จับโจ๋วัย 22 สุดแสบ เรียนรู้วิธีแฮ็กเฟซบุ๊กจากเน็ต เลือกแต่เหยื่อสาวเหนือหน้าตาดี

111

เมื่อเวลา 10.30 น วันที่ 3 ก.ค. พล.ต.ต.สุรพล เปรมบุตร ผบก.สส.ภ.5 พร้อมด้วย พ.ต.อ.ธวัชชัย พงษ์วิวัฒนชัย รอง ผบก.สส.ภ.5 ร่วมกันแถลงผลการจับกุม นายณัฐกร หรือตี๋ นิ่มเรือง อายุ 22 ปี อยู่บ้านเลขที่ 211 ซ.เพชรเกษม 28 แยก 22 แขวงคูหาสวรรค์ เขตภาษีเจริญ กรุงเทพฯ ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดเชียงใหม่ เลขที่ 408/2562 ลงวันที่ 1 ก.ค. 2562 ข้อหา ฉ้อโกงโดยเแสดงตนเป็นบุคคลอื่น, พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์

หลังก่อเหตุ แฮ็กเฟซบุ๊กหลอกถอนเงินบัญชีธนาคาร โดยมีผู้เสียหายที่ตกเป็นเหยื่อถึง 27 ราย ส่วนใหญ่เป็นหญิงสาวทางภาคเหนือจากหลากหลายอาชีพ ทั้งเภสัชกร, พยาบาลสาว, ครู, สาวออฟฟิศ โดบสามารถจับกุมได้ที่ บ้านเลขที่ 11/339 ม.6 ซ.50 หมู่บ้านสุขสันต์ 6 ถ.กาญจนาภิเษก แขวงหลักสอง เขตบางแค กทม.

พล.ต.ต.สุรพล เปิดเผยว่า ชุดสืบสวนภาค 5 ได้รับการร้องเรียนจากประชาชนจำนวนมากว่า ถูกคนร้ายลักลอบเข้าบัญชีเฟซบุ๊ก ก่อนแชทข้อความถึงเพื่อนในเฟซบุ๊กเพื่อขอให้ส่งเลขที่บัตรประชาชน วันเดือนปีเกิด หมายเลขโทรศัพท์ เพื่อใช้ในการยืนยันเข้าแอปพลิเคชั่นทางการเงิน โดยผู้ต้องหาได้หลอกลวงว่า ได้ลบแอปพลิเคชั่นทางการเงินนั้นออก และต้องการผู้มายืนยันกับแอปพลิเคชั่นเพื่อสมัครเข้าใช้อีกครั้ง

ทำให้เพื่อนในเฟซบุ๊กของผู่้เสียหาย หลงเชื่อคิดว่าเป็นเจ้าของบัญชีเฟซบุ๊กจริง จึงส่งรหัสดังกล่าวให้กับคนร้าย ต่อมาทราบว่ามีการถอนเงินจากบัญชี โดยไม่ทราบว่าผู้ใดเป็นคนถอนเงินออกจากบัญชีของตนจึงมาแจ้งความกับทางตำรวจภูธรภาค 5 ให้ช่วยติดตามคนร้าย โดยมีผู้เสียหายทั้งสิ้นขณะนี้ เฉพาะทางภาคเหนือ 27 ราย รวมเป็นเงินเกือบ 500,000 บาท โดยคนร้ายใช้เวลาเพียงไม่กี่ชั่วโมง ที่ลงมือก่อเหตุและได้เงินไป

ต่อมาเจ้าหน้าที่ได้สืบสวนจนทราบตัวคนร้ายที่แน่ชัด จึงได้ขออำนาจศาลจังหวัดเชียงใหม่ อนุมัติหมายจับ พร้อมกับหมายค้น ศาลอาญาธนบุรี 134/2562 เข้าตรวจค้น พร้อมจับกุมตัวนายณัฐกรได้ที่บ้านพักย่านบางแค กรุงเทพฯ พร้อมตรวจยึดของกลางอุปกรณ์คอมพิวเตอร์และเครื่องโทรศัพท์ที่ใช้ในการกระทำควาามผิดและเงินสดอีกจำนวน 50,000 บาท

พล.ต.ต.สุรพล กล่าวต่อว่า จากการสอบสวน นายณัฐกร ให้การรับสารภาพว่า ช่วงปี 2561 นายณัฐกร ได้เรียนรู้วิธีการดักเอารหัสเฟซบุ๊กจากอินเตอร์เน็ต โดยมีเว๊ปไซด์ที่สามารถสร้างลิงก์ (Url) ที่มีหน้าต่างคล้ายกับหน้าต่างกรอกรหัสผ่านของโปรมแกรมเฟซบุ๊ก โดยเมื่อส่งลิงก์นี้ให้กับผู้ใดแล้ว จะได้รับข้อมูลทุกอย่างที่ผู้นั้นกรอกลงไปในหน้าต่างดังกล่าว

