อดีตรองปลัด เผยกัปตันเข้าขอโทษ ยันไม่เคยขอสิทธิ์พิเศษอัพเกรดที่นั่ง หวังความจริง!

Advertisementศูนย์รักษาผู้มีบุตรยาก

อดีตรองปลัด เผยกัปตันเข้าขอโทษ ยันไม่เคยขอสิทธิ์พิเศษอัพเกรดที่นั่ง หวังความจริง!

จากกรณีดราม่าการจัดการที่นั่งบนเที่ยวบิน TG971 ซูริค-กรุงเทพ ซึ่งเกิดปัญหาเรื่องการสื่อสารระหว่างนักบินและศูนย์ภาคพื้นจนทำให้เที่ยวบินล่าช้าถึง 2 ชั่วโมง เหตุเพราะการจัดการที่นั่งเฟิร์สคลาส ทำให้มีการร้องเรียนไปยังบริษัทการบินไทย และกลายเป็นเรื่องราวตามข่าวที่ได้เสนอมาแล้วนั้น

ล่าสุด นายศักดา พันธ์กล้า อดีตรองปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม ในฐานะผู้โดยสารที่ได้สละที่นั่งให้กับนักบินในเที่ยวบินดังกล่าว ทำหนังสือถึงผู้บริหารการบินไทยและผู้มีหน้าที่รับผิดชอบ ภายหลังตัวแทนบินไทยเข้าพบที่บ้าน กรณีข้อเท็จจริงจากการร้องเรียนความล่าช้าของ TG971 เมื่อวันที่ 11 ต.ค.2561 โดยเนื้อหาในหนังสือมีข้อความ 1 หน้ากระดาษ A4 พร้อมลงลายมือชื่อ ดังนี้

ผมขอขอบคุณที่ได้ส่งผู้แทนฯ มาขอโทษผมและภรรยาถึงที่บ้าน ผมขอน้อมรับในไมตรีจิตครั้งนี้ และไม่ได้ติดใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมาแล้ว แต่จะขอชี้แจงให้ทราบว่าผมไม่ได้เสียใจเลยจากการย้ายที่นั่งจากชั้นหนึ่ง ( First Class) กลับไปที่ชั้นธุรกิจ (Business Class) เพราะถ้าผมไม่ยอมย้าย คงไม่ได้บินกลับในวันนั้น เพียงแต่รู้สึกข้องใจว่าเรื่องเล็กน้อยแค่นี้ ทำให้ผู้โดยสารกว่า 300 คน เสียเวลาไป 2 ชั่วโมงครึ่ง

จึงได้ทำจดหมายร้องเรียนไปที่ช่องทางกำหนด เพื่อต้องการคำชี้แจงจากท่านเท่านั้น แต่ทั้งนี้จดหมายดังกล่าวได้หลุดไปเป็นข่าวข้างนอกได้อย่างไรไม่เกี่ยวข้องกับผม และผมไม่ได้มุ่งหวังโจมตีองค์กรของท่าน ผมเพียงต้องการให้ข้อเสนอแนะเพื่อท่านจะได้นำเหตุการณ์นี้มาทบทวนปรับปรุงการปฏิบัติงานของผู้เกี่ยวข้องเพื่อบริการแก่ผู้โดยสารให้ดีขึ้น และจากจดหมายร้องเรียนดังกล่าวได้มีความเข้าใจวัตถุประสงค์ของการร้องเรียนที่คลาดเคลื่อนไป ผมจึงขออธิบาย 2 ประเด็นดังนี้

ประเด็นที่ 1 คือผมซื้อบัตรโดยสารชั้นธุรกิจด้วยเงินสดในขากลับจากซูริค-กรุงเทพฯ เที่ยวเดียวที่การบินไทยกรุงเทพฯ ซึ่งแพงมากและเส้นทางนี้ไม่มีชั้นหนึ่ง (First Class) ในขณะที่ไปซื้อบัตรโดยสารและไม่ได้ข้อใช้สิทธิ์พิเศษใดๆ ในการอัพเกรด และไม่ทราบเรื่องการอัพเกรดที่นั่ง จึงเข้าใจว่าเมื่อมีการเปลี่ยนเครื่องเขาก็ยึดที่นั่งตามเดิม เพราะตอนไปออกบัตรโดยสาร (BOARDING PASS) ก็ไม่ได้เลือกที่นั่งเอง

