พบแล้วรถตู้ตีนผี ชนนักปั่นฟิลิปปินส์ดับ เจอรถซุกอู่ อ้างขับชนวัว เร่งออกหมายจับ

ชนนักปั่น 2 ล้อ ตำรวจเร่งล่าตัวคนขับตีนผี ฝ่าไฟแดงชนนักปั่นจักรยานชาวฟิลิปปินส์ดับ ตร.ตามยึดรถคันก่อเหตุซุกอู่ บอกประกันว่าขับชนวัว พฐ.เร่งตรวจลายนิ้วมือในรถ

จากกรณีที่เฟซบุ๊ก Audax Randonneurs Thailand โพสต์ข้อความถึงนายรัสซาล เรเปรส นักปั่นจักรยานวัย 55 ปี ชาวฟิลิปปินส์ ที่ถูกรถตู้ฝ่าไฟแดงชนเสียชีวิต บริเวณแยกหัวเนิน เลี้ยวขวาเข้าทางหลวง 314 ถนนสิริโสธร ก่อนหลบหนีไป เมื่อกลางดึกวันที่ 23 ต.ค. ที่ผ่านมา ตำรวจตรวจสอบกล้องวงจรปิด ณ แยกที่เกิดเหตุ รวบรวมหลักฐานดำเนินคดี ตามที่เสนอข่าวไปนั้น

อ่านข่าว งามไส้ไทยแลนด์! นักปั่นจักรยานฟิลิปปินส์ ถูกรถตู้ผ่าไฟแดงชนตาย ก่อนเข้าเส้นชัย

ชนนักปั่น 2 ล้อ / เมื่อวันที่ 25 ต.ค. พ.ต.อ.นิพนธ์ คล้ายสิงห์ ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรแสนภูดาษ อ.บ้านโพธิ์ จ.ฉะเชิงเทรา เรียกประชุมชุดสืบสวนเร่งตรวจสอบจุดเกิดเหตุบริเวณสามแยกไฟแดงหัวเนิน-บ้านโพธิ์ ถนนสิริโสธร ขาเข้าฉะเชิงเทรา หมู่ 1 ต.คลองประเวศ อ.บ้านโพธิ์

โดยมีพยานที่เห็นเหตุการณ์หลายคน ไล่ติดตามกล้องวงจรปิดในพื้นที่จุดเกิดเหตุ และตามเส้นทางที่รถตู้ที่ก่อเหตุขับหลบหนี จนสามารถไปติดตามยึดรถตู้ยี่ห้อ โตโยต้า คอมมิวเตอร์ สีขาว ทะเบียน 33-3521 กรุงเทพมหานคร คันที่ก่อเหตุได้ที่อู่แห่งหนึ่งในเขตมีนบุรี

โดยสภาพรถถูกถอดชิ้นส่วนเพื่อซ่อมบริเวณด้านหน้า หลังจากที่คนขับทราบชื่อคือ นายชุติพันธุ์ บุดดาเวียง อายุ 29 ปี อยู่บ้านเลขที่ 1/6 ถนนบ้านกม.2 ฝั่งขวา ต.อรัญประเทศ อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว นำรถเข้ามาซ่อมหลังจากแจ้งประกันว่า ขับไปชนวัว แล้วหนี เพราะกลัวเจ้าของวัวเอาเรื่อง

โดยขับรถเข้ามาซ่อมที่อู่ช่วงเวลา 08.00 น. ของวันที่ 24 ต.ค. ซึ่งทางตำรวจยกรถคันดังกล่าวให้กองพิสูจน์หลักฐานตรวจสอบดีเอ็นเอ ลายนิ้วมือภายในรถ เพื่อนำไปประกอบคดี พร้อมออกหมายจับนายชุติพันธุ์ ขณะที่ตัวนายชุติพันธุ์หลบหนีกลับไปจังหวัดสระแก้ว ซึ่งขณะนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังเร่งติดตามตัวมาดำเนินคดี

ด้าน พ.ต.อ.นิพนธ์ คล้ายสิงห์ ผกก.สภ.แสนภูดาษ เปิดเผยว่า หน่วยงานหรือเอกชนที่จัดการแข่งขันปั่นจักรยาน ควรเน้นเรื่องความปลอดภัยของนักปั่น พร้อมอยากให้ประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนส่วนใหญ่ได้รับทราบ และควรงดการปั่นตอนกลางคืน เพราะเส้นทางบางเส้นทางมันมืด และมีแสงสว่างไม่เพียงพอ จะทำให้เกิดอันตรายกับนักปั่นได้ง่าย ซึ่งทราบว่าผู้ตายปั่นเหลืออีก 41 กม. ก็จะเข้าเส้นชัยแล้ว แต่มาประสบอุบัติเหตุก่อน

นายปทีป สมบุญพูลพิพัฒน์ ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดฉะเชิงเทรา เดินทางมาติดตามเรื่องอุบัติเหตุที่เกิดขึ้น เนื่องจากผู้เสียชีวิตเป็นชาวต่างชาติ

โดยจะรวบรวมข้อมูลเพื่อดูค่าสินไหม และการดูแลดำเนินการอำนวยความสะดวกในการส่งศพกลับประเทศ ซึ่งต้องตรวจสอบว่าผู้ตายนั้นใช้พาสปอร์ตประเภทใดในการเดินทางเข้าประเทศ พร้อมสรุปผลข้อมูลส่งให้กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไป ในการเยียวยาให้กับครอบครัวผู้เสียชีวิตที่ประสบอุบัติเหตุในครั้งนี้

ที่มาของเนื้อหา : www.khaosod.co.th