ย้อนเหตุ "มือปืนป๊อปคอร์น" ยิงสนั่นแจ้งวัฒนะ เวทีพุทธะอิสระ ลุงกำนันเคยเอ่ยชม!

Advertisementศูนย์รักษาผู้มีบุตรยาก

ย้อนเหตุการณ์ “มือปืนป๊อปคอร์น” บุกถล่มเขตหลักสี่ ยิงจริง เจ็บจริง สนั่นแจ้งวัฒนะ!

ย้อนเหตุการณ์ มือปืนป๊อบคอร์น – จากกรณีที่ศาลฏีกา ยืนพิพากษาตามศาลชั้นต้น จำคุก “วิวัฒน์ ยอดประสิทธิ์” หรือมือปืนป๊อปคอร์น อายุ 28 ปี จำเลยในคดี ความผิดฐานร่วมกันฆ่า, พยายามฆ่าผู้อื่น, มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต, พกพาอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไปในเมืองที่สาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาต และนำอาวุธปืนออกนอกเคหะสถานภายในพื้นที่ที่ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน อันเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288, 371, พ.ร.บ.อาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนฯ พ.ศ.2490 มาตรา 4, 7, 8, 72 และ พ.ร.ก.บริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 มาตรา 5, 6, 11, 18

โดยคดีนี้ มีพนักงานอัยการสำนักงานคดีอาญา 4 เป็นโจทก์ และ น.ส.เอื้องฟ้า แซ่ลิ้ว บุตรสาวของนายอะแกว แซ่ลิ้ว ผู้เสียชีวิต เป็นโจทก์ร่วม 

โดยมูลเหตุ เริ่มจาก เมื่อวันที่ 1 ก.พ. 2557

13:00 น. กลุ่มผู้ชุมนุมคนเสื้อแดงรวมตัวกันในวัดหลักสี่ ‘โกตี๋’ หรือนายวุฒิพงศ์ กชธรรมคุณ แกนนำ ประกาศว่า พรุ่งนี้เขตหลักสี่จะต้องมีการเลือกตั้ง (หลังนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกฯ ในขณะนั้นประกาศยุบสภา โดยกำหนดให้มีการเลือกตั้งทั่วไปในวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2557) ต่อมาได้มอบหน้าที่นำมวลชนให้กับ นายพรชัย ด้วงแดงโชติ หรือ ‘ดาบเปี๊ยก’ โดยมีการเจรจาจากเจ้าหน้าที่เพื่อไม่ให้มีการเคลื่อนมวลชน เนื่องจากเกรงว่าจะมีการเผชิญหน้าและปะทะกับกลุ่ม กปปส. ที่นำโดยพระพุทธะอิสระ ที่ปักหลักชุมนุมปิดล้อมเพื่อไม่ให้มีการนำบัตรเลือกตั้งไปยังที่ต่างๆ ตามมติแกนนำ กปปส.

จากนั้น 15:30 น. กลุ่มผู้ชุมนุมที่วัดหลักสี่เคลื่อนมวลชนมายังสำนักงานเขตหลักสี่ แต่ไม่สามารถเข้าไปได้ เนื่องจากเจ้าหน้าที่สถานีตำรวจทุ่งสองห้องนำรถตู้มาจอดขวาง ขณะที่ขบวนรถของผู้ชุมนุม กปปส. เคลื่อนจากเวทีห้าแยกลาดพร้าว มายัง บริเวณแยกหลักสี่ ใกล้กับบริเวณผู้ชุมนุมเสื้อแดงที่ชุมนุมอยู่ก่อน ทำให้เกิดการขว้างปาสิ่งของใส่กัน และรุนแรงขึ้นจนกระทั่งมีการทุบรถของมวลชนอีกฝ่าย ในวินาทีที่สถานการณ์อยู่ในภาวะตึงเครียด ก็มีเสียงคล้ายประทัดยักษ์และเสียงปืนดังขึ้น ส่งผลให้ผู้ชุมนุมบาดเจ็บ 1 ราย และได้รับการส่งตัวไปรักษาที่โรงพยาบาลวิภาวดี

