ท่องแดนมังกร ลิ้มเสน่ห์เมืองเบียร์ 'ชิงเต่า'

Advertisementศูนย์รักษาผู้มีบุตรยาก

ที่มามติชนรายวันหน้า 18เผยแพร่วันที่ 20 ตุลาคม 2561
สาธารณรัฐประชาชนจีน มีสถานที่ท่องเที่ยวระดับโลกมากมาย จึงเป็นจุดหมายปลายทางคนทั่วโลกและคนไทยให้เดินทางไปถึง

ทว่านอกจากเมืองหลักๆ ที่นิยมกันแล้ว ยังมีเมืองรองๆ ที่นักท่องเที่ยวต่างชาติอาจไม่ค่อยไป แต่กลับเป็นที่นิยมของคนในชาติอย่างมากคือ “เมืองชิงเต่า” ในมณฑลซานตง ซึ่งตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกของจีนและติดทะเล สวยงามจนได้รับการยกย่องว่าเป็น “สวิตเซอร์แลนด์แห่งตะวันออก” โอกาสนี้ บมจ.ซีพี ออลล์ ร่วมกับ อาศรมสยาม-จีนวิทยา พาคณะสื่อมวลชนไปสัมผัสกลิ่นอายกันถึงเมืองชิงเต่า

การเดินทางไปเมืองชิงเต่าไม่ยาก สามารถนั่งเครื่องบินจากกรุงเทพฯ บินตรงไปลงที่สนามบินชิงเต่าได้เลย โดยปัจจุบันมีสายการบินโลว์คอสต์บางสายให้บริการ หรือจะเลือกบินไปลงสนามบินปักกิ่ง แล้วนั่งรถไฟฟ้าความเร็วสูงใช้เวลาประมาณ 4 ชั่วโมงกว่าๆ ถึงเมืองชิงเต่า ระหว่างทางได้เห็นอารยธรรมข้างทาง ก็เก๋ไปอีกแบบ ซึ่งเมื่อถึงตัวเมืองจะได้เจอกับสภาพอาคารบ้านเรือน และสถาปัตยกรรมที่มีกลิ่นอายยุโรป ยิ่งลักษณะทางกายภาพเป็นพื้นที่ลาดเอียง ยิ่งเหมือนใหญ่

สภาพบ้านเมืองที่ชิงเต่า

นายประสิทธิ์ ฉกาจธรรม ผู้อำนวยการอาศรมสยาม-จีนวิทยา เปิดเผยว่า ชิงเต่าถือเป็นเมืองที่มีประวัติศาสตร์อันยาวนาน ย้อนไปตั้งแต่ยุคจักรพรรดิจิ๋นซี ก็เคยเสด็จประพาสเมืองแห่งนี้ถึง 3 ครั้ง ต่อมาก็เป็นเมืองท่าเรือการค้าและศูนย์กลางการเดินทางริมทะเล และป้อมปราการป้องกันแนวชายฝั่งทะเลที่สำคัญของจีน

กระทั่งปี ค.ศ.1897 ที่เกิดคดีสังหารมิชชันนารีชาวเยอรมัน ทำให้เยอรมันนำมาเป็นข้ออ้างเข้ายึดครองพื้นที่แถบมณฑลซานตง ภายหลังสงครามโลกครั้งที่ 1 เยอรมันแพ้ ก็ถูกญี่ปุ่นอ้างสิทธิและเข้ายึดครองแทน ก่อนญี่ปุ่นแพ้สงครามโลกครั้งที่ 2 และกลับมาเป็นของจีนตั้งแต่ปี ค.ศ.1949 เป็นต้นมา

“เมืองแห่งนี้มีเบื้องหลังทางประวัติศาสตร์ให้ชาวจีนได้ระลึกถึง เป็นสิ่งเตือนใจเขาว่าครั้งหนึ่งเคยอ่อนแอขนาดไหน จนมีชาติต่างๆ เข้ามายึดครอง ซึ่งเขาก็ไม่ปฏิเสธความอ่อนแอในอดีต อีกทั้งยังจดจำเป็นบทเรียนสู่แรงผลักดันให้คนในชาติพัฒนาตนเอง สร้างความรุ่งเรือง แข็งแกร่งให้กับประเทศอีกครั้งหนึ่ง นี่จึงเป็นคำตอบหนึ่งว่าทำไมจีนในปัจจุบัน ถึงพัฒนาเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว”

