ศาลเลื่อนอ่านฎีกาคดี "ธาริต"หมิ่น"สุเทพ"สร้างโรงพักร้าง 396 แห่ง

Advertisementศูนย์รักษาผู้มีบุตรยาก

ที่ห้องพิจารณา 910 ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก วันที่ 24 ต.ค.61 เวลา 09.30 น. ศาลนัดอ่านคำพิพากษาฎีกา คดีหมายเลขดำ อ.495/2556 ที่ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ อายุ 69 ปี อดีตรองนายกรัฐมนตรี เป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อายุ 60 ปี อดีตอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เป็นจำเลย ในความผิดฐานหมิ่นประมาทผู้อื่นโดยการโฆษณา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 326 , 328 กรณีขณะดำรงตำแหน่ง อธิบดีดีเอสไอ เมื่อปี 2556 นายธาริต ได้ให้สัมภาษณ์ กล่าวหา นายสุเทพ เป็นผู้สั่งให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) ทำสัญญาก่อสร้างอาคารที่ทำการสถานีตำรวจ 396 แห่ง จากเป็นรายภาค ให้เป็นรวมสัญญาการจัดซื้อจัดจ้างเพียงรายเดียว

อย่างไรก็ดี เมื่อถึงเวลานัด ฝ่ายโจทก์คงมี นายสวัสดิ์ เจริญผล ทนายความมาศาล ส่วน นายธาริต อดีต อธ.ดีเอสไอ จำเลย ไม่ได้เดินทางมาศาลมีเพียงทนายความผู้รับมอบอำนาจ ที่ได้แถลงต่อศาลว่า นายธาริต มีการป่วยติดเชื้อในลำไส้ไม่สามารถเดินทางมาศาล พร้อมแสดงใบรับรองแพทย์ และยื่นคำร้องขอความเป็นธรรมต่อประธานศาลฎีกาผ่านศาลอาญาว่าจำเลยจะขอส่งเอกสารเพิ่มเติมให้ศาลฎีกาวินิจฉัย

ซึ่ง นายสวัสดิ์  ทนายความโจทก์ ก็ได้แถลงคัดค้านโดยขอให้ศาลอ่านคำพิพากษาในวันนี้ เนื่องจากไม่เชื่อว่าจำเลยป่วยจนไม่สามารถเดินทางมาฟังคำพิพากษาได้ และคัดค้านพยานเอกสารที่จำเลยจะยื่นเพิ่มเติมด้วยเนื่องจากเอกสารที่ยื่นเพิ่มเติมนั้นเกี่ยวกับการแถลงข่าวความคืบหน้าคดีก่อสร้างโรงพักของ พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ ประธาน ป.ป.ช. ซึ่งเป็นเรื่องที่มีอยู่เดิมในชั้นพิจารณาแล้ว จึงไม่ใช่เรื่องใหม่

อย่างไรก็ดี ศาล พิเคราะห์แล้ว เชื่อว่าถ้อยคำในเอกสารที่จะยื่นเพิ่มเติมดังกล่าว เป็นข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นหลังการพิจารณาของศาลชั้นต้นและชั้นอุทธรณ์ จึงเชื่อว่าศาลฎีกายังไม่ได้พิจารณาเอกสารดังกล่าว อีกทั้งเอกสารทั้ง 3 ชุดที่ยื่นมานั้นก็เป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับโครงการก่อสร้างโรงพักทั้ง 396 แห่งซึ่งเป็นมูลเหตุในการฟ้องหมิ่นประมาทในคดีนี้ ดังนั้นศาลจึงเห็นควรให้ส่งคำร้องของจำเลยดังกล่าว รวมถึงถ้อยคำในเอกสารที่จำเลยขอยื่นเพิ่มเติมนี้ ส่งให้ศาลฎีกาพิจารณาต่อไป พร้อมกันนี้ก็มีคำสั่งให้เลื่อนนัดฟังคำพิพากษาศาลฎีกาวันนี้ออกไปก่อน จนกว่าศาลฎีกาจะมีการพิจารณาคำร้องของจำเลยดังกล่าวและมีคำสั่งลงมา

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับคดีนี้ นายสุเทพ โจทก์ ได้ยื่นฟ้องเมื่อวันที่ 7 ก.พ.56 ระบุพฤติการณ์สรุปว่า ระหว่างวันที่ 21 ม.ค.- 4 ก.พ. 56 นายธาริต ขณะดำรงตำแหน่ง อธ.ดีเอสไอ ได้แถลงข่าวผ่านสื่อมวลชน กล่าวหานายสุเทพ โจทก์ ขณะดำรงตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรีว่าเป็นผู้สั่งการไม่ให้ สตช. ทำสัญญาก่อสร้างอาคารที่ทำการสถานีตำรวจ 396 แห่งเป็นรายภาคตามที่ สตช.เสนอ แต่กลับให้รวมสัญญาการจัดซื้อจัดจ้างเพียงรายเดียวทำให้บริษัท พีซีซี ดิเวลล็อปเม้นท์ แอนด์คอนสตรัคชั่น จำกัด เป็นผู้ชนะการประมูล จนเกิดปัญหาที่ไม่สามารถก่อสร้างได้เสร็จทันตามกำหนด  ซึ่งทำให้นายสุเทพ โจทก์ ได้รับความเสียหาย เสื่อมเสียชื่อเสียง

โดยศาลชั้นต้น มีคำพิพากษาวันที่ 26 มี.ค.58 ให้ยกฟ้อง เนื่องจากเห็นว่า การแถลงข่าวของจำเลย เป็นการตรวจสอบโครงการก่อสร้างโรงพัก และให้ความเห็นในทางกฎหมายในฐานะอธ.ดีเอสไอ ไม่ได้มีการยืนยันข้อเท็จจริงว่าโจทก์ได้กระทำการทุจริต ซึ่งการแถลงข่าวและให้สัมภาษณ์นั้นเป็นการสรุปความคืบหน้าของคดีตามพยานหลักฐานในฐานะเป็นเจ้าพนักงานที่ได้ปฏิบัติตามอำนาจหน้าที่ และเป็นการแสดงความคิดเห็นโดยสุจริตตาม ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 329 (2)  จึงไม่เป็นความผิดฐานหมิ่นประมาท

กระทั่งวันที่ 3 พ.ค.59 ก็ได้มีการอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ซึ่งศาลอุทธรณ์ พิพากษายืนให้ยกฟ้อง นายธาริต โดย นายสุเทพ โจทก์ ได้ยื่นฎีกาคดีต่อ

 

ที่มาของเนื้อหา : www.posttoday.com