โกลเบล็ก จับตาราคาน้ำมันโลกพุ่งแนะเก็งกำไรหุ้นปันผลมากกว่า 5% ส่วนราคาทองคำมีลุ้นขึ้นต่อ

Advertisementศูนย์รักษาผู้มีบุตรยาก

จับตาราคาน้ำมันโลกพุ่ง

โกลเบล็ก จับตาราคาน้ำมันโลกพุ่งหลังพันธมิตรสหรัฐผนึกกำลังคว่ำบาตรอิหร่านแนะเก็งกำไรหุ้นปันผลมากกว่า 5% ส่วนราคาทองคำมีลุ้นขึ้นต่อ จากความกังวลปัญหาสงครามการค้า และความไม่สงบในตะวันออกกลาง

จับตาราคาน้ำมันโลกพุ่ง – น.ส.วิลาสินี บุญมาสูงทรง ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัย บริษัทหลักทรัพย์ โกลเบล็ก จำกัด หรือ GBS กล่าวว่า ดัชนีหุ้นไทยในสัปดาห์นี้ ได้อานิสงส์จากราคาน้ำมันในตลาดโลกที่มีการปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เพราะใกล้ถึงกำหนดวันที่สหรัฐฯเรียกร้องให้ประเทศต่างๆ คว่ำบาตรอิหร่าน (4 พ.ย.) และมีหลายประเทศส่งสัญญาณลดการนำเข้าน้ำมันดิบจากอิหร่านซึ่งจะส่งผลให้อุปทานน้ำมันดิบโลกตึงตัวมากขึ้น

จับตาราคาน้ำมันโลกพุ่งวิลาสินี บุญมาสูงทรง

รวมถึงทางสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) รายงานภาวะเศรษฐกิจการคลังประจำเดือนก.ย. 2561 และไตรมาส 3/2561 มีการขยายตัวจากอุปสงค์ภายในประเทศอย่างต่อเนื่อง โดยการบริโภคภาคเอกชนยังคงส่งสัญญาณบวกจากปริมาณการจำหน่ายรถยนต์นั่งและการจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มที่ยังขยายตัวได้ดี โดยยังคงคาดการณ์ GDP ไทยปี 2561 โต 4.5% แม้ปรับลดส่งออกเหลือโต 8% และคาดการณ์ว่าที่ประชุมครม.สัญจร จะเตรียมเสนอมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจโดยรวมในช่วงปลายปี

ส่วนปัจจัยด้านลบที่ยังคงกดดันการลงทุนอยู่ในช่วงนี้ อาทิ ประเด็นความกังวลหนี้สาธารณะของประเทศในกลุ่มยูโรโซนกลับมาอีกหลังจากรัฐบาลอิตาลีจัดทำงบประมาณขาดดุลที่สูงขึ้นเมื่อเทียบกับการคาดการณ์ก่อนหน้านี้ ซึ่งทำให้ทั้ง S&P และมูดี้ส์ ต่างประกาศปรับลดอันดับความน่าเชื่อถือของอิตาลี ประกอบกับสงครามการค้าระหว่างสหรัฐและจีนที่ยังไม่จบและส่งผลให้แนวโน้มเศรษฐกิจโลกชะลอตัว และ Fund Flow ยังคงไหลออก นักลงทุนต่างชาติมีสถานะขาย YTD ขาย 2.7 แสนล้านบาท

สำหรับปัจจัยที่น่าจับตาในสัปดาห์นี้ ได้แก่ วันที่ 30 ต.ค. อียู เปิดเผย ความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจ ความเชื่อมั่นผู้บริโภค และ GDP ไตรมาส 3 (ประมาณการเบื้องต้น) ส่วนสหรัฐฯ เปิดเผย ดัชนีราคาบ้านเดือนส.ค. และความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนต.ค., วันที่ 31 ต.ค. ธปท. รายงานภาวะเศรษฐกิจไทย, ธนาคารกลางญี่ปุ่นประชุมนโยบายการเงินและแถลงมติอัตราดอกเบี้ย, อียู เปิดเผย อัตราเงินเฟ้อเบื้องต้นเดือนต.ค. และอัตราว่างงานเดือนก.ย.,สหรัฐฯ เปิดเผย ตัวเลขจ้างงานภาคเอกชนเดือนต.ค. และสต๊อกน้ำมัน

