ลอกเปลือก สมบัติ บุญงามอนงค์ มองทะลุแก่นคิดในปฏิบัติ “เกียน”

Advertisementศูนย์รักษาผู้มีบุตรยาก

ลอกเปลือก สมบัติ บุญงามอนงค์ มองทะลุแก่นคิดในปฏิบัติ “เกียน” – BBCไทย

“ชุดแต่งกาย” ไม่ใช่แค่อาภรณ์ห่อหุ้มกาย แต่สะท้อน “ชุดความคิด” ของ สมบัติ บุญงามอนงค์ ที่ต้องการฉีกออกจากขนบการเมืองเก่า

“คนอาจรู้สึกว่าผมบ้าบอ เพียงเพราะว่าผมมีพร็อพ (อุปกรณ์ประกอบฉาก)” สมบัติ บุญงามอนงค์ หรือ “บก. ลายจุด” ตระหนักรู้ต่อสายตามหาชนที่จับจ้องมายังตัวเขา หลังประกาศเป็น “ผู้นำความบันเทิงสู่การเมืองไทย”

การยื่นขอจัดตั้งพรรคเมื่อ 21 มี.ค. เกิดขึ้นภายใต้คำขวัญ “ไม่หาเสียง หาแต่เรื่อง” โดยนโยบายแรกที่ชูคือ “เรื่องหมาต้องมาก่อน” หลังปลัดกระทรวงสาธารณสุขเผยแนวคิด “เซ็ตซีโร่สุนัขจรจัด” / HATAIKARN TREESUWAN/BBC THAI

จากเคยเป็นนักเคลื่อนไหวในนามภาคประชาชน เป็นนักกิจกรรมการเมืองที่ชูธงต่อสู้แนวสันติวิธี-ขับเคลื่อนผ่านสัญลักษณ์ต่าง ๆ เขากระโจนสู่การเมืองเต็มรูปในวัย “ครึ่งร้อย” เมื่อร่วมก่อตั้งพรรคเกียน ตั้งเป้าหมายเป็นพรรคมวลชน (Mass Party) พรรคแรกของประเทศไทย

ด้วยจังหวะคิดที่ผิดแผก-แหวกขนบ ทำให้จังหวะก้าวทางการเมืองของสมบัติแตกต่าง หรืออาจถึงขั้น “กลับหัวกลับหาง” จากคนการเมืองทั่วไป

เกือบทุกครั้งของการปรากฏตัว เขามักถูกสื่อมวลชนตั้งคำถามล่วงหน้าว่า “พรุ่งนี้จะใส่ชุดอะไร” จนครั้งหนึ่งเขาต้องระบายความในใจผ่านกระดานข้อความส่วนตัวทางสื่อสังคมออนไลน์ว่าโปรดสนใจนโยบายและข้อเสนอทางการเมืองของพรรคเกียนบ้างนอกเหนือจากอาภรณ์ห่อกาย

สมบัติได้โชว์ลีลา “แจกใบแดง กกต.” เมื่อ 28 ก.ย. หลังไม่ยอมรับรองการจดจัดตั้งพรรคของเขา ทั้งนี้เขาเผยว่าพรรคโจรสลัดในแถบยุโรปคือตัวจุดประกายให้คิดทำพรรคการเมือง / HATAIKARN TREESUWAN/BBC THAI

7 เดือนนับจากลุยทำพรรคการเมืองเมื่อเดือน มี.ค. สมบัติบอกกับบีบีซีไทยว่า เขาปรากฎกายด้วยเครื่องแต่งกาย 3.5 ชุดเพื่อสื่อสารทางการเมือง โดยชุดที่ “ทรงพลังที่สุด” ในทัศนะของผู้ส่งสารรายนี้หนีไม่พ้น “ชุดซ่อมแซมประเทศ” และหมวกโจรสลัด เขาจึงเลือกชุดนี้มาสวมใส่ก่อนเปิดฉากสนทนากับเรา โดยมีเด็ก ๆ 3-4 คนในมูลนิธิกระจกเงา ซึ่งเขาเคยเป็นประธานมูลนิธิ ร่วมเป็นผู้ชมกิตติมศักดิ์

