เพื่อไทยเลือก ‘วิโรจน์’ หัวหน้า

Advertisementศูนย์รักษาผู้มีบุตรยาก

คุณหญิงหน่อย ปธ.ยุทธศาสตร์ ‘อ้วน’ เป็นเลขาฯ

เพื่อไทยประชุมใหญ่ เลือก กก.บห. โผไม่พลิก “วิโรจน์” อยู่โยงหัวหน้า “อ้วน” แม่บ้านพรรคตามเดิม “เจ๊ต้อย” เป็นโทรโข่ง “สุดารัตน์” นั่งประธานยุทธศาสตร์ ถือธงนำศึกเลือกตั้ง อีก 2-3 สัปดาห์เดินสายหาสมาชิกทั่วประเทศ อุบไต๋ยังไม่เผยชื่อแคนดิเดตนายกฯ “หญิงหน่อย” ฟุ้งจุดแข็งนโยบายกระแทกใจ ลั่นไม่กลัวถูกยุบพรรค มีแผนเซฟชีวิตรับมือ พรรคการเมืองเดินสายกันคึกคักทั้ง อนค.-รปช.-ปชป. “มาร์ค”ควง “จ้อน” คู่แข่งชิงจ่าฝูงทอดกฐินเพชรบุรี พร้อมเปิดตัว 3 ผู้สมัครสมุทรสาคร เผยได้ผู้สมัคร 3 จังหวัดชายแดนเกือบครบแล้ว โวกวาดเหี้ยน 10 เก้าอี้ คสช.แจงแนวทางประกบพรรคไม่มีอะไรน่าตกใจ มีแค่บางกลุ่มสร้างวาทกรรมชี้นำสังคม โพลยังก้ำกึ่งให้ “บิ๊กตู่” ไปต่อ ชอบภาวะบ้านเมืองสงบ ยังไม่เชื่อยุบเพื่อไทย

ในที่สุดก็ได้ฤกษ์ประชุมใหญ่เพื่อคัดเลือกคณะกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ สำหรับพรรคขนาดใหญ่อย่างพรรคเพื่อไทย หลังจากติดขัดปัญหาภายใน รวมทั้งรอจังหวะประเมินสถานการณ์ต่อกรณียุบพรรคอย่างเคร่งเครียดมาพักใหญ่ ล่าสุดวางยุทธศาสตร์สองขาตามคาด แยกคณะกรรมการบริหารพรรคออกจากทีมยุทธศาสตร์หาเสียงเลือกตั้งเพื่อความคล่องตัว หลีกเลี่ยงปมยุบพรรค

พท.ประชุมใหญ่เลือก กก.บห.

เมื่อเวลา 08.30 น. วันที่ 28 ต.ค. ที่พรรคเพื่อไทย มีการจัดประชุมใหญ่เพื่อเลือกหัวหน้าและคณะกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ บรรยากาศเป็นไปด้วยความคึกคัก แกนนำทยอยเดินทางมาอย่างพร้อมเพรียง อาทิ พล.ต.ท.วิโรจน์ เปาอินทร์ รักษาการหัวหน้าพรรค นายภูมิธรรม เวชยชัย รักษาการเลขาธิการพรรค คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ แกนนำพรรค นายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีตรองนายกฯ นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ อดีต รมว.คมนาคม นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำ นปช. นางลดาวัลลิ์ วงศ์ศรีวงศ์ อดีต รมช.แรงงาน นายพลภูมิ วิภัติภูมิประเทศ นายอนุดิษฐ์ นาครทรรพ อดีต ส.ส.กทม. โดยมีสมาชิกพรรค อดีต ส.ส.ร่วมกว่า 300 คน นอกจากนี้ ยังมี บรรดาแฟนคลับของพรรคเดินทางมารอให้กำลังใจจำนวนมาก กระทั่งเวลา 10.00 น. กระบวนการประชุมพรรคจึงเริ่มต้นขึ้น โดยมี พล.ต.ท.วิโรจน์เป็นประธานในที่ประชุม อย่างไรก็ตาม เป็นที่น่าสังเกตว่า สมาชิกพรรคเพื่อไทยในปีกของ นปช. ซึ่งไม่ได้เป็นอดีต ส.ส. ไม่ได้เข้าร่วมประชุมในวันนี้ อาทิ นายธนาวุฒิ วิชัยดิษฐ นายอารี ไกรนรา คาดว่ากลุ่มนี้จะเข้าไปสังกัดพรรคเพื่อชาติแทน ที่มีนายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธาน นปช.เป็นตัวตั้งตัวตี

