หุ้นไทยมีแรงซื้อกลับเพิ่มขึ้นหลังปรับลงแรงเกินไป

Advertisement ศูนย์รักษาผู้มีบุตรยาก

สรุปภาวะตลาดหุ้นไทย (SET) วันพฤหัสบดีที่ 25 ตุลาคม 2561 ปิดที่ 1,644.33 จุด ปรับตัวเพิ่มขึ้น +20.96 จุด คิดเป็น +1.29% จุดสูงสุดอยู่ที่ 1,645.91 จุด จุดต่ำสุดอยู่ที่ 1,596.40 จุด โดยมีมูลค่าการซื้อขายอยู่ที่ 76,086.34 ล้านบาท ส่วนดัชนี SET50 ปิดที่ 1,083.50 จุด ปรับตัวเพิ่มขึ้น +16.35 จุด

ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดร่วงลงอย่างหนัก 2.41% เนื่องจากนักลงทุนวิตกกังวลเกี่ยวกับแนวโน้มเศรษฐกิจสหรัฐ หลังจากมีรายงานว่ายอดขายบ้านใหม่ของสหรัฐร่วงลงติดต่อกัน 4 เดือน รวมทั้งรายงานสรุปภาวะเศรษฐกิจ หรือ Beige Book จากธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ซึ่งระบุว่า ภาคธุรกิจของสหรัฐได้แสดงความกังวลเกี่ยวกับผลกระทบของมาตรการเรียกเก็บภาษีสินค้านำเข้า ขณะที่ดัชนี Nasdaq ดิ่งลงกว่า 300 จุด เนื่องจากแรงขายในหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี รวมถึงบริษัทเท็กซัส อินสตรูเมนท์ ผู้ผลิตเซมิคอนดักเตอร์รายใหญ่ของสหรัฐ ที่เปิดเผยแนวโน้มผลประกอบการที่ต่ำกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ในวอลล์สตรีท

ตลาดหุ้นยุโรปเปิดตลาดอ่อนตัว ในขณะที่นักลงทุนต่างรอดูการรายงานผลประกอบการของบริษัทต่างๆ รวมทั้งผลการประชุมของธนาคารกลางยุโรป

ดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตตลาดหุ้นจีนปิดตลาดขยับขึ้น 0.02% ภายหลังจากที่ปรับตัวลงในการซื้อขายก่อนหน้านี้เช่นเดียวกับตลาดหุ้นในภูมิภาคที่ร่วงลง เพราะความกังวลเกี่ยวกับตลาดหุ้นสหรัฐที่ร่วงลงเมื่อคืนที่ผ่านมา

ดัชนีนิกเกอิตลาดหุ้นโตเกียวปิดภาคเช้าร่วงลงอย่างหนัก 2.80% หลังจากตลาดหุ้นวอลล์สตรีทดิ่งลงอย่างหนักเมื่อคืนนี้ โดยดัชนีนิกเกอิร่วงลงกว่า 3% ในช่วงสั้นๆ และแตะที่ระดับต่ำสุดนับตั้งแต่ต้นเดือนเม.ย.ปีนี้

โดยหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าการซื้อขายสูงสุด 5 หลักทรัพย์ ได้แก่
1. PTT มูลค่าการซื้อขาย 5,373.53 ล้านบาท เพิ่มขึ้น +1.00 บาท คิดเป็น +2.06%
2. CPALL มูลค่าการซื้อขาย 4,420.97 ล้านบาท เพิ่มขึ้น +0.50 บาท คิดเป็น +0.79%
3. PTTEP มูลค่าการซื้อขาย 3,985.49 ล้านบาท เพิ่มขึ้น +3.50 บาท คิดเป็น +2.61%
4. IVL มูลค่าการซื้อขาย 3,346.94 ล้านบาท เพิ่มขึ้น +0.75 บาท คิดเป็น +1.44%
5. PTTGC มูลค่าการซื้อขาย 2,719.84 ล้านบาท เพิ่มขึ้น +1.75 บาท คิดเป็น +2.36%

ดัชนีมีการปรับตัวลดลงต่อในลักษณะกระโดดเปิด GAP โดยขยับออกไปเล่นนอกกรอบ BollingerBottom แบบเต็มตัว ทำให้มีแรงซื้อกลับเพิ่มขึ้นมาเนื่องจากปรับลงแรงเกินไป โดยดัชนีสามารถดีดกลับขึ้นมาปิด GAP ที่เปิดเอาไว้ในช่วงเช้าได้อีกด้วย ท่ามกลางวอลุ่มซื้อกลับที่เห็นได้ชัด หากวันนี้ดัชนีไม่ถอยกลับลงมาหรือปิดต่ำกว่าแถวๆ 1,638-1,635 จุดซะก่อน ดัชนีจึงจะมีลุ้นดีดกลับขึ้นต่อเพื่อปิด GAP ถัดไปที่ 1,654 จุดต่อไป

บริษัทหลักทรัพย์ โกลเบล็ก จำกัด

ที่มาของเนื้อหา : www.khaosod.co.th