หุ้นไทยมีแรงขายออกมามากในช่วงบ่ายท้ายตลาด กดดัชนีปิดติดลบ 12.93 จุด

Advertisementศูนย์รักษาผู้มีบุตรยาก

สรุปภาวะตลาดหุ้นไทย (SET) วันพฤหัสบดีที่ 22 พฤศจิกายน 2561 ปิดที่ 1,604.40 จุด ปรับตัวลดลง -12.93 จุด คิดเป็น -0.80% จุดสูงสุดอยู่ที่ 1,622.01 จุด จุดต่ำสุดอยู่ที่ 1,603.00 จุด โดยมีมูลค่าการซื้อขายอยู่ที่ 35,246.39 ล้านบาท ส่วนดัชนี SET50 ปิดที่ 1,065.48 จุด ปรับตัวลดลง -8.91 จุด

ภาวะตลาดหุ้นนิวยอร์ก ดาวโจนส์ปิดลบ 0.95 จุด หลังจากสหรัฐเปิดเผยข้อมูลเศรษฐกิจที่อ่อนแอ ซึ่งรวมถึงยอดสั่งซื้อสินค้าคงทนที่ร่วงลงหนักสุดในรอบกว่า 1 ปี อย่างไรก็ตาม ดัชนี S&P500 และ Nasdaq ดีดตัวขึ้นปิดตลาดในแดนบวก โดยได้แรงหนุนจากการที่นักลงทุนช้อนซื้อหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีและกลุ่มพลังงาน

ตลาดหุ้นยุโรปเปิดลบ ขณะนลท.ระมัดระวังการซื้อขาย ท่ามกลางสถานการณ์ที่ไม่แน่นอนเกี่ยวกับสถานการณ์การแยกตัวของอังกฤษออกจากสหภาพยุโรป (Brexit)

ดัชนี DAX ตลาดหุ้นเยอรมันเปิดลดลง 27.88 จุด ภาวะตลาดหุ้นจีน เซี่ยงไฮ้คอมโพสิตปิดลบ 6.08 จุด ในขณะที่นักลงทุนยังคงระมัดระวังการซื้อขาย ก่อนหน้าที่จะมีการจัดการประชุมระหว่างนายสี จิ้นผิง ประธานาธิบดีจีน และนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ

ภาวะตลาดหุ้นฮ่องกง ฮั่งเส็งปิดบวก 47.94 จุด จากแรงซื้อหุ้นการเงินและบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่ ตามทิศทางหุ้นกลุ่มเดียวกันในตลาดหุ้นนิวยอร์กเมื่อคืนนี้ ซึ่งช่วยชดเชยหุ้นบริษัทจีนที่อ่อนแรงลง

ภาวะตลาดหุ้นโตเกียว นิกเกอิปิดพุ่ง 139.01 จุด เนื่องจากนักลงทุนซื้อคืนหุ้นก่อนที่จะถึงวันหยุดในวันขอบคุณพระเจ้าของสหรัฐ

โดยหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าการซื้อขายสูงสุด 5 หลักทรัพย์ ได้แก่
1. BEAUTY มูลค่าการซื้อขาย 2,838.15 ล้านบาท ลดลง -1.40 บาท คิดเป็น -14.43%
2. AOT มูลค่าการซื้อขาย 2,740.03 ล้านบาท ลดลง -1.50 บาท คิดเป็น -2.38%
3. KBANK มูลค่าการซื้อขาย 1,548.68 ล้านบาท ลดลง -3.00 บาท คิดเป็น -1.55%
4. PTT มูลค่าการซื้อขาย 1,278.76 ล้านบาท ลดลง -0.25 บาท คิดเป็น -0.52%
5. PTTEP มูลค่าการซื้อขาย 1,227.59 ล้านบาท ลดลง -2.50 บาท คิดเป็น -1.92%

ดัชนีมีความพยายามดีดกลับต่อเนื่องแต่ยังไม่ผ่านเส้นค่าเฉลี่ย 5 วัน โดยในช่วงเช้ามีแรงขายทำกำไรออกมาเล็กน้อยและไม่มีการทำ New low โดยที่ดัชนียังประคองตัวปิดในกรอบ BollingerBottom ได้ ในขณะที่วอลุ่มซื้อขายลดลงต่อเนื่องแบบซึมๆ ก่อนที่ในช่วงบ่ายท้ายตลาดจะมีแรงขายออกมาค่อนข้างมากกดให้ดัชนีปิดต่ำ

หากวันนี้(23) ดัชนีไม่ถอยกลับลงมาปิดหลุดเส้น BollingerBottom หรือทำ New low ต่ำกว่า 1,598-1,596 จุดซะก่อน ดัชนีจึงจะมีลุ้นดีดกลับได้ต่อไป โดยมีแนวต้านสั้นๆ ที่เส้นค่าเฉลี่ย 5 วันแถวๆ 1,614 จุด

บริษัทหลักทรัพย์ โกลเบล็ก จำกัด

ที่มาของเนื้อหา : www.khaosod.co.th