“หนู ๆ รู้ไหมว่าลุงเป็นใคร” เขาถามขึ้น

“โจรสลัด” เด็กน้อยประสานเสียงตอบเจื้อยแจ้ว สร้างความพึงใจให้แก่ “ชายชุดส้ม”

สื่อประเด็นที่เป็นสาระผ่านชุดแต่งกาย

ในขณะที่เด็กวัย “ต่ำสิบ” เข้าใจภาพที่สมบัติกำลังนำเสนอ เจ้าตัวบ่นเสียดายที่เจ้าหน้าที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ไม่เข้าใจ และหาว่าเขาแต่งกายไม่สุภาพ จึงไม่อนุญาตให้เข้าร่วมประชุมพรรคการเมือง เมื่อ 28 ก.ย.

“ผมแค่มานำเสนอว่าผมเป็นพรรคการเมืองหรือนักการเมืองที่จะมาซ่อมประเทศ เพราะตอนนั้นมีเพจสนับสนุน พล.อ. ประยุทธ์ (จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี) ขึ้นข้อความว่า ‘4 ปีซ่อม 4 ปีสร้าง’ ที่เขาแซวกันอยู่ แสดงว่า พล.อ. ประยุทธ์ก็ยอมรับว่าประเทศนี้เสียหาย จะด้วยฝีมือใครก็แล้วแต่ ดังนั้นพรรคเกียนจึงเสนอตัวมาซ่อมประเทศ คิดแค่นี้เป็นเรื่องเลย”

1 ต.ค. สมบัติและเพื่อนเดินทางไปสำนักงาน กกต. เพื่อรับหนังสือรับรองการจดจัดตั้งพรรคเกียน หลังต่อสู้เพื่อให้ได้มาซึ่งชื่อพรรคนาน 192 วัน (21 มี.ค.-30 ก.ย.)

ครั้งแรก เขาประกาศรวมพลการเมืองในนาม “พรรคเกรียน” แต่ กกต. ไม่อนุญาตให้ใช้ชื่อนี้ จึงหันไปใช้คำพ้องเสียงว่า “พรรคเกียน” ซึ่งแปลว่าอ่าว หรือทะเล แทน

คราวนี้เขาเลือกชุดไทยประยุกต์มาสวมใส่-แปลงกายเป็น “หมื่นสมบัติ” เพื่อล้อกับกระแสละครดัง “บุพเพสันนิวาส” พร้อมระบุว่า “ชุดนี้สุภาพที่สุดแล้ว ใครไปติดต่อราชการก็แต่งชุดไทยกันเยอะแยะ”

ก่อนปรากฎตัวต่อสาธารณะในชุดต่าง ๆ สมบัติจะทำการบ้านอย่างละเอียด ตั้งแต่กางปฏิทินกิจกรรมการเมือง พิจารณาว่าสารสำคัญที่เขาต้องการสื่อคืออะไร แล้วจึงเลือกเครื่องแต่งกายที่สื่อถึงธีมวันนั้น เพื่อ “ทำให้ประเด็นของวันนั้นเกี่ยวพันกับชุดแต่งกาย”

“ในการนำเสนอมันจะประกอบด้วยเนื้อหากับรูปแบบ การแต่งกายเป็นรูปแบบหนึ่งในการนำเสนอ” นักกิจกรรมทางสังคมและการเมืองผู้มีประสบการณ์ 30 ปีกล่าว

นอกจาก “หมื่นสมบัติ” ยังมีชายอีก 2 คนปรากฏกายเป็น “ออเจ้า” เคียงข้างเขา เมื่อ 1 ต.ค. /SOMBAT BOONNGAMANONG

สร้างร่องคิดใหม่ให้สังคม-สร้างความสนุกทางการเมือง

บ่อยครั้งที่นักเคลื่อนไหวทางการเมืองใช้เครื่องแต่งกายเป็นเครื่องสะท้อนความคิด เช่น กลุ่มอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมหรือสิทธิสัตว์ แต่งตัวเป็นหมี สิงโต เสือดำ แต่พอนักการเมืองลุกมาทำแบบเดียวกันอาจเป็นภาพไม่คุ้นชิน-ไม่เข้าใจ การทำงานการเมืองของพรรคเกียนจึงมาพร้อมกับการ “สร้างร่องคิดใหม่ให้สังคม”

