ไขข้อสงสัย’ตีเบอร์ร้อน’ จาก’ทาส’สู่ค่านิยมรับน้อง?

Advertisement ศูนย์รักษาผู้มีบุตรยาก


จากกรณี นายกมลวิช สุวรรณทัต อายุ 24 ปี นักศึกษาชั้นปีที่ 4 คณะโลจิสติกส์ ม.ราชมงคลตะวันออก วิทยาเขตอุเทนถวาย ถูกคนร้ายใช้อาวุธปืนยิงเสียชีวิต ขณะช่วยมารดาขายราดหน้า เมื่อวันที่ 12 ต.ค.ที่ผ่านมา ต่อมาตำรวจสามารถจับกุมคนร้ายได้แล้ว 3 รายจาก5 ราย โดยมีรายงานว่า ผู้ต้องหาทั้ง 5 ราย จะสักรูปเฟืองไว้บนหัวไหล่ เพื่อเป็นการประกาศศักดาว่าผ่านงานฆ่ามาทั้งหมดกี่ศพ ซึ่งเรื่องดังกล่าวนั้นเอง ต่างเกิดเป็นข้อสงสัยถึงที่มาของการสักรูปแบบดังกล่าว หรือที่เรียกกันว่า “ตีเบอร์ร้อน” คืออะไร

โดย “การตีเบอร์ร้อน” มักจะพบเห็นได้จากภาพของทาสผิวดำที่เห็นจากหนังสือและภาพยนตร์ โดยมนุษย์ที่ถูกล่ามโซ่ ใส่ขื่อคา ถูกเฆี่ยนตี และทำร้ายร่างกาย หรือทรมานด้วยวิธีการอันทารุณโหดร้าย รวมทั้งถูกนาบด้วยเหล็กที่เผาไฟจนแดงเพื่อประทับตราของเจ้าของทาสไม่ต่างจากวัวควาย จะเห็นได้จากประวัติศาสตร์ยุโรป ซึ่งจะแบ่งเป็นสองลักษณะใหญ่ๆคือ เพื่อแบ่งสังกัดทาส และเพื่อเป็นการลงโทษ ในกรณีของทาสนั้น เมื่อชาวยุโรปได้ทำการกวาดต้อนชาวแอฟริกันมาจากดินแดนอนานิคม ก็ได้ใช้การประทับตราด้วยเหล็กร้อนเพื่อแบ่งหมวดหมู่สังกัด โดยสัญลักษณ์ที่ใช้จะแตกต่างกันออกไปตามแต่บริษัทค้าทาส

สังคมบางสังคมอาจจะลงโทษให้อายโดยการทำเครื่องหมายบนร่างกายที่เรียกกันว่า “ตรีตรา” ทั้งนักโทษและทาสต่างก็ได้รับการตีตราตลอดมา โดยการ “ตรีตรา” ด้วยเหล็กร้อนให้เผาเป็นรอยบนผิวหนังบนหน้าหรือหน้าผากเพื่อให้เป็นที่เห็นกันโดยทั่วไป ซึ่ง “การลงโทษโดยประทับตราบนใบหน้า”  นั้นเรียกได้ว่า เป็น “ตราแห่งความอัปยศ”  หรือ สัญลักษณ์แห่งความอัปยศ ถูกบังคับให้ใช้หรือติดเพื่อให้เป็นการเหยียดหยามในที่สาธารณะ ซึ่งเป็นวิธีลงโทษอย่างที่ได้รับการอนุมัติอย่างเป็นทางการในรัชสมัยของสมเด็จพระเจ้าเอ็ดเวิร์ดที่ 6 แห่งอังกฤษ ภายใต้ “พระราชบัญญัติคนจรจัด” ในปี ค.ศ. 1547 ที่ระบุการประทับอักษร “S” บนแก้มหรือหน้าผากสำหรับทาสที่หนีจากนาย และอักษร “F” บนแก้มสำหรับผู้ที่ทะเลาะกันในวัด โดยต่อมา เจมส์ เนย์เลอร์เควคเคอร์ ชาวอังกฤษผู้ถูกกล่าวหาว่าดูหมิ่นศาสนาในปี ค.ศ. 1656 ก็ถูกประทับตราด้วย และอักษร “B” (Blasphemy) บนหน้าผาก แต่ภายหลังการประทับตราเลิกทำกันในอังกฤษในปี ค.ศ. 1829 แต่ก็ยังคงปฏิบัติกันในสหรัฐอเมริกามาอย่างน้อยก็จนถึงปี ค.ศ. 1864 ในระหว่างสงครามกลางเมืองอเมริกา เมื่อผู้ที่หนีทหารฝ่ายเหนือ จะถูกประจานด้วยการประทับด้วยอักษร “D” (Deserters)

อย่างไรก็ตาม สำหรับในเมืองไทย ภายหลังจากการเลิกทาสก็ไม่ปรากฎว่ามีการประทับตราลงบนผิวหนังมนุษย์ เว้นแต่เป็นการทำตามค่านิยมในหมู่นักเรียน นักศึกษา เพื่อเป็นรับรับน้อง อาทิ เด็กช่างบางกลุ่มก็จะมีการ “ตีเบอร์ร้อน” เป็นรูปเฟือง ส่วนในกลุ่มเด็กสาขาอื่น ก็มักจะนิยมตีตราเป็นเลขรุ่นของตนเอง

ทั้งนี้ สำหรับวิธีการ “ตีเบอร์ร้อน” ในยุคปัจจุบัน มักถูกใช้กับการ “ตีเบอร์วัว” เพื่อเป็นการง่ายต่อการจำแนกวัวแต่ละตัว โดยการตีเบอร์โดยใช้ความร้อน ทำโดยใช้เลขเบอร์ที่ทำด้วยโลหะที่นำความร้อนได้ดี เช่น เหล็ก ทองแดง หรือทองเหลือง ตัวเลขสูงอย่างน้อย 3 นิ้ว เลขเบอร์จะมีด้ามยาว เมื่อใช้จะนำเลขเบอร์ไปเผาไฟให้ร้อน แล้วนำมาทาบบนผิวหนัง ส่วนที่ราบของตัวโค โดยใช้เวลาประมาณ 2-3 วินาทีแล้วจึงนำออก…

ขอบคุณภาพและข้อมูลจาก @วิถีชีวิตเกษตรพอเพียง,@wikipedia,@islamhouse,@รู้ไปหมด – Enlightenment Thailand,@thailivestock,@ชยุต ดงปาลีธรรม์

ข่าวที่เกี่ยวข้อง..
-'ตีเบอร์ร้อน'แก๊งฆ่า'นศ.อุเทนฯ' ประกาศศักดาจัดมา4ศพ!


 

ที่มาของเนื้อหา : www.dailynews.co.th