เจ้าหน้าที่ออกบัตรโดยสารให้โดยได้ที่นั่ง 1K, 1K และทราบว่าเป็นที่นั่งด้านหน้าสุด ก็คิดว่าได้ที่นั่งสบายเท่านั้น (ทั้งนี้ขอเรียนเพิ่มเติมว่า ที่นั่งชั้นธุรกิจของ TG777 นั้นจะนั่งสบายกว่าชั้นธุรกิจของ TG747 มาก) มาทราบเรื่องการอัพเกรดที่นั่งจากข่าวในภายหลัง และผมเป็นอดีตข้าราชการที่เกษียณมาแล้ว ไม่ได้ขอให้มีสิทธิ์พิเศษใดๆ เลย

ประเด็นที่ 2 คือเรื่องการย้ายที่นั่งเป็นเพียงต้นตอของปัญหาไม่ใช่สาระสำคัญของการร้องเรียน เพราะมันมีผลกระทบเพียง 2 คน แต่สาระสำคัญของการร้องเรียนอยู่ที่ความล่าช้าของเที่ยวบินที่เกิดขึ้นมีผลกระทบต่อคนมากกว่า 300 คน โดยบางคนไม่ทราบแม้กระทั่งมีการเปลี่ยนเครื่อง บางคนคิดว่าล่าช้าเพราะต้องรอแก้ไขเครื่องที่เสียหายจากการที่ทุกคนไม่ทราบถึงสาเหตุของความล่าช้า

ผู้โดยสารส่วนใหญ่จึงมีความกังวลใจถึงความปลอดภัยของเที่ยวบินตลอดเวลาของการรอคอยและการเดินทาง แต่ถ้าผู้ปฏิบัติงานคำนึงถึงผู้โดยสารมากกว่ากฎเกณฑ์ของนักบินที่ไม่ได้ปฏิบัติงาน โดยนำเครื่องขึ้นตามเวลา และเมื่อถึงที่หมายท่านก็ดำเนินการจัดทำรายงานเรื่องภายในของการกระทำผิดกฎของพวกท่านเอง ใครพักผ่อนไม่เพียงพอก็ว่ากันเอง ก็จะไม่มีผลกระทบต่อผู้โดยสารทั้งลำ ทั้งนี้ผมไม่ได้ขัดแย้งเรื่องการพักผ่อนของนักบิน ซึ่งทราบดีครับว่าเป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างยิ่ง

ทั้งนี้ เพื่อภาพลักษณ์ของสายการบินในองค์กร หวังว่าท่านจะมีการออกมาชี้แจงข้อเท็จจริงกับสังคมว่าเกิดอะไรขึ้น ไม่ใช่ปล่อยให้ภาพของผู้โดยสารบางส่วนถูกมองว่าไม่เสียสละที่นั่งให้นักบิน หรือภาพลักษณ์ของนักบินที่ดีและเจ้าหน้าที่ในการบินไทยที่มีความเป็นมืออาชีพที่ไม่ได้เกี่ยวข้องต้องเสื่อมเสียโดยเหมารวมไปกับเหตุการณ์ครั้งนี้ เพราะจะทำให้คนที่ดี ตั้งใจทำงาน ภูมิใจในองค์กรนี้ต้องได้รับผลกระทบกับเหตุการณ์นี้ไปด้วย การพูดความจริงและจริงใจที่จะแก้ปัญหาจะเป็นทางออกที่ดีที่สุด

สุดท้ายนี้ ผมยังเคารพในสิทธิของทุกท่านและไม่ได้โกรธเคืองการบินไทยเลย และหวังว่าการบินไทยจะรักผู้โดยสารเท่าฟ้าเหมือนดังคำขวัญที่ว่า “การบินไทยรักคุณเท่าฟ้า” ครับ”

ที่มาของเนื้อหา : www.khaosod.co.th