บทบรรณาธิการ : หมอและนักบิน

Advertisementศูนย์รักษาผู้มีบุตรยาก

บทบรรณาธิการ : หมอและนักบิน

บทบรรณาธิการ : หมอและนักบิน

บทบรรณาธิการ : หมอและนักบิน – อาชีพบริการ 2 อาชีพเกิดเหตุการณ์ที่ก่อให้เสียงวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางในช่วงเวลาใกล้เคียงกัน คือกรณีที่แพทย์บอกปัดคนไข้ที่มาขอรับการตรวจรักษาในตอนดึกว่าโรงพยาบาล ไม่ใช่เซเว่น และกรณีของผู้โดยสารการบินไทย ชั้นเฟิร์สต์คลาส ต้องสละที่นั่งเพื่อให้คณะนักบินนั่ง หากไม่ยอมจะไม่บิน จนส่งผลเที่ยวบินซูริก–กรุงเทพฯ ล่าช้า

ทั้งสองอาชีพต่างได้รับการเคารพนับถือจากประชาชนในด้านทักษะความรู้ความสามารถ อีกทั้งยังรับผิดชอบความเป็นความตายของผู้อื่น

ไม่ใช่ว่าใครจะเป็นแพทย์ได้ เช่นเดียวกับการเป็นนักบิน ไม่ง่ายเช่นกัน

เมื่อบุคคลในอาชีพทั้งสองมีเรื่องกระทบกระทั่งกับประชาชนจึงย่อมเป็นที่สนใจและถูกวิพากษ์วิจารณ์

กรณีของแพทย์ที่เกิดขึ้นในโรงพยาบาลที่จังหวัดสระแก้ว วันที่ 18 ต.ค. สอบสวนพบว่าที่แพทย์เองทำงานหนักจนป่วย และเครียดกับผู้ป่วยฉุกเฉินอาการวิกฤตที่มารับบริการพร้อมกันจำนวนมาก

เมื่อกรณีนี้เป็นข่าวขึ้นมา สาธารณสุขจังหวัดจึงให้ข้อมูลด้วยว่า ทุกวันนี้จำนวนบุคลากรสาธารณสุขในโรงพยาบาลทุกแห่งให้บริการเกินกำลังเนื่องจากขาดแคลนบุคลากรจำนวนมาก

ประกอบกับการขยายตัวของจังหวัดสระแก้วและจำนวนผู้ป่วยที่มากขึ้น ทำให้เกิดความแออัดในโรงพยาบาล ซึ่งผู้เกี่ยวข้องกำลังพยายามแก้ไขปัญหากันอยู่

การทำความเข้าใจด้วยข้อมูลดังกล่าวจึงน่าจะทำให้ข้อพิพาทลดทอนลงไป ขณะที่แพทย์ระมัดระวังท่าทีที่ปฏิบัติต่อคนไข้มากขึ้น

ส่วนกรณีการบินไทย สำนักงานการบินพลเรือนชี้แจงว่า เป็นระเบียบการบินปกติของนักบินที่จะได้นั่งที่นั่งชั้นหนึ่ง แม้จะไม่ได้อยู่ระหว่างปฏิบัติหน้าที่ก็ตาม

ยิ่งในกรณีนี้มาจากการเปลี่ยนเครื่องซึ่งไม่มีที่นอนสำหรับนักบิน จึงต้องหาที่พักผ่อนให้นักบินในชั้นเฟิร์สต์คลาส

แต่ด้วยการสื่อสารที่ไม่เข้าใจกัน บวกกับทัศนคติ ด้านลบเดิมที่ฝังแน่นกับการบินไทย จึงมีเสียงวิจารณ์อื้ออึงเรื่องอภิสิทธิ์ชน ทำให้ประเด็นการอ้างสิทธิ์เฟิร์สต์คลาส บดบังเรื่องระเบียบการบิน ว่านักบินจำเป็นต้องมีชั่วโมงพักผ่อนให้เพียงพอสำหรับการบินเที่ยวบินต่อไป

บทเรียนนี้จึงต้องหาทางแก้ไขด้วยการให้ข้อมูลเหตุผลมากกว่าอารมณ์

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

บทบรรณาธิการ : ต้องไม่ปฏิวัติ

 

ที่มาของเนื้อหา : www.khaosod.co.th