“อ้วน” ลั่นจิตวิญญาณไม่ดับสูญ

ก่อนการประชุม นายภูมิธรรม เวชยชัย รักษาการเลขาธิการพรรค ให้สัมภาษณ์ว่า ที่ประชุมวันนี้จะเป็นการรับรองข้อบังคับพรรคที่แก้ใหม่ตามรัฐธรรมนูญ และประชุมคัดเลือกหัวหน้าพรรค กรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ รวมทั้งคัดเลือกกรรมการสรรหาผู้สมัคร ส.ส. จำนวน 11 คน ทดแทนระบบไพรมารีโหวต เมื่อถามถึงกระแสข่าว นายพานทองแท้ ชินวัตร บุตรชายนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ จะเป็นกรรมการบริหารพรรคไทยรักษาชาติ (ทษช.) นายภูมิธรรมตอบว่า เป็นเรื่องของนายพานทองแท้ และพรรคไทยรักษาชาติไม่เกี่ยวกับพรรคเพื่อไทย ไม่ใช่พรรคสาขา และเชื่อว่าหากนายพานทองแท้ไปเป็นกรรมการบริหารพรรคดังกล่าว จะไม่ทำให้สมาชิกพรรคเพื่อไทยสับสน ยอมรับว่าขณะนี้พรรคเพื่อไทยมีกระแสข่าวถูกยุบพรรค แต่ยังมั่นใจว่าที่ผ่านมาพรรคดำเนินการภายใต้กรอบกฎหมายอย่างถูกต้อง เชื่อว่าจะยังอยู่ต่อได้ หากจะทำลายพรรคเพื่อไทยก็ทำลายได้เพียงโครงสร้างและร่างกาย แต่ไม่สามารถทำลายจิตวิญญาณของพรรคเพื่อไทยได้

“ชัชชาติ” ปัดรับทุกตำแหน่ง

ด้านนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ อดีต รมว.คมนาคม ให้สัมภาษณ์ถึงกระแสข่าวจะถูกเสนอชื่อเป็นหัวหน้าพรรคเพื่อไทยว่า วันนี้มาประชุมในฐานะสมาชิกพรรค ยังไม่พร้อมรับตำแหน่งใดๆ เนื่องจากยังมีภารกิจเป็นผู้บริหารบริษัททางด้านธุรกิจอยู่ เมื่อถามว่า หากมีคนเสนอให้รับตำแหน่งแคนดิเดตนายกฯ นายชัชชาติตอบว่า “ไม่พร้อมรับครับ” เมื่อถามย้ำว่า หากมีคนเสนอให้เป็นหัวหน้าพรรค หรือตำแหน่งใดๆในพรรค นายชัชชาติตอบว่า “ไม่เป็นครับๆ หากมีการเสนอก็จะปฏิเสธ”

“วิโรจน์” หัวหน้า–“ลดาวัลลิ์” โฆษก

ต่อมาเวลา 14.00 น. พรรคเพื่อไทยประกาศรายชื่อคณะกรรมการบริหารพรรคที่ได้รับการคัดเลือกจำนวน 15 คน ประกอบด้วย พล.ต.ท.วิโรจน์ เปาอินทร์ เป็นหัวหน้าพรรค นายปลอดประสพ สุรัสวดี นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง นายเกรียง กัลป์ตินันท์ พล.ต.ท.สมศักดิ์ จันทะพิงค์ เป็นรองหัวหน้าพรรค นายภูมิธรรม เวชยชัย เป็นเลขาธิการพรรค นายดนุพร ปุณณกันต์ น.ส.อนุตตมา อมรวิวัฒน์ นายเผ่าภูมิ โรจนสกุลนายธวัชชัย สุทธิบงกช เป็นรองเลขาธิการพรรค นางลดาวัลลิ์ วงศ์ศรีวงศ์ เป็นโฆษกพรรค นายทวีศักดิ์ อนรรฆพันธุ์ เป็นเหรัญญิกพรรค นายจักรพงษ์ แสงมณี เป็นนายทะเบียนพรรค นายพิทยา พุกกะมาน และนายปรีชา ธนานันท์ เป็นกรรมการบริหารพรรค

“หญิงหน่อย” นั่ง ปธ.ยุทธศาสตร์

ส่วนคณะกรรมการสรรหาผู้สมัครรับเลือกตั้ง 11 คน ประกอบด้วย พล.ต.ท.วิโรจน์ เปาอินทร์ นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง นายปลอดประสพ สุรัสวดี นายภูมิธรรม เวชยชัย คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ นายพงษ์ศักดิ์ รักตพงศ์ไพศาล นายชูศักดิ์ ศิรินิล นายชัยเกษม นิติสิริ นายประยุทธ์ ศิริพานิชย์ น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ และนายทนุศักดิ์ เล็กอุทัย นอกจากนี้ ยังมีการตั้งนายเสนาะ เทียนทอง เป็นประธานพรรค และคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ เป็นประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์การเลือกตั้งด้วย

โชว์จุดแข็งนโยบายเข้าใจชีวิต

จากนั้นนายดนุพร ปุณณกันต์ อ่านแถลงการณ์พรรคเพื่อไทยว่า แม้พรรคเพื่อไทยจะมีอายุเพียงแค่ 11 ปี แต่สมาชิกพรรคและคณะทำงานที่เกี่ยวข้องหลายคนมีประสบการณ์การทำงานการเมืองมากกว่า 2 ทศวรรษ หลายท่านเป็นสมาชิกรุ่นบุกเบิกตั้งแต่ยุคพรรคไทยรักไทย ดังนั้นได้ผ่านร้อนผ่านหนาว ร่วมทุกข์ร่วมสุขกับประชาชนไทย ทำให้ตระหนักถึงความสำคัญของการสร้างนโยบายใหม่ๆ ที่ยึดโยงกับการสร้างชีวิตที่ดีขึ้น คือโอกาส ที่จะเลือกชีวิตที่ดีขึ้น รายได้ที่มีศักดิ์ศรี เรายึดมั่นในความต้องการของประชาชน นโยบายหลายชุดไม่ว่าจะอยู่ในสังกัดของพรรคการเมืองชื่อใดภายใต้ทีมงานของพวกเรา เป็นนโยบายที่ผ่านการศึกษาเพื่อเข้าใจชีวิต ความทุกข์ เข้าถึงความต้องการทางเศรษฐกิจสังคมของพี่น้อง พร้อมกับร่วมแก้ไขปัญหาที่ส่งผลต่อวิกฤติของครอบครัว สังคม

