พาณิชย์ขึ้นบัญชีมะพร้าว

Advertisementศูนย์รักษาผู้มีบุตรยาก

นายบุณยฤทธิ์ กัลยาณมิตร ปลัดกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 18 ต.ค. นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รอง นายกรัฐมนตรี ได้เป็นประธานประชุม คณะกรรมการพืชน้ำมันและน้ำมันพืช เพื่อพิจารณาแก้ปัญหาราคามะพร้าวในประเทศตกต่ำ ตามข้อร้องเรียนของเกษตรกร ผู้ปลูกมะพร้าวว่า ที่ประชุมมีมติให้ตั้ง คณะอนุกรรมการบริหารจัดการนำเข้ามะพร้าว โดยมีกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เป็นประธาน เพื่อกำหนดมาตรการบริหารจัดการนำเข้ามะพร้าว หลังจากมีการ ร้องเรียนว่าสาเหตุส่วนหนึ่งที่ทำให้ราคามะพร้าวในประเทศตกต่ำมาจากการนำเข้า คาดว่าจะจัดตั้งได้ แล้วเสร็จในเร็วๆ นี้

“จะมีมาตรการชะลอการนำเข้า เป็นเวลา 7 เดือนตามที่เกษตรกรร้องขอหรือไม่ ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของคณะอนุกรรมการ ในระหว่างนี้ผู้นำเข้ายัคง นำเข้าตามกรอบองค์การการค้าโลก (ดับเบิ้ลยูทีโอ) และเขตการค้าเสรีอาเซียน (อาฟต้า) ตามปกติ แต่เชื่อว่าคงไม่มีการ นำเข้า เพราะผลผลิตในประเทศล้นตลาด” นายบุณยฤทธิ์ กล่าว

นายบุณยฤทธิ์ กล่าวว่า ที่ประชุม ยังมีมติที่จะนำมะพร้าวและผลิตภัณฑ์เข้าสู่บัญชีสินค้าควบคุม ตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ พ.ศ. 2542 โดยมีมาตรการควบคุมการขนย้ายในประเทศ เพื่อป้องกันการลักลอบนำเข้า และดูแลการนำเข้าได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ซึ่งได้เร่งรัดให้สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) ในฐานะเลขานุการคณะกรรมการพืชน้ำมันฯ เสนอเรื่องมา ยังคณะกรรมการกลางว่าด้วยสินค้าและบริการ (กกร.) ที่มีนายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รมว.พาณิชย์ เป็นประธาน พิจารณาออกประกาศมะพร้าวและผลิตภัณฑ์เป็นสินค้าควบคุม และกำหนดมาตรการควบคุมการขนย้ายภายในประเทศโดยเร็ว

อย่างไรก็ตาม ที่ประชุมได้กำชับให้ กระทรวงเกษตรฯ เพิ่มความเข้มงวด ตรวจสอบสุขอนามัยพืชกับมะพร้าวที่ นำเข้าให้มากขึ้น เพราะพบว่าขณะนี้เริ่มมีโรคระบาดในมะพร้าวเพื่อป้องกันไม่ให้โรคระบาดในไทย และยังได้ขอความร่วมมือโรงงานแปรรูปมะพร้าวให้รับซื้อผลผลิต ในประเทศให้มากขึ้น หลังจากที่ชะลอการรับซื้อในช่วงที่ผ่านมา ซึ่งกระทรวงเกษตรฯ จะเร่งกำหนดราคาเป้าหมายที่จะให้รับซื้อ โดยอาจจะสูงกว่าราคาในประเทศที่ขณะนี้ตกต่ำเหลือเพียงผลละ 4-5 บาท แต่รัฐอาจต้องช่วยเหลือค่าขนส่งเพื่อจูงใจให้รับซื้อผลผลิต

สำหรับกรณีที่ผู้นำเข้ามะพร้าว มักนำเข้าแล้วนำไปจำหน่าย จ่าย โอนต่อให้ผู้ผลิตรายอื่นในประเทศ ทั้งๆ ที่กรม การค้าต่างประเทศมีข้อกำหนดไว้แล้ว กรมจะปรับปรุงแก้ไขประกาศหลักเกณฑ์ โดยจะกำหนดว่าต้องนำไปแปรรูปในโรงงานของตนเองเท่านั้น ไม่เช่นนั้นอาจไม่พิจารณาออกหนังสือรับรองการนำเข้าในครั้งถัดไป

ที่มาของเนื้อหา : www.posttoday.com