เตือน ผีน้อย คิดเสี่ยงทำงานเมืองจีน ตม.จับเข้าเรือนจำ แก้ผ้าค้น อยู่รวมนักโทษ!

Advertisementศูนย์รักษาผู้มีบุตรยาก

เตือน ผีน้อย คิดเสี่ยงทำงานเมืองจีน ตม.จับเข้าเรือนจำ แก้ผ้าค้น อยู่รวมนักโทษ!

เรื่องราวเกี่ยวกับแรงงานไทยที่เดินทางไปแสวงหาโอกาส และหวังจะได้ทำงานในต่างแดน มีอยู่จำนวนมาก โดยระยะหลัง มีศัพท์เรียกคนกลุ่มนี้ ว่า “ผีน้อย” มักมีข่าวคราวของกลุ่มผีน้อยที่เดินทางไปทำงานที่ประเทศเกาหลีใต้อยู่บ่อยครั้ง ซึ่งระยะหลังหลายประเทศเข้มงวดการเดินทางเข้าประเทศของคนไทยเพิ่มขึ้นเนื่องจากการลักลอบเข้าไปทำงานด้วย

ล่าสุด พบว่า สมาชิกเฟซบุ๊ก Jiang Chuan ซึ่งได้ทำหน้าที่ล่ามให้กับเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมือง ของประเทศจีน ได้เล่าประสบการณ์หลังจากเจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวคนไทย ที่เดินทางไปลักลอบทำงานในประเทศจีน แต่โดนจับกุม และต้องถูกส่งตัวเข้าเรือนจำ ซึ่งไม่ใช่ประสบการณ์ที่ดีอย่างแน่นอน

โดยโพสต์ดังกล่าวระบุว่า “วันนี้จะมาเล่าประสบณ์การไปเป็นล่ามเมื่อวาน และฝากถึงคนที่จะไปเป็นผีน้อยหนีวีซ่าที่ปรเทศจีนนครับ……เริ่มจากเมื่อวานช่วงบ่ายสองโมงกว่าๆ อยู่ก็มีเบอร์โทรศัพท์จากสถานีตำรวจโทรมาขอล่ามสองคนไปช่วยแปลให้ นี่ก็เลยช่วยน้องกิ๊กน้องคนไทยที่เรียนที่นี้ไปด้วยกัน

พอไปถึงเค้าก็มารับไปที่ห้องสอบสวน ก็เจอพี่ผู้หญิงคนไทยคนหนึ่งที่นั่งอยู่ในห้องกำลังรอการแปลจากเราอยู่ ซึ่งเรามีก็ได้สัมภาษณ์พี่ผู้หญิงคนไทยไปสามคนที่มาพร้อมๆกันในช่วงเดือนตุลาที่ผ่านมา ส่วนกิ๊กได้สัมภาษณ์พี่ผู้หญิงคนไทยสองคนซึ่งมาอยู่ที่นี่ก่อนหน้านั้นแล้วเดือนกว่าๆ

ตำรวจเริ่มจากการสอบถามว่า มาทำงานที่ฉางชุนได้ยังไง ใครเป็นคนติดต่อให้ ผ่านช่องทางไหน ซึ่งส่วนมากก็บอกว่าผ่านทางคนรู้จักที่เคยทำมาแล้วและแนะนำมาอีกที แต่ก็มีบางคนที่ติดต่อผ่านคนกลางและเสียค่านายหน้า ซึ่งทั้งหมดมีการติดต่อผ่านทางเฟสบุคกันหมด และไม่มีใครเคยเห็นหน้าชื่อเสียงเรียงนามของคนที่เป็นคนติดต่อหางานให้เลยสักคน

ส่วนค่าจ้างแต่ละคนก็ไม่เท่ากัน จะประมาณคนละ 5000-7000 หยวนต่อเดือนวันนึ่งทำงาน10:00-19.00น บางคนก็มาแค่เดือนเดียวพอวีซ่าท่องเที่ยวหมดก็จะกลับ แต่บ้างคนมาสองเดือนพอวีซ่าหมดก็ออกไปปั๊มที่รัสเซียแล้วค่อยกลับมาใหม่

ส่วนการทำงานที่ร้านจะมีผู้จัดการเป็นคนอำนวยความสะดวกให้ทั้งที่อยู่อาหารการกินรวมทั้งเงินเดือน แต่ไม่มีใครเคยเห็นเจ้าของร้านเลย ตอนโดนจับก็เป็นผู้จัดการร้านที่โดนพาตัวมาด้วย

หลังจากสัมภาษณ์เสร็จทั้งห้าคนก็จะถูกขังไว้ที่ห้องสี่เหลี่ยมเล็กๆคนละห้องประมาณตู้คาราโอเกะบ้านเรา สัมภาษณ์ตั้งแต่บ่ายสามโมงจนถึงสี่ทุ่มกว่า ทุกคนต่างกังวลจะโดนส่งกลับในวันนี้หรือป่าวและจะให้กลับไปเก็บของที่ห้องก่อนหรือป่าว ซึ่งตำรวจก็ยังไม่สามารถบอกได้เพราะเจ้าของร้านนวดยังไม่ปรากฏตัว