เลิกรีดภาษีอาน-จุดไฟความหวัง

นายดนุพรกล่าวว่า เราเสนอนโยบายที่จับต้องได้ เป็นรูปธรรม ตอบโจทย์ประชาชน และเป็นประโยชน์ต่อการดำรงชีวิต บนหลักปรัชญาที่ว่า “เมื่อกระดูกเรือเข้มแข็ง เรือทั้งลำก็จะฝ่าฟันพายุไปได้ อย่างทรนง” “เมื่อฐานรากเข้มแข็ง โครงสร้างกลางและบน ไม่ต้องรับน้ำหนักเกินความสามารถ ตามความเป็นจริง” “ยุคภาษีอาน จะต้องหมดไป ยุคภาษี ที่เป็นธรรม และเป็นแรงกระตุ้น เพื่ออนาคต จักต้องเกิดขึ้น” แน่นอนว่า นโยบายสำคัญที่สนับสนุนคุณภาพชีวิตของประชาชนด้านสุขภาพ เช่น “30บาทรักษาทุกโรค” ก็ยังถูกนำไปใช้ แม้จะมีผู้พยายามล้มเลิกโครงการดังกล่าวเป็นระยะๆ อย่างไรก็ตาม นโยบายที่เคยคิด เคยทำมาแล้ว คงเอามาทำซ้ำในปัจจุบันแบบคัดลอกของเก่าไม่ได้ เพราะสถานการณ์ของสังคมและโลกที่เปลี่ยนแปลงไป จำเป็นต้องได้รับการทบทวน เพื่อให้สามารถปรับปรุงหรือพัฒนาต่อได้อย่างเหมาะสม ต้องเข้าใจโลก เพื่อเปลี่ยนแปลงให้เท่าทันโลก ประชาชนได้ผ่านสภาพความหมดหวัง กดดัน และการเปลี่ยนแปลงที่สิ้นหวังมานับไม่ถ้วน โดยยังคงถูกแบ่งแยกด้วยการฉีกเป็นฝักเป็นฝ่ายโดยไม่มีความหวังใหม่ให้เห็นเป็นที่ประจักษ์ พวกเราพรรคเพื่อไทยจะร่วมมือกับประชาชนในการบูรณะความหวังของสังคม

เตรียมพร้อมสู่โหมดเลือกตั้ง

พล.ต.ท.วิโรจน์ให้สัมภาษณ์ภายหลังว่า ขอบคุณ สมาชิกทุกคนที่ให้ความไว้วางใจเลือกตนเป็นหัวหน้าพรรค การดำเนินการของพรรคคงไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงจากเดิมมาก ภาระใหญ่ของพรรคที่ต้องดำเนินการขณะนี้คือการเตรียมการเลือกตั้ง เมื่อถามว่า กังวลหรือไม่หากมีการยุบพรรคเพื่อไทยนำไปสู่การตัดสิทธิทางการเมือง พล.ต.ท.วิโรจน์ตอบว่า ไม่กังวล การทำกิจกรรมทุกอย่างของพรรคมีความระมัดระวัง เพราะรู้ว่าถูกจับจ้อง

อีก 2-3 สัปดาห์เดินสายหาสมาชิก

นายภูมิธรรมกล่าวว่า หลังจากนี้ จะมีการประชุมคณะกรรมการบริหารพรรค และส่งมอบงาน จะใช้เวลาเตรียมการ 2-3 สัปดาห์ จากนั้นจะเดินสายไปพบประชาชนตามภาคต่างๆ เพื่อเชิญมาร่วมอุดมการณ์กับพรรคเพื่อไทยในการเป็นสมาชิก ส่วนกระแสข่าวการยุบพรรคเพื่อไทยนั้น พรรคเชื่อมั่นในสิ่งที่ทำมาทั้งหมด ไม่คิดว่ามีปัญหาอะไร พรรคเผชิญภัยคุกคามมาตลอด วันนี้ก็ยังไม่ปลอดภัยจากภัยคุกคามต่างๆ แต่ไม่เชื่อว่าจะมีอะไรมาทำลายพรรคได้ภายใต้การโอบอุ้มของประชาชน จิตวิญญาณพรรคเพื่อไทยไม่สามารถทำลายได้ ถ้าทำลายก็ทำลายได้เพียงโครงสร้างเท่านั้น ทุกคนไม่มีใครย่อท้อ จะเดินหน้าต่อ ไม่ว่าจะถูกดำเนินการด้วยวิธีการใดก็ตาม ไม่มีพรรคเพื่อไทยวันนี้ ก็ยังมีพรรคเพื่อไทยในจิตวิญญาณอยู่ต่อไป