นอกจากนี้ ยังคงต้องจับตาในช่วงต้นเดือนพ.ย. ธปท.ประกาศหลักเกณฑ์สินเชื่อที่อยู่อาศัย และในวันที่ 1 พ.ย. จีน เปิดเผย ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตเดือนต.ค., ธนาคารกลางอังกฤษ (BoE) ประชุมนโยบายการเงิน สหรัฐฯ เปิดเผย จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงาน ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตเดือนต.ค. และดัชนีภาคการผลิตเดือนต.ค., วันที่ 4 พ.ย. กำหนดวันที่สหรัฐฯเรียกร้องให้ประเทศต่างๆ คว่ำบาตรอิหร่าน วันที่ 6 พ.ย. วันเลือกตั้งสมาชิกรัฐสภา กลางเทอมของสหรัฐฯ และในวันที่ 7-8 พ.ย. กำหนดประชุมธนาคารกลางสหรัฐฯ

ด้านนายณัฐวุฒิ วงศ์เยาวรักษ์ ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัย บริษัทหลักทรัพย์โกลเบล็ก จำกัด กล่าวว่า แนวโน้มตลาดหุ้นในสัปดาห์นี้ผันผวนในกรอบ 1,600-1,650 จุด โดยแนะนำเก็งกำไรในหุ้น “Low Beta, High Dividend” ซึ่งคัดสรรจากหุ้นที่มีค่า Beta ต่ำกว่า 1 และ Dividend Yield มากกว่า 5% ได้แก่ ANAN, PSH, QH, ASK, TISCO, KKP, SPRC, TOP และ TKS รวมถึงหุ้นที่ได้อานิสงส์จากเงินบาทอ่อนค่าต่อเนื่องหนุนกลุ่มส่งออก แนะนำ CPF, SVI, XO และ KCE

ด้านแนวทางการลงทุนในทองคำ ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัย บล.โกลเบล็ก กล่าวว่า ปัจจัยจากสงครามการค้าโลกยังคงเป็นตัวหนุนให้มีการโยกเงินมาลงทุนในสินทรัพย์ปลอดภัย โดยเฉพาะทองคำ ประกอบกับความตึงเครียดในตะวันออกกลาง ทั้งจากประเด็นความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐฯกับซาอุดิอาระเบีย และจากการที่สหรัฐฯบีบให้นานาชาติคว่ำบาตรอิหร่าน ส่งผลให้ยอดซื้อสะสมของกองทุนทองคำ SPDR กลับมาเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง

แต่อย่างไรก็ตาม ราคาทองคำโดยรวมยังคง มีแรงกดดันของเงินดอลลาร์ที่มีแนวโน้มแข็งค่า ทำให้ราคาทองคำในรูปสกุลเงินดอลลาร์ค่อยๆ แกว่งตัวขึ้น ในขณะที่เงินบาทที่อ่อนค่าอย่างรวดเร็วได้ช่วยหนุนราคาทองคำในประเทศทะยานขึ้นต่อเนื่อง

ดังนั้นประเมินกรอบการลงทุนทองคำในสัปดาห์นี้อยู่ระหว่าง 1,215-1,250 ดอลลาร์ แนะนำให้เน้น swing long ในกรอบดังกล่าว หากราคาทะยานขึ้นเหนือ 1,250 ดอลลาร์ ผู้ที่ถือเล่นรอบระยะกลางควรปิดทำกำไร และหากราคาหลุดลงต่ำกว่า 1,215 ดอลลาร์ แนะนำปรับมาเล่น swing short

ที่มาของเนื้อหา : www.khaosod.co.th