“พอเป็นนักการเมืองมาแต่งตัวแบบนี้ คนก็คิดว่าไม่ได้ เพราะนักการเมืองต้องวางฟอร์ม วางมาด เป็นผู้ทรงภูมิฐานอะไรประมาณนี้”

เขาเชื่อว่า หลังประชุมใหญ่ของพรรคเกียน วันที่ 3 พ.ย. ซึ่งประกาศ “จัดใหญ่-จัดเต็ม” เชิญชวนสมาชิกพรรคสวมชุดแฟนซีคอสเพลย์เข้าร่วมการประชุม สังคมจะค่อย ๆ รู้ว่าทำไมพรรคถึงเลือกทำแบบนี้ และพรรคส่งสารผ่านชุดแต่งกายอย่างไร

“นี่เป็นเรื่องที่ต้องค่อย ๆ เรียนรู้กันทั้ง 2 ฝ่าย สมาชิกพรรคเกียนต้องหาชุดที่มันสามารถสื่อความหมายได้ และเมื่อนำเสนอไปแล้ว สังคมก็จะค่อย ๆ เข้าใจรูปแบบ ก็ต้องใช้เวลาอีกระยะหนึ่ง แต่อย่างหนึ่งแน่นอนคือมันให้ความบันเทิง มันไม่เป็นพิษเป็นภัย มันยิ้มมุมปาก แล้วก็อาจจะขบคิดนิดหน่อย พวกนี้มันเล่นอะไร แปลว่าอะไร มันทำให้การเมืองสนุกขึ้น” สมบัติระบุ

เขาเรียกชุดนี้ว่า “ชุดถังแตก” ซึ่งออกแบบกระเป๋าให้ยาวเป็นพิเศษหลังถูก คสช. อายัดเงินในบัญชีธนาคารนับจากรัฐประหารปี 2557 / PARIS JITPENTOM/BBC THAI

เพราะ “ชุดแต่งกาย” ไม่ใช่แค่อาภรณ์ห่อหุ้มกาย แต่สะท้อน “ชุดความคิด” ในทางการเมืองของสมบัติ ผู้เชื่อว่ามีคนจำนวนหนึ่งเบื่อ-อึดอัดกับการเมือง เขาจึงลุกขึ้นมาสร้างการเมืองที่สนุก

“สมมุติผมมีพรรคการเมืองตั้งชื่อว่า ‘เพื่อประชาชน’ หรือ ‘อนาคตเก่า’ แล้วมันยังไงล่ะ คนมันก็เบื่อเหมือนเดิม ผมไม่สามารถทำให้เขารู้สึกได้ แต่การมีพรรคเกียน ผมสัมผัสได้ว่าคนมันรู้สึก แม้จะรู้สึกแปลก ๆ (หัวเราะเล็ก ๆ) แต่เราหวังว่าสักพักหนึ่งเขาจะชอบ เริ่มคุ้นเคยกับความสนุกทางการเมืองแบบนี้”

หลังเปิดแนวรบทางวัฒนธรรมผ่าน “ปฏิบัติเกียน” เขาได้บุคคลที่ “ตื่นตัวทางการเมืองเป็นพิเศษ” มาเป็นแนวร่วมทางการเมือง ซึ่งล้วนแต่เป็นคนที่ต้องการเป็นมากกว่าสมาชิกพรรคธรรมดา แต่อยากลงมือทำเอง และเป็นคนที่สนใจศิลปะ มีทัศนะ (ในทาง) ศิลป์ในระดับหนึ่งจึงมองออกว่า นี่เป็นรูปแบบที่น่าสนใจ

“เกียนปาร์ตี้” ฉีกขนบพิธีกรรมการเมืองแบบ “ลิเก”

“ปาร์ตี้” (Party) ในทัศนะของสมบัติคือผู้คนที่ร่วมปฏิสังสรรค์กัน ส่วนปาร์ตี้อันหมายถึงพรรคการเมืองคือปาร์ตี้ที่มาขบคิดเรื่องบ้านเมือง กำหนดวาระขับเคลื่อนทางสังคม โดยใช้ความเป็นพรรคการเมืองในการรวมกลุ่มคน