ยังไม่ถึงเวลาเปิดชื่อชิงนายกฯ

คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ แกนนำพรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ถึงกระแสข่าวเป็น 1 ใน 3 รายชื่อ ผู้ถูกเสนอตัวเป็นนายกฯของพรรคเพื่อไทยว่า เมื่อเวลาและขั้นตอนมาถึงเราจะมีการเสนอชื่อ 3 รายชื่อดังกล่าว แต่วันนี้ยังไม่มีการพูดถึง ส่วนจะเปิดเผยรายชื่อเมื่อไหร่ คงต้องไปตาม กกต. และ คสช. ที่จะกำหนดวันว่าจะให้กระบวนการทำงานเกิดขึ้นเมื่อไหร่ เพราะขณะนี้มีคำสั่ง คสช.ห้ามทำกิจกรรมทางการเมือง เมื่อถามว่ารายชื่อที่เสนอเป็นแคนดิเดตนายกฯ จะมีแรงกระเพื่อมเกิดขึ้นในพรรคหรือไม่ คุณหญิงสุดารัตน์ตอบว่า ก่อนหน้านี้ก็มีกระแสข่าวมากมายทำให้พรรคดูมีความแตกแยก แต่ท้ายที่สุดวันนี้เป็นเอกฉันท์ร่วมกัน พรรคเพื่อไทยมีความสามัคคี อาจจะมีคนที่ผิดหวังอยู่บ้างบาง ท่าน ก็อาจไปพูดจาที่เสมือนว่ามีความขัดแย้งในพรรค แต่วันนี้พิสูจน์แล้วว่าเราไม่มีความขัดแย้งใดๆเลย เมื่อถามว่าหากหัวหน้าพรรคไม่ได้รับการเสนอชื่อเป็นนายกฯจะทำให้ประชาชนสับสนหรือไม่ คุณหญิงสุดารัตน์ตอบว่า เรายังไม่หารือว่าจะเสนอชื่อใคร อย่าเพิ่งไปเดาว่าหัวหน้าพรรคจะไม่ถูกเสนอชื่อ

“สุดารัตน์” ฟุ้งนโยบายกระแทกใจ

เมื่อถามว่า ถ้าสมาชิกเสนอชื่อคุณหญิงสุดารัตน์เป็นนายกฯจะรับหรือไม่ คุณหญิงสุดารัตน์ตอบว่า ขอให้ถึงเวลาก่อน วันนี้รับหน้าที่เป็นประธานยุทธศาสตร์การเลือกตั้งของพรรค ได้รับหน้าที่ไหนขอทำหน้าที่นั้นให้ดีที่สุด จะมีนายชัชชาติรวมถึงนายจาตุรนต์ และนายโภคิน พลกุล มาเป็นทีมช่วยกันทำงานด้วย ส่วนหัวหน้าพรรคจะดูแลบริหารจัดการทั้งพรรค เมื่อถามถึงความมั่นใจในการทำหน้าที่ยุทธศาสตร์ฯ คุณหญิงสุดารัตน์ตอบว่า เราตั้งใจจะทำให้ดีที่สุด ตั้งแต่เป็นพรรคไทยรักไทยมาจนถึงพรรคเพื่อไทย มุ่งเน้นประชาชนเป็นศูนย์กลาง ทุกนโยบายที่เราทำได้ปรึกษาหารือและร่วมกันคิดกับประชาชน จึงไม่ต้องสงสัยว่านโยบายของเราทำไมจึงถูกใจประชาชน เรามั่นใจว่านโยบายที่เกิดจากการฟังประชาชนนั้นจะตอบโจทย์ประชาชนได้

ไม่กลัวยุบพรรค-แย้มมีแผนรับมือ

เมื่อถามว่า พรรคเพื่อไทยจะได้ ส.ส.เกิน 200 คนหรือไม่ คุณหญิงสุดารัตน์ตอบว่า เราไม่เคยประกาศตัวเลข แต่จะทำให้ได้มากที่สุด ส่วนการสร้างความเข้าใจกับประชาชนหลังเกิดพรรคแนวร่วมจำนวนมากนั้น เมื่อถึงเวลาเราจะชี้แจงให้ประชาชนเข้าใจและมั่นใจ เมื่อเราจะเริ่มรณรงค์เลือกตั้ง เราจะเคลียร์ภาพทั้งหมดว่าเราคือใคร เราคือเพื่อไทย และเราคือผู้ตอบโจทย์ในการแก้ไขปัญหาของประชาชนได้พรรคเดียว เมื่อถามถึงกระแสข่าวการยุบพรรคเพื่อไทย คุณหญิงสุดารัตน์กล่าวว่า “เราก็ถูกกระทำมาหลายครั้ง เราเผชิญมาหลายครั้ง หลายยุค หลายสมัย ถามว่ากลัวไหมเราไม่กลัว เรามีทางรับมือ มั่นใจว่าสิ่งที่เขาพยายามกล่าวหานั้น เราไม่มีความผิดใดๆ ทั้งนี้ เรามีมาตรการที่จะรองรับให้พรรคพวกของเรารักษาชีวิตไปทำงานให้กับประชาชนต่อได้อย่างแน่นอน”