“ส่วนเมืองชิงเต่า คิดว่าคนไทยน่าจะรู้จักผ่านผลิตภัณฑ์ขึ้นชื่อคือ เบียร์ชิงเต่า ที่ปรากฏอยู่ในทุกเมืองของจีน เพียงแต่ว่าอาจไม่ค่อยได้มาเยือน ซึ่งจริงๆ ที่นี่ถือว่ามีเสน่ห์มาก เป็นเมืองชายทะเลที่มีอากาศดี อาหารทะเลอร่อยและราคาไม่แพง และยังเป็นเมืองที่เต็มไปด้วยสถานที่ทางประวัติศาสตร์”

เยอรมันสร้างโรงเบียร์แห่งแรกในจีน

ภายหลังการเข้ายึดครอง จักรวรรดิเยอรมันต้องการสร้างเมืองแห่งนี้ให้เป็นอาณานิคมต้นแบบ ซึ่งจากหมู่บ้านชาวประมงธรรมดาๆ ก็มีการปรับปรุงถนนหนทาง อาคารบ้านเรือน สร้างโรงเรียน มหาวิทยาลัยรวมถึงโรงแรมให้เป็นสไตล์เมืองยุโรป และโดยเฉพาะการสร้างโรงงานเบียร์ ซึ่งเริ่มต้นจากการร่วมทุนของนักธุรกิจชาวเยอรมันกับนักธุรกิจชาวอังกฤษในปี ค.ศ.1903

ดำเนินมากระทั่งรัฐบาลจีนเข้ามาบริหารประเทศในปี ค.ศ.1949 จึงเปลี่ยนชื่อเป็น “รัฐวิสาหกิจเบียร์ชิงเต่า” และเปลี่ยนชื่ออีกครั้งในปี ค.ศ.1993 เป็น “บริษัท เบียร์ชิงเต่า จำกัด” ใช้มาถึงปัจจุบัน

ทั้งนี้ เบียร์ชิงเต่าเป็นที่นิยมจากคนจีนและคนทั่วโลก จนหนังสือพิมพ์ไฟแนนเชียลไทม์คัดเลือกให้เป็น 1 ใน 10 แบรนด์ชั้นนำของจีน

ขณะที่นิตยสารฟอร์บส์ (Forbes) ก็จัดให้บริษัทเบียร์ชิงเต่าจำกัดอยู่ในอันดับ 68 จากจำนวน 200 บริษัททั่วโลกที่ได้รับการยอมรับนับถือมากที่สุด

นายประสิทธิ์ กล่าวว่า ถ้ามาเมืองชิงเต่าแล้ว ต้องมาที่ พิพิธภัณฑ์เบียร์ชิงเต่า ตั้งอยู่ถนนเติงโจว ตรงนี้ไม่ใช่มาเพื่อกินเบียร์อย่างเดียว แต่สามารถมาเรียนรู้ประวัติศาสตร์ของโรงเบียร์แห่งนี้กับเมืองชิงเต่าในรอบ 100 ปีที่ผ่านมา ซึ่งจัดแสดงผ่านนิทรรศการหลากรูปแบบ พร้อมเปิดโรงงานให้ชมกระบวนการผลิตจริงๆ เพื่อให้คนจีนทุกช่วงวัยได้เรียนรู้และภาคภูมิใจ ขณะที่นักท่องเที่ยวก็เข้าได้

นอกจากนี้ ยังมีพิพิธภัณฑ์ที่ทำการเก่าเยอรมันที่เปิดให้เข้าชม ก่อสร้างด้วยหินแกรนิตในลักษณะปราสาทสไตล์ยุโรป โดยสถาปนิกชาวเยอรมันในช่วงที่มาตั้งรกรากที่เมืองชิงเต่าเมื่อปี ค.ศ.1905 ซึ่งมีความสวยงามทั้งภายในและนอกอาคาร