“เวลาคนไทยพูดถึงปาร์ตี้ เขาไม่ได้พูดถึงพรรคการเมือง มันจะมีปาร์ตี้ 2 ปาร์ตี้อยู่ในพรรคเกียน ปาร์ตี้ที่เป็นพรรค กับปาร์ตี้ที่เรามาร่วมกันสนุก มามันกัน ผมคิดว่าผมกำลังทำสิ่งนี้รวมเข้าไปในพรรคเกียน เกียนปาร์ตี้”

พิธีกรรมในการประชุมพรรคการเมืองไทยคือสิ่งที่ “บก. ลายจุด” บอกว่าน่าเบื่อแบบสุด ๆ เขาจึงต้องการ “ฉีกออกไปจากขนบแบบเดิม ๆ”

“ไอ้ที่มันประชุมพรรคการเมืองต่าง ๆ เลือกหัวหน้าพรรค กรรมการบริหารพรรค ไอ้นี่มันพิธีกรรมนะ คือทุกคนรู้มาก่อนว่าต้องเลือกใคร อะไรอย่างไร แล้วเราต้องมาเช่าโรงแรมจัดงาน ทำพรีเซนเทชันอย่างแจ่มเลย ทำอย่างกับไม่รู้ว่าใครจะมาเป็นหัวหน้า เป็นกรรมการบริหาร ทำกันอย่างแกรนด์ (ยิ่งใหญ่) โอ้โห! ทางการ ไม่รู้สิ ผมคิดว่าไอ้อย่างนั้นมันลิเกนะ มันเป็นการแสดงประเภทหนึ่ง แต่มันเป็นการแสดงที่เชย ไหน ๆ เราต้องเสียเวล่ำเวลาผู้คนมาร่วมกิจกรรมกันขนาดนี้ ทำไมเราไม่ทำอะไรที่มัน บันเทิง ได้มอบความสุขให้คนที่เสียเวลามานั่งอ่านข่าวเราล่ะ”

สำหรับใครที่ติดตามข่าวสารของพรรคเกียนแล้วรู้สึกว่า “ไร้สาระ” นั่นอาจเป็นเพราะยัง “อ่านไม่ออก-จับสาระไม่ได้” แต่ผู้ก่อตั้งพรรคเกียนยืนยันว่าในทุกการกระทำเป็นการ “ตั้งคำถาม” และ “ท้าทาย” ต่อการเมืองแบบเก่า ๆ ตั้งแต่ตั้งชื่อพรรค, จัดทำนโยบายสาธารณะ, ประชุมพรรค ฯลฯ

“ถ้าคุณจับสาระอะไรไม่ได้ คุณได้ความบันเทิงไง ผมมีมินิมั่ม (ขั้นต่ำ) ให้คุณนะ ยังไงคุณได้ความบันเทิงไป ผมคิดว่านี่มันเป็นความยุติธรรมที่ผมจะตอบแทนและมอบให้คุณ”

สมบัติบุกไปหน้าทำเนียบฯ เมื่อ 17 ต.ค. ในชุด “พนักงานออฟฟิศ” เพื่อสมัครเป็นแอดมินเพจ พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่เพิ่งเปิดตัว 3 วันก่อนหน้านั้น โดยเรียกร้อง คสช. ให้ยกเลิกการอายัดบัญชีของตน / SOMBAT BOONNGAMANONG

ไม่ตั้ง “กฎการแต่งกาย” แต่อาจลอง “แก้ผ้าเพื่อแก้ รธน.”