“อ๋อย” แฉดักคอเหตุเลื่อนเลือกตั้ง

ด้านนายจาตุรนต์ ฉายแสง แกนนำพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า จากสถานการณ์การเมืองขณะนี้ การที่จะเลื่อนวันเลือกตั้งออกไปเป็นหลังวันที่ 24 ก.พ. คงมีได้เพียงสาเหตุเดียวคือเรื่องความพร้อมของพรรค การเมืองที่สนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ เพราะต้องเจอกับอุปสรรคดำเนินตามกฎกติกา ไม่ทัน ทำให้ต้องขอเลื่อนการเลือกตั้งออกไป ตนมองเหตุผลอื่นไม่มีเลย อย่างพรรคการเมืองอื่นๆ หรือพรรคเพื่อไทยเราก็ยืนยันว่าสามารถทำตามกฎหมายต่างๆได้ทันแน่นอน แม้จะยากด้วยเวลาที่บีบ แต่เราก็พยายามทำให้ทันแน่นอน

“โอ๊ค” บ่นจับยัดตำแหน่งถามกันยัง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับกระแสข่าวนายพานทองแท้ ชินวัตร บุตรชายนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ จะไปดำรงตำแหน่งรองหัวหน้าพรรคไทยรักษาชาตินั้น ได้สร้างความสับสนให้กับสมาชิกพรรคเพื่อไทยเป็นอย่างมาก หลายคนถึงกับมาสอบถามคนใกล้ชิดนายพานทองแท้ว่ากระแสข่าวดังกล่าวจริงหรือไม่ โดยคนใกล้ชิดนายพานทองแท้ระบุว่า นายพานทองแท้ทราบข่าวดังกล่าวแล้ว พร้อมบอกกับคนใกล้ชิดว่า “เอาชื่อไปเขียนว่าจะไปเป็นตำแหน่งนั้นตำแหน่งนี้ แล้วมาถามกันแล้วหรือยัง”

อนค.เปิดตัวผู้สมัครสายแรงงาน

อีกด้านหนึ่ง เมื่อเวลา 10.30 น. ที่สภาแรงงานยานยนต์ ตลาดปูเจ้าเก่า อ.เมืองสมุทรปราการ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ และเครือข่ายผู้ใช้แรงงานพรรคอนาคตใหม่ จัดกิจกรรมรับสมัครสมาชิกพรรค พร้อมเปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. เครือข่ายแรงงานในสัดส่วนปาร์ตี้ลิสต์ 6 คน ได้แก่ 1.นางวรรณวิภา ไม้สน เลขาธิการสหภาพแรงงานไทรอัมพ์ กรรมการบริหารสหพันธ์แรงงานอุตสาหกรรมสิ่งทอแห่งประเทศไทย 2.นายสุเทพ อู่อ้น ประธานสหภาพแรงงานอีซูซุ และเลขาธิการสภาองค์การลูกจ้างสภาแรงงานยานยนต์แห่งประเทศไทย 3.ดร.ภูพาน สมาทา ประธานสหภาพแรงงานโตโยต้า 4.นายสุรินทร์ คำสุข ประธานสหภาพแรงงานสิ่งพิมพ์และบรรจุภัณฑ์แห่งประเทศไทย 5.นายประมวล นาราอัสนีกร รองประธานสภาศูนย์กลางแรงงานแห่งประเทศไทย และประธานสหภาพแรงงานชิ้นส่วนยานยนต์แห่งประเทศไทย และ 6.นายเซีย จำปาทอง ประธานสหพันธ์อุตสาหกรรมสิ่งทอ

“เทพเทือก” นำทัพ รปช.บุกตาก

ที่ห้องประชุมโรงแรมอีโค่ อินน์ อ.แม่สอด จ.ตาก นายสุเทพ เทือกสุบรรณ แกนนำพรรครวมพลังประชาชาติไทย (รปช.) ม.ร.ว.จัตุมงคล โสณกุล หัวหน้าพรรครวมพลังประชาชาติไทย ร่วมบรรยายพิเศษเรื่อง “ทำไมต้องปฏิรูปประเทศไทย” โดยมีนายชัยวุฒิ บรรณวัฒน์ อดีต รมว.อุตสาหกรรม อดีต ส.ส.ตาก เขต 2 พรรคประชาธิปัตย์ แกนนำ กปปส.และสมาชิกพรรครวมพลังประชาชาติไทยให้การต้อนรับ นายสุเทพกล่าวว่า มาวันนี้เพื่อพูดคุยกับสมาชิกถึงเรื่องปฏิรูปประเทศไทย มาถามสารทุกข์สุกดิบของบรรดาสาวก กปปส.ที่ร่วมต่อสู้กันมา ส่วนเรื่องที่มาในพื้นที่ของพรรคประชาธิปัตย์ แม้ว่าที่ผ่านมาเราเป็นพันธมิตรกัน แต่ในเชิงการต่อสู้ เมื่อเราแยกกันอยู่ก็ต้องต่อสู้ เราจะส่งผู้สมัครทุกจังหวัดทุกพื้นที่ รวมทั้งจังหวัดตากทั้ง 3 เขต ขณะนี้กำลังรอคณะกรรมการพรรคเลือกผู้สมัคร

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในวันที่ 29 ต.ค. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ก็จะเดินทางมาในพื้นที่จังหวัดตาก โดยช่วงเช้าจะไปที่ อ.เมืองตาก และช่วงบ่ายจะมาที่ อ.แม่สอด