พิพิธภัณฑ์เบียร์ชิงเต่า

เมืองแห่งการท่องเที่ยว

ไม่เพียงความสวยงามสไตล์ยุโรปที่เยอรมันได้สรรค์สร้างไว้ ชิงเต่ายังมีความงดงามและยิ่งใหญ่ที่รัฐบาลจีนได้สร้างขึ้นมาใหม่ อย่าง สะพานชิงเต่าไห่วาน หรือสะพานข้ามอ่าวเจียวโจว ซึ่งเป็นโครงการก่อสร้างด้านคมนาคมขนาดใหญ่ของจีน เชื่อมระหว่างเมืองชิงเต่าและหวงเต่า มีความยาว 42.5 กิโลเมตร ใช้เวลาสร้าง 4 ปี มูลค่ากว่า 1 หมื่นล้านหยวน ซึ่งเคยได้รับยกย่องว่าเป็น สะพานข้ามทะเลที่ยาวที่สุดในโลก ขณะเดียวกันก็เคยได้รับการบันทึกสถิติกินเนสส์บุ๊กเมื่อปี ค.ศ.2011 ว่าเป็นสะพานยอดเยี่ยมอันดับที่ 11 ของโลก

เสียดายการเดินทางหนนี้เมฆครึ้มฝนตกเป็นส่วนใหญ่ ไม่งั้นคงได้เห็นสะพานทอดยาวสู่ทะเลไกลสุดลูกหูลูกตา

ที่สุดของชิงเต่าอีกอย่างคือ อควาเรียมขนาดใหญ่อย่าง ชิงเต่า โพลาร์ โอเชียน เวิลด์ (Qingdao Polar Ocean World) ซึ่งภายในจัดแสดงสัตว์น้ำทะเลมีชีวิตนานาชนิดผ่านกระจกแก้วขนาดใหญ่ อุโมงค์แก้ว การแสดงโชว์โลมาหลากหลายสายพันธุ์ รวมถึงของกิน ของช้อปต่างๆ ซึ่งเป็นที่นิยมของชาวจีนให้ความสนใจเข้าชมอย่างเนืองแน่น

นอกจากนี้ ชิงเต่ายังมีสถานที่ท่องเที่ยวอีกมากมาย อาทิ จุดชมวิวหลิงเตี่ยน ซึ่งเป็นจุดชมพระอาทิตย์ตกดินสุดสวยงาม และเคยใช้จัดแข่งกีฬาทางน้ำโอลิมปิก 2008, ภูเขาเหลาซาน ภูเขาขนาดใหญ่รูปทรงแปลกตา ซึ่งภายในมีแหล่งน้ำพุบริสุทธิ์และมีแร่ธาตุที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย นำมาเป็นส่วนประกอบสำคัญของการผลิตเบียร์ชิงเต่า ฯลฯ

ชิงเต่า โพรลาร์ โอเชียน เวิลด์

เพราะฉะนั้น ในภาพรวม “ชิงเต่า” ถือเป็นเมืองน่าท่องเที่ยวเมืองหนึ่ง ด้วยธรรมชาติที่สมบูรณ์ทำให้สภาพอากาศดีกว่า อุณหภูมิต่ำกว่าเมืองหลวงอย่างปักกิ่ง ประกอบกับสภาพบ้านเรือนสไตล์ยุโรป เป็นเมืองติดชายทะเล เมืองผลิตเบียร์ มีอาหารซีฟู้ดราคาถูก ซึ่งบางรายการถูกกว่าที่ไทยด้วยซ้ำ และค่าครองชีพที่ไม่สูงนัก เมืองแห่งนี้จึงเป็นที่ถูกอกถูกใจนักท่องเที่ยวเมื่อได้ไปต้องมนต์เสน่ห์

อีกเมืองน่าเที่ยวในจีน

 

ที่มาของเนื้อหา : www.matichon.co.th