูตร 4 ปี เพราะบริบทของโลก สังคมเปลี่ยนไป เทคโนโลยีเข้ามามีส่วนร่วมในการเรียนการสอน แพลตฟอร์มการเรียนต่างๆ จึงต้องเปลี่ยนตามด้วย เพื่อทำให้มีคุณภาพมากขึ้น และหลักสูตร ครู 4 ปี คุณภาพไม่ได้ด้อยกว่าการเรียนหลักสูตร 5 ปี

อย่างไรก็ตามสำหรับการปรับเปลี่ยนหลักสูตรนั้น ให้เป็นไปตามความพร้อม มหาวิทยาลัยใดที่ยังไม่พร้อม จะใช้หลักสูตรครู 5 ปีก่อนได้

“ตอนนี้ชัดเจน ว่าทุกคนเข้าใจนโยบาย ซึ่งอาจจะมีบางมหาวิทยาลัยที่จะใช้หลักสูตรครู 5 ปี คงไม่ได้ว่ากัน แต่มหาวิทยาลัยใดถ้าพร้อม ใช้หลักสูตร 4 ปีก็เดินหน้าได้ทันที โดยมหาวิทยาลัยจะต้องแจ้งมายังสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) เพื่อดำเนินการจัดอบรม

คาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 2 เดือน เพื่อให้ทันในการรับสมัคร นักเรียนเข้าศึกษาต่อในสถาบันอุดมศึกษา ด้วยระบบทีแคส ปี2562 รวมถึงต้องปรับความคิดของผู้ปกครอง ไม่ใช่ว่าเรียนอะไรไม่ได้ ถึงจะมาเรียนครู ตอนนี้จะสร้างครูที่มีคุณภาพชั้นสูง

ดังนั้นต่อไปจะต้องรับคนเก่งและดีมาเป็นครู”นพ.อุดม กล่าว และว่า นอกจากนี้ ที่ประชุมได้มีการกำหนดนโยบายเรื่องภาษาอังกฤษ ซึ่งตอนสมัครเข้าเรียนหลักสูตรครูจะไม่มีการกำหนดคะแนนภาษาอังกฤษ แต่ตอนจบการศึกษาจะต้องกำหนดว่าให้ได้มาตรฐานความสามารถทางภาษาอังกฤษ (CEFR) ระดับ B2 หรือต้องได้ 400 คะแนนขึ้นไป

แต่ถ้าเป็นครูภาษาอังกฤษ ต้องได้ CEFR ระดับ C1หรือ 600 คะแนนขึ้นไป และต้องมีการเพิ่มเติมทักษะอารมณ์ หรือ Soft Skills ในหลักสูตรร่วมด้วย โดยนิสิตนักศึกษาครูทุกชั้นปีจะต้องได้รับการบ่มเพาะทักษะเหล่านี้

ที่มาของเนื้อหา : www.khaosod.co.th