สมบัติไม่เพียงเป็นนักเคลื่อนไหว-นักกิจกรรมทางการเมือง เขายังเป็นศิลปินผู้มีผลงานการแสดงหนังโฆษณาหลายชิ้นที่จำเป็นต้องใช้นักแสดงที่ “เล่นใหญ่” รวมถึงเป็นอาจารย์พิเศษวิชาละครใบ้ เมื่อต้องลงมือสร้างสรรค์ “การเมืองใหม่” เขาจึงไม่ลืมนำกฎศิลปะมาปรับใช้เป็นกติกาทำงานการเมืองเพื่อให้เกิดสุนทรีย์

“เวลาทำงานศิลปะจะมีหลักคิดอย่างหนึ่งคือทำลายกฎเกณฑ์ที่มีอยู่ ผมเป็นคนละคร ดังนั้นเวลาผมคิด จะคิดเรื่องการออกจากกฎเกณฑ์เดิมทั้งในเชิงรูปแบบและวิธีบางอย่าง เพื่อออกจากธรรมเนียมปฏิบัติที่มันมีอยู่”

ส่วน “กฎในการแต่งกาย” เขาไม่ได้กำหนดไว้อย่างจริงจังว่าต้องใส่-ไม่ใส่อะไร เพียงแต่คำนึงถึงความพอดีกับประเด็นที่จะเล่นในวันนั้น ทว่ามีบางชุดที่สมบัติเคยคิดถึง แต่ยังไม่กล้าลอง

“ตอนแก้รัฐธรรมนูญปี 2550 ผมเคยคิดว่าจะแอคชั่นอย่างไรให้แรงพอ การเปลือยกายก็เข้ามาในหัวผม แต่เอาจริง ๆ ผมยังไม่กล้าพอ แต่ถ้ามันเวิร์ค มีอิมแพคพอ ในฐานะนักแสดงและนักเคลื่อนไหวก็มีราคาที่ทำได้ถ้ามันได้ผล แต่ถ้ามันไม่ได้ผลแล้วผมไปทำ มันไม่เวิร์คหรอก การเปลือยกายไม่ไช่จู่ ๆ มาทำ แต่ต้องมีเงื่อนไข มีความซับซ้อน มีความพอดีในสถานการณ์นั้น” เขาเผยแผน “แก้ผ้าเพื่อแก้รัฐธรรมนูญ” ซึ่งเคยผ่านมาเป็นแว่บความคิดหนึ่ง

สมบัติตัดต่อภาพในกิจกรรม “จ๊ะเอ๋ประยุทธ์” พร้อมระบุว่านายกฯ กับเขาเป็นคนประเภทใกล้เคียงกันคือ “นิยมในความตลก” เพียงแต่มีจุดยืนทางการเมืองแตกต่าง และคาดว่า พล.อ.ประยุทธ์จะขำกับภาพนี้
/ SOMBAT BOONNGAMANONG

เผยแรงบันดาลใจจาก ชาร์ลี แชปลิน ยอมเป็น “ตัวตลกทางการเมือง”

บางคนอาจนินทา-ติเตียนสมบัติว่า “เพี้ยน” “ป่วน” หรือเป็น “ตัวตลกทางการเมือง” ทว่าเขาไม่ยี่หระ และ “รับได้” เพราะคิดว่ามีโอกาสในการเรียนรู้กันเนื่องจากพรรคเกียนจะ “อยู่ยาวทางการเมือง”

“เราจะเล่นการเมืองแบบนี้ แล้ววันหนึ่งคุณจะเข้าใจ แต่มันต้องเริ่มจากการที่คุณสนใจก่อน ต่อให้ความสนใจของคุณนั้นเป็นความสนใจที่มองว่าเราเป็นนักการเมืองแบบบ้าบอ แต่นั่นก็เป็นความสนใจที่คุณมอบให้แล้ว แล้วก็เป็นพื้นที่ทางการเมืองประเภทหนึ่ง วันหนึ่งก็เป็นหน้าที่ของผมที่จะทำบิ๊กเซอร์ไพร์สให้ผู้ที่ติดตามผม”

ประสบการณ์ในอดีตเมื่อครั้งร่วมดูหนังกลางแปลงกับชาวบ้านยังแจ่มชัดในสมองของเขา ชาวบ้านหัวร่อตัวงอเมื่อเห็นลีลาการแสดงของ ชาร์ลี แชปลิน เพราะคิดว่าคนที่เล่นอยู่นั้นบ้าเสียสติ แต่แท้จริงใคร ๆ ก็รู้ว่าชาร์ลีคือสุดยอดของศิลปินที่นำเสนอเรื่องราวเสียดสีสังคม-แฝงด้วยนัยมากมาย

