มุมใหม่ ส่อง 'จีน 2018' วิถีชีวิตที่เปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือ

Advertisementศูนย์รักษาผู้มีบุตรยาก

ที่มามติชนรายวันหน้า 18เผยแพร่วันที่ 20 ตุลาคม 2561
เป็นประเทศมหาอำนาจในภูมิภาค และมหาอำนาจลำดับต้นๆ ของโลก แน่นอนมีผลทั้งทางตรงและทางอ้อมกับไทย ซึ่งคงดีไม่น้อยหากคนไทยจะรู้และสามารถไขว่คว้าโอกาสได้ทัน เพื่อเกาะขบวนแห่งการพัฒนานี้

รศ.วรศักดิ์ มหัทธโนบล ผู้อำนวยการศูนย์จีนศึกษา สถาบันเอเชียศึกษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า ปัจจุบันจีนเปลี่ยนแปลงไปมาก โดยเฉพาะเรื่องเทคโนโลยีกับการดำรงชีวิตประจำวัน ไม่ว่าใช้จ่ายเงินผ่านมือถือ มีรถไฟความเร็วสูง การซื้อสินค้าต่างๆ ผ่านอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อการมีชีวิตที่ทันสมัยและสะดวกสบาย แต่ทั้งนี้ มีสิ่งหนึ่งที่จีนไม่เปลี่ยนเลยคือ นิสัยรักการอ่านหนังสือ ซึ่งปัจจุบันคนจีนยังนิยมหาความรู้จากการอ่านหนังสือแม้จะมีเทคโนโลยีต่างๆ เข้ามาในชีวิต

รศ.วรศักดิ์ มหัทธโนบล

“ผมมองว่าจีนในปัจจุบัน เป็นโอกาสของคนไทยที่จะเข้าไปทำการค้าการลงทุน อย่างร้านอาหารไทยในจีน พบว่าคนจีนส่วนหนึ่งชอบทานอาหารไทย ทำให้มีคนไทยไปลงทุนเปิดร้านอาหารไทยในจีนหลายมณฑลแล้ว

ส่วนเรื่องการเรียน ต้องบอกว่าการเรียนที่จีนไม่ได้โดดเด่นกว่าการเรียนในประเทศอื่นๆ แต่มหาวิทยาลัยชั้นนำของเขา มีมาตรฐานและได้รับรางวัลติดอับดับต้นๆ ของโลก ฉะนั้นเรื่องคุณภาพการศึกษาเขาเชื่อถือได้ ซึ่งส่วนใหญ่พบว่าคนไทยมักไปเรียนด้านภาษาจีนมากที่สุด

ส่วนการทำงานก็ดี แต่อาจลำบากเรื่องการปรับตัวกับการอยู่อาศัยที่จีน โดยเฉพาะเรื่องอาหาร ความเป็นอยู่ต่างๆ ที่แตกต่างกับบ้านเรา แต่หากปรับตัวได้แล้ว ก็ไม่มีอะไรเป็นปัญหา ขณะที่คนไทยที่ทำงานที่จีน ส่วนใหญ่เป็นล่ามภาษาอยู่ในภาคธุรกิจต่างๆ”

ด้าน นายประสิทธิ์ ฉกาจธรรม ผู้อำนวยการอาศรมสยาม-จีนวิทยา เปิดเผยว่า เราปฏิเสธอิทธิพลของจีนทั้งทางตรงและทางอ้อมได้ยาก ด้วยที่ตั้งทางภูมิศาสตร์ ความจำเป็นทางเศรษฐกิจ จีนมีกำลังซื้อมหาศาล เป็นโรงงานของโลก สามารถผลิตสินค้ามีคุณภาพ ระยะหลังยังเน้นดีไซน์สวยงาม ในราคาที่เหมาะสมกับรายได้ของคนไทย

ประสิทธิ์ ฉกาจธรรม

ฉะนั้นเราจึงเป็นทั้งผู้ซื้อและผู้ขายให้กับเขา ในส่วนที่เราหรือเขามีดีกว่าก็มีการแลกเปลี่ยนกัน คิดว่าหากเรียนรู้ซึ่งกันและกัน เป็นหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจ ก็น่าเป็นประโยชน์ในที่สุด

“แนะนำให้คนไทยเรียนรู้ภาษาจีนเป็นทางเลือกในการตัดสินใจเรียนรู้ภาษาที่ 3 ไม่ว่าจะเพื่อไปศึกษาต่อหรือไปทำงาน โดยให้ศึกษาภาษาจีนอย่างตั้งใจและจริงจัง อย่าไปเรียนตามกระแส เพราะการทำงานกับคนจีนแข่งขันสูงมาก เพราะเขาคุ้นชินกับการแข่งขันมาตั้งแต่เด็ก จากการมีประชากรจำนวนมาก เขาจึงเอาจริงเอาจังกับการเรียนและการทำงาน ถือเป็นคนที่มีศักยภาพและปรับตัวเก่ง

ยิ่งตอนนี้วิถีชีวิตของคนจีนเปลี่ยนไปแบบหน้ามือเป็นหลังมือ ตั้งแต่มารยาทจากแต่ก่อนไม่เคยเข้าแถว ตอนนี้เข้าแถว แต่ก่อนทิ้งขยะเกลื่อนถนน ตอนนี้แทบไม่มีแบบนั้นแล้ว ห้องน้ำก็ทันสมัยขึ้น ให้คุณค่าและโอกาสกับผู้หญิงเพิ่มขึ้น คุณภาพการศึกษาสูงมาก ทำงานก็มีค่าตอบแทนสูง จีนจึงเป็นอีกหนึ่งประเทศที่น่าสนใจ” นายประสิทธิ์กล่าว

ที่มาของเนื้อหา : www.matichon.co.th