คอตก! หนุ่มอังกฤษ-ทอมแคนาดา พ่นคำแสลงบนกำแพงเมือง ฟันคุก 10 ปีปรับเป็นล้าน

Advertisementศูนย์รักษาผู้มีบุตรยาก

คอตก! หนุ่มอังกฤษ-ทอมแคนาดา พ่นคำแสลงบนกำแพงเมือง ฟันคุก 10 ปีปรับเป็นล้าน ตร.แจ้งข้อหนักจับชี้จุดทำแผน

จากกรณีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ ใช้สีสเปรย์พ่นคำว่า “SCOUSER LEE” และมี B ต่อท้าย ไว้บนกำแพงเมืองเชียงใหม่ ซึ่งเป็นพื้นที่โบราณสถานเก่าแก่คู่บ้านคู่เมืองของจ.เชียงใหม่ บริเวณข่วงประตูท่าแพ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ โดยกล้องวงจรปิดร้านกาแฟที่อยู่ฝั่งตรงข้ามบันทึกภาพไว้ได้อย่างชัดเจน เวลา 04.00 น. วันที่ 18 ต.ค.ที่ผ่านมา จากนั้นมีผู้นำคลิปไปเผยแพร่จนกลายกระแสวิพากษ์วิจารณ์ถึงการกระทำที่ไม่เหมาะสมของนักท่องเที่ยวกลุ่มนี้

ความคืบหน้าล่าสุด พ.ต.อ.ธีรศักดิ์ ศรีประเสริฐ ผกก.สภ.เมืองเชียงใหม่ พร้อมด้วย พ.ต.ต.อานนท์ เชิดชูตระกูลทอง สว.สส. นำกำลังตำรวจชุดสืบสวน ควบคุมตัว นักท่องเที่ยวชาย สัญชาติอังกฤษ อายุ 23 ปี และนักท่องเที่ยวหญิง สัญชาติแคนนาดา อายุ 23 ปีที่ร่วมกันใช้สีสเปรย์ฉีดพ่นบนกำแพงเมืองเชียงใหม่ได้แล้ว หลังจับกุมได้ที่เกสต์เฮ้าส์แห่งหนึ่งย่านถนนกำแพงดิน อ.เมืองเชียงใหม่ ไปชี้จุดและทำแผนประกอบคำรับสารภาพ

โดยทั้งคู่ รับสารภาพว่า ก่อนใช้สีสเปรย์พ่นกำแพงเมืองได้ไปท่องเที่ยวและดื่มกินตามร้านอาหารจนเกิดอาการมึนเมา ระหว่างเดินกลับที่พักเจอกระป๋องสเปรย์วางอยู่จึงเกิดความคึกคะนองนำไปพ่นที่กำแพง เป็นคำว่า SCOUSER ซึ่งเป็นศัพท์แสลงภาษาอังกฤษ หมายถึงคนพื้นถิ่นที่มาจากเมืองลิเวอร์พูล ส่วนคำว่า LEE เป็นชื่อตัวเอง ระหว่างนั้นมีคนขับรถตุ๊กตุ๊ก ขับผ่านมาแล้วเข้ามาเตือนไม่ให้กระทำแบบนี้จึงหยุดแล้วทิ้งกระป๋องสเปรย์ก่อนพากันเดินกลับที่พัก

ด้าน พ.ต.อ.ธีรศักดิ์ กล่าวว่า เบื้องต้นได้แจ้งความดำเนินคดีในข้อหา โบราณสถาน โบราณวัตถุ ศิลปวัตถุและพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พ.ศ.2504 มาตรา 32 ผู้ใดบุกรุกโบราณสถาน หรือทำให้เสียหาย ทำลาย ทำให้เสื่อมค่าหรือทำให้ไร้ประโยชน์ซึ่งโบราณ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 10 ปี หรือปรับไม่เกิน 1 ล้านบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ส่วนเพื่อนในกลุ่มอีก 2 คนที่อยู่ด้วยกันนั้นได้ให้การว่าไม่ได้เป็นคนใช้สีสเปรย์พ่น เจ้าหน้าที่จึงได้นำตัวลงบันทึกประวัติและได้ปล่อยตัวไป ซึ่งถือเป็นการดำเนินคดีตามหลักฐานที่ปรากฎ

อยากฝากเตือนนักท่องเที่ยวหรือประชาชนด้วยว่า หากไปเที่ยวตามสถานที่หรือต่างประเทศควรศึกษาข้อมูล ระเบียบต่างๆ รวมถึงวัฒนธรรมของแต่ละที่ที่ไปท่องเที่ยว เพราะหากกระทำผิดไปอาจส่งผลร้ายแรงได้ คดีนี้มีโทษจำคุกไม่เกิน 10 ปี หรือปรับไม่เกิน 1 ล้านบาท เพราะถือเป็นโบราณสถานที่เข้าข่ายในการทำลายและทำให้เสื่อมค่า

ซึ่งถือเป็นโทษที่หนักกว่าการกระทำโดยทั่วไป ซึ่งหากเป็นการนำสีสเปรย์ไปพ่นตามกำแพง หรือบ้านเรือนก็จะเป็นความผิดฐานทำให้เสียทรัพย์ธรรมดา แต่กรณีนี้เป็นการกระทำกับโบราณสถานที่มีการขึ้นทะเบียนไว้ จึงมีความผิดอีกข้อหาหนึ่งที่มีโทษหนักกว่า จากการสอบปากคำผู้ต้องหาก็ได้ให้การรับสารภาพว่า ทำไปด้วยความคึกคะนองประกอบกับมีอาการมึนเมาสุรา

ที่มาของเนื้อหา : www.khaosod.co.th