นายณัฐกร จึงได้มีความคิดที่จะใช้วิธีการดังกล่าวในการหาเงิน โดยสร้างเฟซบุ๊กปลอมขึ้นมา 1 บัฐชี จากนั้นได้เพิ่มเพื่อนผู้ใช้งานคนอื่นๆ แล้วลองส่งลิงก์ที่สร้างไปให้เพื่อนที่เพิ่มไว้ โดยอ้างด้วยเหตุผลว่า มีคนก๊อปปี้เฟซบุ๊กหรือมีภาพหลุดของผู้ใช้งานคนนั้นหลุดอยู่ในอินเตอรเน็ต เมื่อเหยื่อหลงเชื่อกรอกข้อมูลลงไป ก็จะได้รับชื่อผู้ใช้และรหัสผ่านของผู้ใช้งานดังกล่าว ทำให้สามารถลงชื่อเข้าสู่ระบบของผู้ใช้งานหรือเหยื่อคนนั้นๆได้

จากนั้นนายณัฐกรฯ จึวเข้าไปอ่านข้อความแชทของผู้ใช้งานคนดังกล่าว โดยจะเน้นที่คนที่คิดว่าเป็นคนสนิทของเหยื่อ โดยในอันดับแรกต้องการบัญชีธนาคารที่จะใช้รับโอนเงินของเหยื่อ จึงใช้งานเฟซบุ๊กของเหยื่อ ที่ได้รหัสมา ทักไปหาคนอื่น โดยอ้างว่า ขอความช่วยเหลือให้ช่วยยืนยันข้อมูลในการเข้าใช้งานแอปพลิเคชั่นทำธุรกรรมทางการเงินออนไลน์ เนื่องจากพลาดลบแอปพลิเคชั่นดังกล่าวไปแล้วไม่สามารถเข้าใช้งานได้

โดยให้เหยื่อ ส่งข้อมูลมาให้ เช่น ขอหมายเลขหน้าบัตร ATM หมายเลขประจำตัวประชาชน หมายเลขโทรศัพท์ วันเดือนปีเกิด รหัสผ่านแอฟพลิเคชั่น และเบอร์โทร เมื่อได้ข้อมูลตามที่แจ้งไปข้างต้นแล้ว ก็จะสามารถนำข้อมูลดังกล่าวไปสมัครใช้งานแอฟพลิเคชั่นธุรกรรมการเงินออนไลน์ในโทรศัพท์ของผู้ต้องหาได้โดยที่ไม่ต้องมีบัญชีของเหยื่อ อีกทั้งผู้ต้องหายังสามารถถอนเงินออกจากบัญชีดังกล่าวได้ โดยไม่ต้องใช้บัตร ATM แต่ใช้รหัสรับเงินสดที่สร้างจากแอฟพลิเคชั่นทำธุรกรรมทางการเงินออนไลน์

ต่อมาเมื่อได้บัญชีที่ใช้เพื่อรับเงินจากเหยื่อแล้ว ผู้ต้องหาก็จะทักไปหาเพื่อนนคนอื่น ๆ ในเฟซบุ๊กของเหยื่อแล้วหลอกลวงเหยื่อว่า มีความเดือดร้อนต้องการยืมเงิน เมื่อเหยื่อหลงเชื่อโอนเงินมาก็จะให้โอนเงินเข้าบัญชีของเหยื่อที่ได้เตรียมไว้แล้ว หลังจากนั้นผู้ต้องหาก็จะถอนเงินออกจากบัญชีดังกล่าว นำไปกินเที่ยว ใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน และใช้เล่น การพนันออนไลน์

ผู้ต้องหายังรับสารภาพอีกว่า จะเลือกเหยื่อที่เป็นหญิงสาวหน้าตาดี โดยเฉพาะทางภาคเหนือแล้วสร้างลิงก์ปลอมหลอกให้กดข้อมูลอ้างว่า พบภาพโป๊เหยื่อในโลกโซเซียล นำภาพในเฟสบุ๊ก ของเหยื่อมาตัดต่อภาพโป๊และทำลิงก์หลอกเหยื่อ เมื่อเหยื่อหลงกล กดเข้ามาในลิงค์ที่ทำขึ้นก็จะรู้ข้อมูลเฟซบุ๊กของเหยื่อทั้งหมดและก็ทำการหลอกเพื่อนของเหยื่ออีกต่อหนึ่ง โดยวิธีการดังกล่าวได้ผล มีเหยื่อสาวหลงเชื่อและกลัวอับอายเมื่อกดมาในลิงก์ที่ตนทำขึ้นก็จะเสียรู้ตนทันที เมื่อได้เงินมาก็นำมาเล่นพนันออนไลน์ โดยสาเหตุที่หลอกสาวเหนือ เพราะสาวเหนือเป็นคนหน้าตาดี มีน้ำใจ หลอกง่าย

อย่างไรก็ตามทางตำรวจสืบสวนภาค 5 ได้สืบทราบมาอีกว่า ยังมีกลุ่มบุคคลที่กระทำการในลักษณะแบบนี้ อีกจำนวน 2-3 ราย และทางตำรวจสืบสวนภาค 5 กำลังสืบสวนติดตามอยู่ในขณะนี้ และพบว่ามีเหยื่อถูกหลอกไปทั่วประเทศ มูลค่าหลายล้านบาท