“มาร์ค” ควง “จ้อน” ทอดกฐิน

วันเดียวกันนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกฯและรักษาการหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ พร้อมด้วยนายอลงกรณ์ พลบุตร ผู้สมัครชิงตำแหน่งหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ร่วมพิธีทอดกฐิน ที่วัดนอกปากทะเล อ.บ้านแหลม จ.เพชรบุรี หลังจากทั้งคู่ไปร่วมงานถอดกฐินที่วัดเสาวคนธ์ และวัดเวียงคอย อ.เมืองเพชรบุรี มาก่อนหน้านี้ ท่ามกลางการต้อนรับจากชาวเพชรบุรีอย่างอบอุ่น ร่วมถ่ายภาพเซลฟี่อย่างคึกคัก จากนั้นนายอภิสิทธิ์และนายอลงกรณ์แวะร้านหอยทอดที่ชาวบ้านจัดทำอาหารแจกจ่ายผู้มาร่วมงาน พร้อมร่วมกันปรุงหอยทอดแจกจ่ายชาวบ้าน มีคนเข้าคิวรอชิมฝีมือเป็นจำนวนมาก นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า เดินทางมาร่วมทำบุญพบพี่น้องประชาชน โดยมีนายอลงกรณ์มาต้อนรับและพามาทำบุญพร้อมกัน ไม่ได้มีเจตนามาหาเสียงทางการเมืองแต่อย่างใด

เปิดตัว 3 ผู้สมัครสมุทรสาคร

ต่อมาเวลา 14.00 น. นายอภิสิทธิ์เดินทางมาที่อาคารอเนกประสงค์โรงเรียนอันนาลัย อ.เมืองสมุทรสาคร เพื่อพบปะพูดคุยกับสมาชิกพรรคในการหาเสียงเลือกตั้งหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ พร้อมเปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.สมุทรสาคร พรรคประชาธิปัตย์ทั้ง 3 คน 3 เขต คือ นายกุลวัชร หงษ์คู อดีตนายกเทศมนตรี เทศบาลนครสมุทรสาคร นายสุวิศว์ เมฆเสรีกุล อดีต ส.ว.สมุทรสาคร และ นายนิติรัฐ สุนทรวร อดีต ส.ส.สมุทรสาคร โดยมี น.ต.สุธรรม ระหงษ์ ผอ.พรรค และประชาชนนับร้อยคนมารอต้อนรับมอบดอกไม้ให้กำลังใจ

นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า นโยบายที่ตั้งใจจะทำทันทีถ้าได้เป็นรัฐบาลคือ ผลักดันการแก้ไขกฎหมายประมง ที่เป็นการทำลายพี่น้องชาวประมงทั้ง 22 จังหวัดชายทะเล บริหารจัดการสวัสดิการประชาชนเพื่อแก้ไขปัญหาความยากจน ปฏิรูประบบตำรวจไทย เป็นต้น ซึ่งจะเป็นไปได้ก็ต่อเมื่อตนได้เป็นหัวหน้าพรรคและเข้าไปสู่การจัดตั้งรัฐบาล ดังนั้นขั้นแรกต้องขอแรงใจและพลังในการเลือกตั้งจากพี่น้องประชาชนชาวสมุทรสาคร

3 จังหวัดชายแดนได้ผู้สมัคร 90%

นายนิพนธ์ บุญญามณี นายก อบจ.สงขลา ในฐานะผู้ประสานงานพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ (จชต.) พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงการเตรียมความพร้อมวางตัวผู้สมัคร ส.ส.ในจังหวัดพื้นที่ชายแดนภาคใต้ว่า เสร็จไปแล้วกว่า 90% ขาดเพียง 1 เขต การเลือกตั้งครั้งนี้ยอมรับว่ามีอดีต ส.ส.เดิมของพรรคถูกดูดและย้ายพรรคไปหลายคน จำเป็นต้องหาคนรุ่นใหม่น้ำดีมาทดแทน ในส่วน จ.ยะลา เขต 1 มีนายภูริพล พงษ์สุวรรณศิริ ลูกชายของนายประเสริฐ พงษ์สุวรรณศิริ อดีต ส.ส.เดิมลงแทน เนื่องจากมี ปัญหาเรื่องสุขภาพ เขต 2 นายอับดุลการิม เด็งระกีนา เขต 3 นายณรงค์ ดูดิง อดีต ส.ส.เดิม สำหรับ จ.ปัตตานี เขต 1 นายอันวา สาและ เขต 2 นายอิสมาแอล เบญฮิบรอฮีม หรือยีแอร์ เขต 3 นายคอเลฟ เจ๊ะนา เลขานุการนายก อบจ. และเป็นลูกชายของนายสมมาตร เจ๊ะนา อดีต ส.ส.ประชาธิปัตย์ เขต 4 นายฟรีดี เบญอิบรอน ลงสมัคร ส่วน จ.นรา-ธิวาส เขต 1 ยังเป็นนายกูอาเซ็ม กูจินามิง อดีต ส.ส.เดิม เขต 2 นายเจ๊ะซู ตาเหย็บ ส.จ.อำเภอโกลก เขต 3 อยู่ระหว่างการคัดเลือกบุคคลที่เหมาะสม เป็นเขตเดียวที่ยังไม่วางตัว เขต 4 นายโคไมนี ดารายีสาฮอ อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (มอ.)