จากเหตุการณ์นี้เอง ในวันเดียวกัน (1 ก.พ.) สื่อต่างประเทศ อย่างรอยเตอร์ ยังได้เผยแพร่ภาพ นายสุวิทย์ ทองประเสริฐ หรืออดีตพุทธะอิสระ ซึ่งถือวิทยุสื่อสาร ในบริเวณที่เกิดเหตุ ใกล้สถานที่ปิดคูหาเลือกตั้ง เขาหลักสี่ ย่านแจ้งวัฒนะอีกด้วย

REUTERS/Damir Sagolj (THAILAND – Tags: SOCIETY CIVIL UNREST)

สื่อมวลชน บันทึกภาพชายฉกรรจ์ ปิดบังใบหน้าที่ซุกซ่อนอาวุธปืน ไว้ในกระสอบป๊อปคอร์น ถุงสีเขียวเหลือง เดินมายังแยกหลักสี่ ซึ่งถูกประกาศให้เป็นพื้นที่เหตุการณ์กระทบความมั่นคงภายในราชอาณาจักร และมีการยิงปืนเข้าไปในบริเวณศูนย์การค้าไอที สแควร์ จนทำให้ นางสาวสมบุญ สักทอง, นายอะแกว แซ่ลิ้ว, นายนครินทร์ อุตสาหะ และนายพยนต์ คงปรางค์ ได้รับบาดเจ็บสาหัส ต่อมานายอะแกวเสียชีวิต จากนั้นภาพที่สื่อมวลชนบันทึกไว้ถูกเผยแพร่ไปสู่สังคมออนไลน์จำนวนมาก จนนำมาสู่การตั้งฉายาชายคนก่อเหตุว่า ‘มือปืนป๊อปคอร์น’

ลุงอะแกว ขณะถูกยิงที่ถนนแจ้งวัฒนะ

ต่อมาตำรวจพบภาพชายลักษณะเดียวกัน แต่เปิดหน้า จึงนำภาพชายคนดังกล่าวมาเปรียบเทียบ ก่อนพบว่ามีลักษณะรูปร่างอ้วน สวมหมวกไหมพรมสีดำ เสื้อยืดแขนยาว เสื้อเกราะกันกระสุน เข็มขัด กางเกงยีนส์ รองเท้า อุปกรณ์วิทยุสื่อสาร และเมื่อนำภาพถ่ายในทะเบียนราษฎรมาเปรียบเทียบกับภาพเปิดเผยใบหน้า ชัดเป็นบุคคลเดียวกัน

จากนั้นเจ้าหน้าที่สืบสวน ภาพจากกล้องวงจรปิด และจากสื่อมวลชน พบว่าตรงกับใบหน้าของนายวิวัฒน์ ยอดประสิทธิ์ และพี่ชายของนายวิวัฒน์ ให้การในการขึ้นเบิกความกับศาลว่า เป็นคนเดียวกัน ซึ่งจำเลย ก็ได้ให้การรับสารภาพในชั้นสอบสวน

จากนั้น 18 มี.ค. ศาลอาญาออกหมายจับนายวิวัฒน์ ยอดประสิทธิ์ ‘มือปืนป๊อปคอร์น’ ในข้อหา ร่วมกันพยายามฆ่าผู้อื่น มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญา และจับกุมตัว ‘มือปืนป๊อปคอร์น’ ได้ที่อำเภอคีรีรัฐนิคม จังหวัดสุราษฎร์ธานี ในวันที่ 19 มี.ค.2557