“จริง ๆ ชาร์ลีกำลังเล่าเรื่องที่เศร้ามาก ๆ ผู้คนหิวโหยไม่มีอะไรจะกินในยุคสงคราม สิ่งที่ทำได้คือเอารองเท้าที่ใส่ไปต้มกิน มันดูตลก แต่จริง ๆ เขาจะสื่อสารปัญหาสังคมที่มี ผมชอบอะไรแบบนั้น และให้เวลาคนได้เรียนรู้ ได้ตีความเกี่ยวกับเรา เพราะในงานศิลปะจะมีกฎข้อหนึ่งว่าเรามีหน้าที่สร้างสรรค์งาน ส่วนการตีความเป็นหน้าที่ของผู้ชม”

เหตุ “พฤษภา 53” ทำ “ผู้นำความบันเทิง” ขำไม่ออก

แม้คำขวัญประจำตัวของผู้นำพรรคเกียนคือ “ผู้นำความบันเทิงสู่การเมืองไทย” แต่ลึก ๆ ในใจ สมบัติเคยผ่าน-พบเหตุการณ์ทางการเมืองที่ทำให้เขา “ขำไม่ออก” นั่นคือเหตุกระชับพื้นที่ผู้ชุมนุมเสื้อแดงเมื่อปี 2553 เขาหยุดคิด-ทบทวนยาวนานหลายวินาที ก่อนพูดถึงมัน..

“ตอนที่มีการใช้ความรุนแรงจริง ๆ ผมขำไม่ออกนะ แล้วก็โกรธ เครียด ต้องการตอบโต้ แต่เมื่อผมตั้งหลักได้ สิ่งที่ผมทำคือใช้ความขำ เพราะผมไม่สามารถตอบโต้ความรุนแรงด้วยความรุนแรงได้ ดั้งนั้นวิธีการตอบโต้ของผมจึงทำผ่านกิจกรรมที่มีอารมณ์ขันแฝงอยู่ตรงนั้น”

นี่คือ “Do & Don’t” หรือสิ่งที่ “ควรทำและไม่ควรทำ” ซึ่งสมบัติกำหนดเป็นกรอบในการเคลื่อนไหวทางการเมืองของตน จึงไม่แปลกหากจะเห็นสมบัติผู้ถูกเรียกขานอีกชื่อว่า “แกนนอนกลุ่มวันอาทิตย์สีแดง” อยู่ใน “ชุดคนธรรมดา” สวมเสื้อยืด-กางเกงขาสั้น ไปจัดกิจกรรมปล่อยลูกโป่ง, ผูกผ้าแดง, เต้นแอโรบิก, แต่งชุดผีเพื่อบอกว่า “ที่นี่มีคนตาย” บริเวณสี่แยกราชประสงค์ ในช่วงดังกล่าว

เขายอมรับว่านี่อาจดู “ไม่ตลก” มาก เพราะสิ่งที่เขาต้องการจริง ๆ คือ “ลดความกลัว” ในจิตใจของผู้มีอำนาจว่าเขาเป็นมือยิงเอ็ม 79 เพื่อให้การแสดงออกในเชิงสัญลักษณ์เกิดขึ้น-ไปต่อได้

PARIS JITPENTOM/BBC THAI

ท้ายที่สุดเมื่อนึกถึงสมบัติในฐานะผู้ก่อตั้งพรรคเกียน ภาพที่เขาอยากให้คนไทยจดจำคือคนธรรมดาที่มารวมตัวกัน พยายามทำพรรคการเมืองที่สร้างสรรค์ สนุก แปลกใหม่ และออกไปจากการเมืองเก่าโดยเฉพาะการจัดทำนโยบายที่เขาระบุว่าใกล้เคียงกับพรรคการเมืองใหญ่

“วันใดเราเสนอนโยบายแล้วไปเบียดพรรคใหญ่ ๆ ได้ คนจะมองข้ามเครื่องแต่งกาย แล้วไปมองเราที่ข้อเสนอ แล้วมันจะสนุกมากเลย ผมรอวันนั้น” เขากล่าวทิ้งท้าย

ที่มาของเนื้อหา : www.khaosod.co.th