จับแอดมินเพจ ‘Life of car BKK’ โพสต์ชวนซูเปอร์คาร์ ท้าความเร็วบนทางด่วน

Advertisement ศูนย์รักษาผู้มีบุตรยาก

แข่งรถบนทางด่วน

รวบแอดมินเพจดัง โพสต์ชวนซูเปอร์คาร์ ทั้งเฟอร์รารี่ ลัมโบร์กินี แข่งประลองความเร็วบนทางด่วนพิเศษศรีรัช-อุดรรัถยา พร้อมอัดคลิปโพสต์ลงยูทูบ จนชาวบ้านสุดทนแจ้งตร.จับ

เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 21 พ.ย. ที่ กองบังคับการตำรวจจราจร (บก.จร.) ถ.วิภาวดี พ.ต.อ.นิธิธร จินตกานนท์ รรท.ผบก.จร. ร่วมกับหน่วยงานภาคี การทางพิเศษแห่งประเทศไทย บริษัททางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ (BEM) และบริษัท ทางยกระดับดอนเมือง (โทลล์เวย์) แถลงข่าวจับกุม นายจิรวัชร์ จิตติมานะสัจจะ อายุ 23 ปี แอดมินเพจ “Life of car BKK” ในข้อหาเป็นผู้สนับสนุนส่งเสริมให้มีการแข่งขันรถในทาง โดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นหนังสือจากเจ้าพนักงานจราจร

พ.ต.อ.นิธิธรเปิดเผยว่า สืบเนื่องจากมีการร้องเรียนจากประชาชน ผู้ใช้รถใช้ถนนบนทางพิเศษศรีรัช-อุดรรัถยา ว่า ที่บริเวณจุดพักรถ (Rest area) ปั๊มน้ำมัน ปตท. หลังด่านเก็บเงินทางด่วนประชาชื่น มีการรวมตัวและแข่งรถของรถยนต์หรูซูเปอร์คาร์ บริเวณนั้นเป็นประจำ สร้างความเดือดร้อนรำคาญให้กับประชาชนอย่างมาก เจ้าหน้าที่จึงลงพื้นที่รวบรวมพยานหลักฐาน จบพบว่ามีเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นจริง ตามที่ประชาชนร้องเรียน

จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้ทราบข้อมูลว่ามีเพจเฟซบุ๊ก ชื่อ “Life of car BKK” มี นายจิรวัชร์ จิตติมานะสัจจะ อายุ 23 ปี เป็นแอดมินเพจ โพสต์คลิปวิดีโอ ในลักษณะชักชวนให้ออกมาแข่งรถบนถนนและท้ายคลิปวิดีโอดังกล่าว มีภาพการแข่งรถมีผู้ให้สัญญาณปล่อยตัวจากจุดเริ่มต้นไปจนถึงเส้นชัย เจ้าหน้าที่จึงขออนุมัติศาลออกหมายจับ

จากนั้นเจ้าหน้าที่สืบสวนขยายผล จากรถที่แข่งประลองความเร็วในคลิปวิดีโอดังกล่าวจนทราบว่าเป็นรถยนต์ ยี่ห้อ ซูบารุ ทะเบียน 4กว6020 กทม. และยี่ห้อฮอนด้า ทะเบียน ษก3928 กทม. แข่งรถลองความเร็วกันบนทางพิเศษอุดรรัถยาบริเวณด่านเชียงรากขาเข้า ตามที่ปรากฏในวิดีโอดังกล่าว

เจ้าหน้าที่จึงได้แจ้งข้อหา “แข่งรถในทางโดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นหนังสือจากเจ้าพนักงานจราจร โทษจำคุกไม่เกิน 3 เดือน ปรับตั้งแต่สองพันบาท ถึง หนึ่งหมื่นบาทบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และให้ศาลสั่งพักใบอนุญาตขับขี่ไม่น้อยกว่า 1 เดือน หรือเพิกถอนใบอนุญาตขับขี่

“จึงอยากฝากไปถึงกลุ่มน้องๆ ที่ชอบแข่งรถบนถนนสาธารณะ ว่ายังมีกิจกรรมอีกมากมายที่กลุ่มซูเปอร์คาร์สามารถไปทำประโยชน์ให้แก่สังคม เช่น รวมตัวกันนำสิ่งของต่างๆ ไปบริจาคให้กับสถานที่ต่างๆตามต่างจังหวัดหรือจัดกิจกรรมทำบุญต่างๆ ที่ไม่สร้างความเดือดร้อนให้กับสังคม” พ.ต.อ.นิธิธร กล่าว

ด้าน นายจิรวัชร์กล่าวว่า ต้องขอโทษกับสังคมอีกครั้ง ที่สร้างความเดือดร้อนรำคาญให้กับประชาชนทั่วไปที่ผ่านมา ไม่เคยรู้เลยว่าสิ่งที่ทำอยู่เป็นการสร้างความเดือนร้อนแต่ตอนนี้ทราบแล้ว ต่อไปจะชักชวนกันไปทำอะไรที่มีประโยชน์มากกว่านี้

เพิ่มเพื่อน

ที่มาของเนื้อหา : www.khaosod.co.th