สุดท้ายประมาณห้าทุ่มเจ้าของร้านไม่มาเลยต้องพาทั้งห้าคนไปสถานที่สถานที่หนึ่ง ซึ่งมารู้ทีหลังหลังจากไปถึงแล้วว่ามันคือเรือนจำหญิงนั้นเอง ซึ่งเรือนจำนี่อยู่ห่างออกไปจากตัวเมืองพอสมควร ตอนแรกเราคิดว่าน่าจะเป็นประมาณคุกในโรงพักธรรมดาเหมือนบ้านเรา แต่พอไปถึงก็ต้องให้ทั้งห้าคนกรอกข้อมูลการส่งตัวต่างๆ

เสร็จแล้วก็ขึ้นไปบนเรือนจำ และมีการถอดเสื้อผ้าทั้งหมดตรวจร่างกาย และให้เปลี่ยนเสือผ้าเป็นชุดนักโทษ และให้ถือป้ายชื่อถ่ายรูปเหมือนที่เราเห็นในละคร หลังจากนั้นก็เป็นการแปลก่อนที่เราจะกลับ เกี่ยวกับการเป็นอยู่การใช้ชีวิตที่นี่ และทุกคนยังคิดมาตลอดว่าทุกคนจะคงอยู่ที่นี่ไม่นาน แต่สิ่งที่พอได้ยินจากปากตำรวจแล้ว ขนาดเราเป็นคนแปลเราก็ไม่อยากพูดประโยคนั้นออกไปเลย

คือ “พวกคุณจะต้องอยู่ที่เรือนจำนี้อย่างน้อย 30 แต่คุณก็ต้องทำใจเพราะมันอาจจะมากกว่านั้นได้ และคุณจะกลับบ้านได้ก็ต่อเมือมีคนซื้อตั๋วให้คุณกลับไทยเท่านั้น ” คือถ้าเป็นเราก็คงช็อกและร้องไห้ไปแล้ว เพราะบ้างคนอีกไม่กี่วันก็จะได้กลับบ้านไปหาครอบครัว หาคนที่เรารักแล้ว แต่ต้องมาอยู่ที่นี่อีก 30 วัน แล้วเราไม่สามารถติดต่อและบอกกับที่บ้านได้เลย

และส่วนความเป็นอยู่ในเรือนจำนั้น คุณจะต้องเดินในเซ็นสีแดงที่เค้าขีดไว้ให้เท่านั้น ไฟจะเปิดตลอดเวลา แต่ห้ามเอาผ้าหรือสิ่งของมาปิดหน้าหรือปิดตาได้ ข้าวของเครื่องใช้ต้องเป็นญาติของผู้ต้องหาถึงจะซื้อให้ใช้ได้ แต่ทั้งห้าคนไม่มีคนรู้จักที่นี่เลย ต้องรอความหวังกับเจ้าของร้านเพียงอย่างเดียวซึ่งบ้างคนมีประจำเดือนก็ต้องรอ และสุดท้ายเจ้าหน้าที่เรือนจำก็ให้ทุกคนฝากข้อความถึงครอบครัว แต่ทุกคนจำเบอร์ที่บ้านไม่ได้ เราก็ไม่สามารถช่วยโทรบอกคนที่บ้านให้ได้

สุดท้ายทุกคนก็ต้องนอนที่เรือนจำนั้น โดยไม่รู้ว่าชะตากรรมข้างหน้าจะเป็นยังไง และไม่รู้ว่าจะได้กลับบ้านวันไหน หลังแปลจากเสร็จก็ต้องลาพวกพี่ๆทั้งห้าคนกลับ ทุกคนจากหน้ายิ้มแย้มต้อนสัมภาษณ์ตามสไตล์คนไทย กลับมีแต่หน้าเศร้า น้ำตาคลอ ซึ่งเราเป็นคนไทยเหมือนกันอยากช่วยแต่ก็ช่วยอะไรไม่ได้เลย เพราะพี่เค้าจำเบอร์คนที่ไทยไม่ได้เลย พี่เค้าชื่ออะไรบ้างไอ้เราก็จำไม่ได้

ถ้าเพื่อนๆคนไหนรู้จักหรือมีญาติที่มาทำงานนวดที่ฉางชุนฝากบอกด้วยนะครับว่าพี่เค้าทั้งห้าคนอยู่ในเรือนจำที่ฉางชุน ไม่รู้จะได้ออกเมื่อไหร่(ซึ่งเราไปแอบถามตำรวจคนที่จับมาทีหลังว่าพวกพี่ๆเค้าอาจจะได้ออกเร็วกว่านั้นถ้าเจ้าของร้านนวดมาเสียค่าปรับและซื้อตัวให้กลับไทย) สิ่งที่จะพอให้ข้อมูลได้คือมีคนที่มาจากบุรีรัม เลย เชียงใหม่

สิ่งที่อยากจะบอกทุกคนคืออย่าทำแบบนี้เลย มันไม่คุ่มหรอก ได้ไม่เท่าเสีย การโดนจับติดคุกที่เมืองนอกมันไม่โอเคเลย ภาษาไม่ได้ เวลาป่วยไข้หรือต้องการอะไรก็สื่อสารไม่ได้ ได้แต่ต่อความหวังจากคนที่แม้แต่เราก็ยังไม่เคยเห็นหน้าเลย ไม่รู้ว่าเป็นใคร ติอต่อใครไม่ได้ ไม่มีญาติหรือเพื่อนที่ช่วยเราได้เลย มันไม่โอเคเลยจริงๆ ฝากทุกคนไว้ด้วยนะครับ มาแบบถูกกฏหมายเถอะ ข้อร้อง”

ที่มาของเนื้อหา : www.khaosod.co.th