เสื้อหนาวในมือสั่น! กรมอุตุฯ เผยสัปดาห์หน้าอากาศแปรปรวน-อุณหภูมิลดฮวบ

Advertisement ศูนย์รักษาผู้มีบุตรยาก

สัปดาห์หน้าหนาวมาแน่! กรมอุตุฯ เผยจันทร์นี้เป็นต้นไป อุณหภูมิลด 5 องศา ส่วนปลายสัปดาห์เจอฝนฟ้าคะนองอีกรอบ ซัดภาคใต้อ่วม มีคลื่นสูง เตือนชาวเกษตรกรระวังพืชผลเสียหาย กรุงเทพฯ ไม่รอดฝนกระหน่ำด้วย

กรมอุตุฯ / เมื่อวันที่ 25 พ.ย. กรมอุตุนิยมวิทยา พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า บริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคกลางมีอากาศเย็น อุณหภูมิจะลดลง 1-2 องศาเซลเซียส กับมีลมแรง โดยมีฝนเล็กน้อยบางแห่งบริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่างและภาคตะวันออก สำหรับภาคใต้มีฝนบางแห่ง

อนึ่ง พายุโซนร้อน “อุซางิ” (Usagi) บริเวณด้านตะวันออกของชายฝั่งประเทศเวียดนาม มีศูนย์กลางอยู่ทางด้านตะวันออกเฉียงใต้ของเมืองโฮจิมินห์ ประเทศเวียดนาม ประมาณ 150 กิโลเมตร กำลังเคลื่อนตัวทางทิศตะวันตกด้วยความเร็ว ประมาณ 15 กิโลเมตรต่อชั่วโมง คาดว่าจะเคลื่อนขึ้นฝั่งบริเวณเมืองโฮจิมินห์ ประเทศเวียดนามในวันนี้ (25 พ.ย. 61) และจะอ่อนกำลังลงตามลำดับ โดยจะเคลื่อนผ่านทางตอนใต้ของประเทศเวียดนาม ในช่วงวันที่ 25-27 พ.ย. 61 ขอให้ผู้ที่จะเดินทางไปประเทศเวียดนามตรวจสอบสภาพอากาศก่อนออกเดินทาง

ลักษณะสำคัญทางอุตุนิยมวิทยา บริเวณความกดอากาศสูงกำลังปานกลางปกคลุมประเทศไทยตอนบนและทะเลจีนใต้ ลักษณะเช่นนี้ทำให้บริเวณดังกล่าวมีอากาศเย็น และอุณหภูมิจะลดลง กับมีฝนเล็กน้อยบางแห่ง สำหรับมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือยังคงพัดปกคลุมบริเวณอ่าวไทยและภาคใต้ ทำให้ภาคใต้มีฝนบางแห่ง

สำหรับการคาดหมาย ในช่วงวันที่ 26-29 พ.ย. ประเทศไทยตอนบนยังคงมีอากาศเย็น อุณหภูมิจะลดลง 3-5 องศาเซลเซียส ในภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยจะมีฝนฟ้าคะนองเกิดขึ้นได้ในภาคตะวันออกเฉียงตอนล่าง ภาคตะวันออก ภาคกลางตอนล่าง รวมทั้งกรุงเทพมหานคร และปริมณฑล สำหรับภาคใต้มีฝนเพิ่มขึ้น ส่วนบริเวณอ่าวไทยมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร

ส่วนในช่วงวันที่ 30 พ.ย.–1 ธ.ค. ประเทศไทยตอนบนจะมีอุณหภูมิสูงขึ้น กับมีหมอกในตอนเช้า แต่บริเวณภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือยังคงมีอากาศเย็น สำหรับภาคใต้ยังคงมีฝนตกต่อเนื่อง ส่วนคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยมีกำลังอ่อนลง ข้อควรระวัง ในช่วงวันที่ 25-27 พ.ย. ขอให้ผู้ที่จะเดินทางไปประเทศเวียดนามตรวจสอบสภาพก่อนออกเดินทาง และในช่วงวันที่ 26-28 พ.ย. ขอให้ชาวเกษตรกรบริเวณภาคตะวันออกเฉียงตอนล่าง ภาคตะวันออก และภาคกลางตอนล่าง ระมัดระวังพืชผลทางการเกษตรที่จะได้รับความเสียที่จะเกิดขึ้นเนื่องจากฝนที่ตกลงมาไว้ด้วย

พยากรณ์อากาศสำหรับประเทศไทยตั้งแต่เวลา 06.00 น.ของวันนี้ ถึงเวลา 06.00 น.ของวันที่ 26 พ.ย.นี้ ภาคเหนือ อากาศเย็น อุณหภูมิจะลดลง 1-2 องศาเซลเซียส กับมีลมแรง โดยมีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 10 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดลำพูน ลำปาง ตาก และสุโขทัย อุณหภูมิต่ำสุด 17-21 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-34 องศาเซลเซียส สำหรับบริเวณยอดดอยมีอากาศหนาวถึงหนาวจัด อุณหภูมิต่ำสุด 6-14 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ อากาศเย็น อุณหภูมิจะลดลง 1-2 องศาเซลเซียส กับมีลมแรง โดยมีฝนเล็กน้อยบางแห่งทางตอนล่างของภาค อุณหภูมิต่ำสุด 17-20 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-33 องศาเซลเซียส สำหรับบริเวณยอดภูมีอากาศเย็นถึงหนาว อุณหภูมิต่ำสุด 11-14 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.

ภาคกลาง อากาศเย็นในตอนเช้า อุณหภูมิจะลดลง 1-2 องศาเซลเซียส อุณหภูมิต่ำสุด 21-23 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.

ภาคตะวันออก มีเมฆบางส่วน กับมีอากาศเย็นในตอนเช้าทางตอนบนของภาค โดยมีฝนเล็กน้อยบางแห่งทางตอนล่างของภาค อุณหภูมิต่ำสุด 21-24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก) มีเมฆบางส่วน กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 20 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดนครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา และนราธิวาส อุณหภูมิต่ำสุด 22-24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-33 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก) มีเมฆบางส่วน กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 10 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดพังงา ภูเก็ต กระบี่ และตรัง อุณหภูมิต่ำสุด 22-23 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูง 1-2 เมตร

กรุงเทพมหานครและปริมณฑล มีเมฆบางส่วน อุณหภูมิต่ำสุด 23-24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-35 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.

เพิ่มเพื่อน

แท็กกรมอุตุนิยมวิทยากรมอุตุฯฝนตกพยากรณ์อากาศหนาว

ที่มาของเนื้อหา : www.khaosod.co.th