โวตั้งเป้ากวาดแหลก 9-10 เก้าอี้

นายนิพนธ์กล่าวว่า มั่นใจว่าเลือกตั้งครั้งนี้พรรคประชาธิปัตย์จะกวาดที่นั่งได้ไม่ต่ำกว่าเดิม คือ 9 ที่นั่ง ตั้งเป้าหมายพยายามให้ได้ 10 เขต เมื่อถามว่ากังวลกลุ่มวาดะห์ ที่เป็นคู่แข่งในนามพรรคประชาชาติหรือไม่ นายนิพนธ์ตอบว่า คู่แข่งส่วนใหญ่ในพื้นที่เป็นคนเดิม โดยย้ายไปสังกัดพรรคใหม่ แต่สมาชิกพรรคของเราและผู้สมัครยังอยู่ในพรรคเดิม ถือเป็นจุดแข็ง แต่ยอมรับว่าเลือกตั้งครั้งนี้มีตัวแปรเยอะ เพราะมีหลายพรรคการเมืองมากขึ้น ดังนั้นสิ่งที่ต้องระวังเรื่องความสับสนในพื้นที่ โดยเฉพาะสามจังหวัดภาคใต้ที่จะมีความอ่อนไหวมากกว่าที่อื่น

คสช.แจงส่งทหารประกบพรรค

พ.อ.วินธัย สุวารี โฆษกคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวถึงกรณีที่มีเจ้าหน้าที่ทหารไปร่วมสังเกตการณ์พรรคการเมืองต่างๆ ที่ออกมาทำกิจกรรมในช่วงนี้ว่า เจ้าหน้าที่ดำเนินการตามแนวทางการดูแลความเรียบร้อยทั่วไป ดูภาพรวมกว้างๆ ไม่ได้ไปจำกัดสิทธิอะไรถ้าอยู่ในกรอบกฎหมาย เช่น การหาสมาชิกพรรคของกลุ่มหรือบุคคลสามารถดำเนินการได้ตามกรอบที่ คสช.ผ่อนคลายให้ ขณะเดียวกันเชื่อว่าเจ้าหน้าที่ยังคงดำเนินการอย่างระมัดระวัง ส่วนข้อกังวลในเรื่องสิทธิเสรีภาพ ความจริงเรื่องนี้ไม่กระทบโดยเฉพาะกับคนส่วนใหญ่ มีเพียงบางบุคคล หรือบางกลุ่มนิยมใช้เป็นวาทกรรมยัดเยียดชี้นำสังคม คสช.จำเป็นต้องทำให้ทุกกฎหมาย โดยเฉพาะที่เกี่ยวกับการปกป้องสิทธิคนส่วนใหญ่สามารถบังคับใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ช่วงนี้ยังคงไม่อยากให้มีการดำเนินการใดๆ ที่สุ่มเสี่ยง หรือใช้เวทีนี้ผิดไปจากเจตนารมณ์ เช่น การแฝงให้ข้อมูลลักษณะปลุกปั่นสร้างกระแสความเกลียดชังกัน

โพลก้ำกึ่ง “บิ๊กตู่” ทำการเมืองต่อ

วันเดียวกัน ศูนย์สำรวจความคิดเห็น “นิด้าโพล” สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลสำรวจความคิดเห็นของประชาชน เรื่อง “อนาคตทางการเมืองของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี” สำรวจระหว่างวันที่ 24-26 ต.ค. จากประชาชนอายุ 18 ปีขึ้นไปทั่วประเทศ จำนวน 1,258 หน่วยตัวอย่าง พบว่าประชาชนส่วนใหญ่ ร้อยละ 50.71 ระบุว่า ไม่ควรทำงานการเมืองต่อ เพราะอยู่มานานแต่การบริหารงานยังไม่ดีเท่าที่ควร อยากเห็นกลุ่มคนรุ่นใหม่เข้ามาบริหารประเทศ พัฒนาบ้านเมืองบ้าง รองลงมา ร้อยละ 48.73 ระบุว่า ควรทำงานการเมืองต่อ เพราะบริหารงานดี บ้านเมืองสงบสุข สามารถแก้ไขปัญหาได้ดี

เมื่อถามว่า พล.อ.ประยุทธ์ควรทำอย่างไร หากจะทำงานการเมืองต่อ หลังการเลือกตั้งในปีหน้า ร้อยละ 59.22 ระบุว่า เข้าสังกัดพรรคการเมืองและอยู่ในบัญชีรายชื่อที่พรรคการเมืองนั้นจะเสนอให้เป็นนายกฯ ร้อยละ 31.08 ระบุว่า เป็นนายกฯคนนอกที่ไม่ได้มาจากบัญชีรายชื่อของพรรคการเมือง โดยผู้ที่ระบุว่าให้เข้าสังกัดพรรคการเมือง ร้อยละ 52.62 ระบุให้สังกัดพรรคพลังประชารัฐ ขณะที่ร้อยละ 27.11 ระบุว่าสังกัดพรรคไหนก็ได้ เมื่อถามว่า สนับสนุนให้ พล.อ.ประยุทธ์กลับมาเป็นนายกฯอีกครั้งหรือไม่ ร้อยละ 51.74 ไม่สนับสนุน ร้อยละ 47.54 สนับสนุน และร้อยละ 0.72 ไม่แน่ใจ

