เผยประวัติหนุ่มอเมริกันบุกเกาะหวงห้าม ถูกธนูยิงตาย กะไปผูกมิตรชนเผ่า

Advertisementศูนย์รักษาผู้มีบุตรยาก

SURVIVOR / Instagram

เผยประวัติหนุ่มอเมริกันบุกเกาะหวงห้าม ถูกธนูยิงตาย กะไปผูกมิตรชนเผ่า

เผยประวัติหนุ่มอเมริกันบุกเกาะหวงห้าม – เมื่อ 22 พ.ย. บีบีซี รายงานเผยประวัติชายหนุ่มอเมริกันที่จบชีวิตอย่างสะเทือนขวัญ หลังบุกเข้าไปบนเกาะหวงห้ามในอาณาเขตของประเทศอินเดีย บริเวณหมู่เกาะอันดามันและนิโคบาร์ และถูกชนเผ่าบนเกาะระดมใช้ธนูและหน้าไม้ จนถึงแก่ความตาย

 นายจอห์น อัลเลน เชา วัย 27 ปี ผู้เคราะห์ร้ายถึงตายรายนี้ เป็นมิชชันนารีคริสต์ แต่เคยบรรยายถึงตนเองไว้ว่าเป็นนักผจญภัย ระหว่างให้สัมภาษณ์สื่อ เอาต์บาวด์ คอลเล็กทีฟ เมื่อ 4 ปีก่อนว่า “ผมชอบการสำรวจเป็นชีวิตจิตใจ”

INSTAGRAM/JOHN CHAU

ก่อนหน้านี้ นายเชาเคยบุกเข้าไปสำรวจป่าทึบใกล้แม่น้ำชิลลิแว็ก พรมแดนอเมริกา-แคนาดา นอกจากนี้ยังไปค้นหาน้ำตกที่มีคนร่ำลือกันว่าอยู่ในป่าแถบทะเลอันดามัน หรือไม่ก็ไปสำรวจรอบๆ เมืองเพื่อให้ได้ความรู้สึก

สำหรับการจบชีวิตอย่างไม่คาดคิดของหนุ่มอเมริกันรายนี้  ตำรวจเผยว่านายเชาเคยเข้าไปเยือนเกาะดังกล่าวมาแล้ว 4-5 ครั้งด้วยความช่วยเหลือของชาวประมง รวมถึงครั้งสุดท้าย นายเชาให้เงินชาวประมงคนหนึ่งฝ่าฝืนกฎห้ามเข้า พาบุกเข้าไปยังเกาะนอร์ท เซนทิเนล และถูกชนเผ่าเซนทิเนเลสยิงธนูใส่จนตาย

INSTAGRAM/JOHN CHAU

เทพอินทรา พาธัก ผู้กำกับการตำรวจอันดามัน เผยกับเว็บไซต์ข่าวอินเดีย  News Minute ว่าได้รับข้อมูลมาว่านายเชาอยู่ที่รัฐแอละแบมา ทำงานเป็นหน่วยกู้ชีพ แต่คนคิดว่าเป็นมิชชันนารี เพราะนายเชามักเอ่ยถึงพระเ้า และเขียนถึงศรัทธาของตนเองในโซเชียลมีเดีย แต่จริงๆ แล้วไม่ใช่มิชชันนารีอะไร เป็นนักผจญภัย และที่เข้าไปบนเกาะนั้น ตั้งใจจะไปหาชนเผ่าบนเกาะ

 วันเกิดเหตุ นายเชาว่าจ้างชาวประมงไปส่งแฝงตัวเข้าไปตอนมืด จากนั้นพายเรือคายัคเข้าไปถึงที่หาด และถูกธนูยิงสกัดเสียชีวิตอยู่ตรงนั้น ก่อนไปมีรายงานว่า นายเชาไปซื้อของขวัญ เช่น ลูกบอลเล็ก อุปกรณ์ตกปลาและกรรไกร ตั้งใจจะไปให้ผู้คนบนเกาะแห่งนั้น

เผยประวัติหนุ่มอเมริกันบุกเกาะหวงห้ามINSTAGRAM/JOHN CHAU

สำหรับชนเผ่าบนเกาะที่อยู่แยกตามลำพังนั้นอยู่กันมานานมากเป็นหกหมื่นปีแล้ว ไม่เคยมีเหตุการณ์โรคระบาดใดๆ หลังไม่เคยอนุญาตให้คนนอกเข้าไป การที่นายเชาบุกเข้าไปนั้น อาจนำเชื้อโรคเข้าไปได้ และอาจทำลายชนเผ่าที่มีประชากรอยู่เพียง 50-150 คน

……………

ที่มาของเนื้อหา : www.khaosod.co.th