ขับ’เฟอร์รารี’ ท่องเมืองระยอง(คลิป)

Advertisement ศูนย์รักษาผู้มีบุตรยาก

บริษัท คาวาลลิโน มอเตอร์ จำกัด ผู้นำเข้ารถเฟอร์รารีอย่างเป็นทางการแต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย จัดทริปนำสื่อมวลชนไปเปิดประสบการณ์ในกิจกรรม “Esperienza Ferrari 2018” (Esperienza เป็นภาษาอิตาลี แปลว่าประสบการณ์) สัมผัสสมรรถนะความแรงเร้าใจของซูเปอร์สปอร์ตจากค่ายม้าลำพอง 2 รุ่น คือ ปอร์โตฟิโนและ จีทีซี 4 ลุซโซ่ ที โดยทริปลองขับจัดขึ้นบนเส้นทางการท่องเที่ยวของจังหวัดระยอง โดยช่วงแรกนี้ทาง “เดลินิวส์” ได้ขับ “เฟอร์รารี ปอร์โตฟิโน” ก่อน มีจุดหมายปลายทางอยู่ที่ทุ่งโปรงทองผืนป่าชายเลนที่ใหญ่ที่สุดของ จ.ระยอง และจุดชมวิวเนินนางพญา จ.จันทบุรี             

สำหรับการขับปอร์โตฟิโนในครั้งนี้แตกต่างจากการได้ไปลองขับครั้งแรกที่นครดูไบ พอสมควร อาจจะเป็นรถพวงมาลัยขวาเลยทำให้อะไรหลาย ๆ อย่างมันดูง่าย ๆ และสบายขึ้น แต่สิ่งที่ยังคงให้ความรู้สึกเหมือนเดิมก็คือความเท่ของรูปทรงที่ดูน่าหลงใหลและมีสัดส่วนสวยงามดึงดูดสายตาของผู้พบเห็นมากกว่ารุ่นแคลิฟอร์เนีย ทีปอร์โตฟิโนเป็นรถสปอร์ตเครื่องยนต์วางหน้าขับเคลื่อนล้อหลัง ติดตั้งหลังคาแบบเปิดประทุนได้และมีเบาะนั่ง 2+2 คือ 2 คนนั่งหน้าสบาย ๆ ส่วน 2 ที่นั่งหลัง ซึ่งมีขนาดเล็กมาก ถ้าจะนั่งได้สบาย ๆ ก็คงต้องเป็นเด็กอายุไม่เกิน 10 ขวบ สำหรับหลังคาสามารถเปิดได้ในเวลา 18 วินาทีด้วยระบบไฟฟ้าและสามารถเปิด/ปิดได้ขณะที่รถวิ่งอยู่เพียงแต่ต้องขับด้วยความเร็วไม่เกิน 35 กม./ชม. ประตูมีจุดเด่นตรงที่เปิดได้มุมกว้างกว่ารถสปอร์ตหลายรุ่นที่เคยได้ลองขับมา สามารถเข้าออกจากห้องโดยสารได้อย่างสะดวก ส่วนพื้นที่ภายในห้องโดยสารตอนหน้ามีขนาดที่กว้างขวาง เบาะนั่งกระชับรับกับรูปร่างได้ดี แม้จะเป็นคนตัวใหญ่ก็นั่งได้สบาย

ในช่วงที่สองขับกลับจาก จ.จันทบุรี ด้วยเฟอร์รารี จีทีซี 4 ลุซโซ่ ที มายังอุทยานแห่งชาติเขาแหลมหญ้า สำหรับจีทีซี 4 ลุซโซ่ ที เป็นรถสปอร์ตแบบ 3 ประตู เครื่องยนต์วางหน้าขับเคลื่อนล้อหลัง และเนื่องจากมีระยะฐานล้อที่ยาวกว่าปอร์โตฟิโนถึง 320 มม. ทำให้ภายในห้องโดยสารติดตั้งเบาะนั่งได้ 4 ที่นั่ง แถมยังมีขนาดที่กว้างขวางเมื่อลองเข้าไปนั่งที่เบาะหลังแล้ว ถึงแม้จะเป็นคนตัวใหญ่ที่สูง 180 ซม. ก็ยังสามารถนั่งได้อย่างสบาย เพียงแต่การเข้าออกจะไม่ง่ายนัก เพราะองศาการเปิดประตูไม่ค่อยกว้าง สำหรับฝาท้ายเพิ่มความสะดวกในการเปิด/ปิดด้วยระบบไฟฟ้า มีความจุขนาด 450 ลิตร และสามารถเพิ่มความจุได้โดยการพับเบาะหลังลง

ส่วนสมรรถนะเฟอร์รารีของทั้ง 2 รุ่น ติดตั้งขุมพลังแบบเดียวกันคือเครื่องยนต์เบนซินแบบวี8 สูบ ขนาด 3.9 ลิตร เทอร์โบ มีแรงบิดสูงสุดเท่ากันที่ 760 นิวตัน-เมตร แต่กำลังสูงสุดของจีทีซี 4 ลุซโซ่ ที อยู่ที่ 610 แรงม้า ในขณะที่ปอร์โตฟิโนให้กำลังสูงสุด 600 แรงม้า การส่งกำลังทั้งหมดผ่านระบบเกียร์แบบ 7 สปีด ที่ใช้ระบบคลัตช์คู่ ช่วยให้การตัดต่อกำลังทำได้อย่างรวดเร็วและนิ่มนวลมากในโหมดคอมฟอร์ตนอกจากนี้ยังมีโหมดการขับขี่แบบสปอร์ตที่ช่วยเพิ่มความเร้าใจและโหมดตัดการทำงานของระบบควบคุมการทรงตัว สำหรับนักขับที่ต้องการใช้ทักษะในการควบคุมรถอย่างเต็มและทั้ง 2 รุ่นสามารถทำอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ได้ในเวลา 3.5 วินาที และสามารถทำความเร็วสูงสุดได้ถึง 320 กม./ชม. เท่ากัน สำหรับราคาเฟอร์รารีทั้ง 2 รุ่นนั้น ทางบริษัท คาวาลลิโน มอเตอร์ ตั้งราคาขายโดยใช้เงินสกุลยูโร (1 ยูโรเท่ากับ 37-38 บาท โดยประมาณ) เพื่อลดปัญหาในการคำนวณการขึ้นลงของค่าเงิน โดยเฟอร์รารี ปอร์โตฟิโน อยู่ที่ 537,000 ยูโร ในขณะที่ เฟอร์รารี จีทีซี 4 ลุซโซ่ ที อยู่ที่ 626,500 ยูโร.

 

ที่มาของเนื้อหา : www.dailynews.co.th