ชอบภาวะบ้านเมืองสงบสุข

นายนพดล กรรณิกา ผอ.สำนักวิจัยซุปเปอร์โพล นำเสนอผลสำรวจภาคสนาม เรื่อง ความรักประเทศไทย จากประชาชนทุกสาขาอาชีพ 1,067 ตัวอย่าง ระหว่างวันที่ 27-28 ต.ค.ที่ผ่านมา พบว่า ร้อยละ 98.5 ระบุ รักประเทศไทยมาก ถึงมากที่สุด มีเพียงร้อยละ 1.5 ระบุรักน้อยถึงไม่รักเลย เมื่อถามถึงความสงบสุขของบ้านเมืองวันนี้ ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 84.3 ระบุ บ้านเมืองวันนี้มีความสงบสุขมาก ถึงมากที่สุด ในขณะที่ร้อยละ 15.7 ระบุน้อย ถึงไม่มีเลย สำหรับสาเหตุที่ทำให้บ้านเมืองไม่สงบสุข กลุ่มตัวอย่างมองว่าคือ กลุ่มคนเสียผลประโยชน์ กลุ่มคนสูญเสียอำนาจ กลุ่มคนต่างชาติที่ไม่หวังดี กลุ่มคนมีคดีติดตัว กลุ่มคนที่มีความคิดแตกต่าง กลุ่มคนที่อยากดัง อยากออกสื่อ อยากได้เงินค่าจ้าง เมื่อถามถึงข้อเสนอแนะต่อคนไทยที่รักชาติบ้านเมือง พบว่า ร้อยละ 67.2 ต้องมีสติ รู้เท่าทันพวกกลุ่มก่อความไม่สงบในชาติ ร้อยละ 64.9 ระบุใช้ชีวิตตามปกติสุข คนไทยรักกันให้มากขึ้น ร้อยละ 58.3 ช่วยกันเป็นหูเป็นตา ดูแลความปลอดภัย ร้อยละ 57.1 ทำความดี ช่วยเหลือเกื้อกูลกัน นอกจากนี้ กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่ถึงร้อยละ 93.2 ยังคงมีความหวังจะก้าวต่อไป ขณะที่ร้อยละ 6.8 มีความกลัวต่อสถานการณ์การเมืองข้างหน้า

ยังไม่เชื่อยุบพรรคเพื่อไทย

ขณะที่ “สวนดุสิตโพล” มหาวิทยาลัยสวนดุสิต เผยผลสำรวจเรื่อง “คนไทยคิดอย่างไรกับกรณียุบพรรคการเมือง” จากประชาชนทั่วประเทศ 1,182 ตัวอย่าง ระหว่างวันที่ 24-27 ต.ค. สืบเนื่องจากกรณีที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เตรียมสอบกรณีนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ เคลื่อนไหวครอบงำพรรคเพื่อไทยหรือไม่ อันดับ 1 ระบุเป็นเพียงกระแสข่าว ยังไม่มีการยุบพรรค 33.04% อันดับ 2 ขอให้พิจารณาตัดสินอย่างเป็นธรรม ไม่สองมาตรฐาน 21.51% อันดับ 3 หากกระทำผิดจริง ก็ควรดำเนินการตามกฎหมาย 19.07% อันดับ 4 หากมีการยุบพรรค ก็สามารถจัดตั้งพรรคใหม่ได้ 16.63% อันดับ 5 อาจเป็นการกลั่นแกล้ง ต้องการตัดพรรคเพื่อไทยออกจากการเมือง 12.64% เมื่อถามว่าการยุบพรรคเป็นการกระทำที่ถูกต้องหรือไม่ พบว่า ถูกต้อง 69.70% เพราะถ้าหากมีการกระทำผิดจริง ก็ต้องลงโทษ ขณะที่ 30.30% บอกว่าไม่ถูกต้อง ควรลงโทษตามขั้นตอน ต้องสอบสวนข้อมูลข้อเท็จจริงก่อน อาจเป็นเกมการเมือง ต้องการตัดคู่แข่ง ฯลฯ

ชี้ตั้งพรรคสำรองถือเป็นสิทธิ

ต่อข้อถามถึงข้อดี/ข้อเสียของการยุบพรรค การเมือง ข้อดีพบว่า เป็นกรณีตัวอย่างทำให้พรรค การเมืองไม่กล้ากระทำผิด 45.64% ควบคุมดูแลง่ายขึ้น เป็นระเบียบมากขึ้น 29.66% ลดคู่แข่งทางการเมือง พรรคอื่นได้ประโยชน์ มีโอกาส 24.70% ส่วนข้อเสีย พบว่า พรรคการเมืองขาดเสถียรภาพ เสื่อมเสียภาพลักษณ์ 47.54% อันดับ 2 มีการเคลื่อนไหวเรียกร้อง สร้างความวุ่นวาย 30.91% กลายเป็นประเด็นขัดแย้งทางการเมืองทำให้บรรยากาศแย่ลง 21.55% เมื่อถามอีกว่าประชาชนคิดอย่างไรกับกรณีที่พรรคเพื่อไทยจะตั้งพรรคสำรองไว้หากโดนยุบพรรค พบว่า 38.84% เป็นสิทธิที่สามารถทำได้ เป็นไปตามกฎระเบียบ 37.05% ทำให้สามารถทำงานได้ต่อเนื่อง ไม่เสียเวลา และ 31.47% อาจไม่ได้มีการยุบพรรค ต้องรอติดตามข้อมูลข้อเท็จจริง

ที่มาของเนื้อหา : www.thairath.co.th