20 มี.ค. พนักงานสอบสวนสถานีตำรวจนครบาลทุ่งสองห้อง ควบคุมตัว ‘มือปืนป๊อปคอร์น’ มาทำแผนประกอบคำรับสารภาพ นายวิวัฒน์รับสารภาพว่าได้เข้าร่วมเป็นการ์ด กปปส. ใน ‘กลุ่มองค์ดำ’ จากการเชิญชวนของเพื่อน โดยได้รับค่าจ้างวันละ 300 บาท ส่วนปืนที่ใช้ก่อเหตุได้มาจากการ์ด กปปส. เวทีแจ้งวัฒนะ ก่อนที่ในวันก่อเหตุจะได้รับสัญญาณวิทยุสื่อสารจากการ์ดให้ออกมาช่วยพระพุทธะอิสระที่เกรงว่าจะถูกยึดพื้นที่ จึงไม่รู้ว่าใครเป็นผู้ว่าจ้าง โดยเขาได้ยิงปืนประมาณ 20 นัด

ขณะที่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ แกนนำ กปปส. กล่าวว่าไม่รู้จักนายวิวัฒน์ แต่ที่ชื่นชม ‘มือปืนป๊อปคอร์น’ เพราะเห็นว่าออกมาปกป้องประชาชน อย่างไรก็ตามการที่มือปืนป๊อปคอร์นสารภาพ ไม่รู้ว่าเป็นเพราะถูกช็อตไฟฟ้าหรือไม่ ต้องไปดูตามร่างกายว่ามีร่องรอยอะไรหรือเปล่า เพราะไม่แน่ ตำรวจอาจจะบังคับให้ซัดทอดว่านายสุเทพเป็นคนสั่งการ

25 มี.ค. ทนายความของมือปืนป๊อบคอร์น เผย ยังไม่ถึงกับยอมรับว่าเป็นมือปืนป๊อปคอร์นตัวจริงตามที่ให้การกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ แต่ที่รับสารภาพ เพราะหลังจากที่ถูกจับกุม ถูกทำร้าย และบังคับให้สารภาพ ต่อมา เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ออกมาปฏิเสธว่ามีการซ้อมให้รับสารภาพ แต่เป็นเพราะผู้ต้องหาจำนนต่อหลักฐานเอง และจากนั้นนายวิวัฒน์ก็เข้าสู่กระบวนการพิจารณาคดีของศาล

25 ก.ย. นายอะแกว แซ่ลิ้ว หรือ ‘ลุงอะแกว’ อายุ 72 ปี เป็นพ่อค้าขายน้ำอัดลมรถเข็นบริเวณหน้าโรงเรียนเคหะทุ่งสองห้องวิทยา 2 เหยื่อกระสุนจากเหตุการณ์ได้เสียชีวิตลง หลังนอนเป็นอัมพาตมานาน 7 เดือน

3 มี.ค. 2559 ศาลอาญา รัชดาภิเษก อ่านคำพิพากษาในคดีที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีอาญา 4 เป็นโจทก์ยื่นฟ้องนายวิวัฒน์ หรือมือปืนป๊อปคอร์น จำคุกตลอดชีวิต แต่เนื่องจากจำเลยให้การเป็นประโยชน์ต่อคดี จึงได้ลดโทษเหลือจำคุก 37 ปี 4 เดือน

5 มี.ค. 2559 นายสุทิย์ทองประเสริฐ (อดีตพุทธะอิสระ) เผย ให้เงินสนับสนุน มือปืนป๊อปคอร์นเดือนละ 15,000 บาท โดยยืนยันว่าตนช่วยทุกคดี โดยเริ่มตั้งแต่เริ่มติดคุก และคงต้องจ่ายต่อไปจนกว่าเขาจะพ้นจากคุก

27 ม.ค. 2560 ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ยกฟ้องนายวิวัฒน์ ยอดประสิทธิ์ เหตุไม่มีประจักษ์พยานยืนยันว่าเป็นคนก่อเหตุยิงใส่ช่วงชุมนุมแยกหลักสี่ แต่ทั้งนี้ศาลให้ขังนายวิวัฒน์ไว้ระหว่างฎีกาก่อน

7 พ.ย. 2561 ศาลฏีกา ยืนพิพากษาตามศาลชั้นต้น จำคุก “วิวัฒน์ ยอดประสิทธิ์” หรือมือปืนป๊อบคอร์น อายุ 28 ปี พิพากษาจำคุก  37 ปี 4 เดือน

ที่มาของเนื้อหา : www.khaosod.co.th