รวบแล้ว’น้องของขวัญ’หวานใจแสนร้ายของ’นัท โอนไว’

Advertisement ศูนย์รักษาผู้มีบุตรยาก

จากกรณีนายสรฉัตร ผลวัฒนา อายุ 31 ปี เจ้าของสมญานามที่ชาวเน็ตตั้งให้ว่า “นัท โอนไว” หนุ่มสายเปย์ ชาว จ.จันทบุรี ที่หลงเสน่ห์โปรไฟล์ “ น้องของขวัญ ” จนพลาดท่าในแอพหาคู่ ทำให้ถูกแชทหลอกโอนเงินไปกว่า  98,000 บาท ต้องเข้าแจ้งความที่สภ.เมืองจันทบุรี กลายเป็นบุคคลที่มีคนรู้จักไปทั่วประเทศ

เมื่อวันที่ 6พ.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.ต.ท.สุทธิพงษ์ วงษ์ปิ่น ผบช.น ,พล.ต.ต.อิทธิพล อัจฉริยะประดิษฐ์ ผบก.สส , พ.ต.อ.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ รอง ผบก.สส.บช.น.,กองกำกับการวิเคราะห์ข่าวและเครื่องมือพิเศษ ได้ร่วมกันจับกุมตัว นางนันท์นลิล หรือ ผึ้ง ภควัตสุวรรณ อายุ 32 ปี ที่อยู่บ้านเลขที่ 17/53 หมู่ที่ 2 แขวงบางขุนเทียน เขตจอมทอง กรุงเทพฯ ซึ่งต้องหา กระทำความผิดฐาน “ ฉ้อโกง ” ตามหมายจับศาลแขวงดุสิต ที่ จ.58/2561 ลงวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2560 จับกุมได้ที่ บริเวณลานจอดรถหน้าอาคาร 6 การเคหะร่มเกล้า เลขที่ 123/23 ซอยการเคหะร่มเกล้า แขวงคลองสองต้นนุ่น เขตลาดกระบัง กรุงเทพฯ พฤติการณ์กล่าวคือ ตามที่ได้มีผู้เสียหาย ได้รับความเสียหาย จากการถูกคนร้ายหลอกให้โอนเงิน และ ได้ทรัพย์สินไปเป็นจำนวนมาก จึงได้มีการประชาสัมพันธ์แจ้งเตือนภัย และ ติดตามหาคนร้ายรายนี้ โดยได้มีการขอความ ช่วยเหลือไปยัง สื่อสังคมออนไลน์ ร่วมทั้งขอความช่วยเหลือไปยังผู้สื่อข่าวหลายสำนักต่อมาทางตำรวจได้สืบสวน ติดตามจับกุมผู้ต้องหาได้ จากนั้นจึงได้นำส่ง พนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

สำหรับพฤติการณ์ของผู้ต้องหา กล่าวคือ คนร้ายรายนี้ ได้สมัคร แอปพลิเคชัน “ JAUMO (จูโม่) ” ซึ่งเป็นแอปที่ สร้างโปร์ไฟล์ เพื่อทำการหาคู่ในสื่อสังคมออนไลน์ เมื่อผู้เสียหาย เห็นรูปโปร์ไฟล์ ที่ทางคนร้ายได้นำภาพของบุคคลอื่นมาตั้งเป็นรูปของตนเอง ก็ได้หลงเชื่อ จากนั้นได้มีการติดต่อเพื่อสนทนากัน ผ่านแอปพลิเคชัน “ ไลน์ ” ซึ่งต่อมา ทางคนร้าย ได้หลอกผู้เสียหายให้โอนเงินไปให้ โดยอ้างเหตุผลหลายประการจนผู้เสียหายหลงเชื่อ โอนเงินจำนวนหลายครั้งเป็นเงินรวม 89,330 บาท จากนั้นคนร้ายก็ได้ปิดช่องทางการติดต่อสื่อสารกับทางผู้เสียหาย เมื่อทางผู้เสียหาย รู้ตัวว่าตนเองถูกหลอกแล้ว จึงได้เข้าแจ้งความกับ พนักงานสอบสวน สภ.เมืองจันทบุรี เพื่อดำเนินคดีกับคนร้ายรายนี้ ซึ่งต่อมาผู้เสียหายอีกรายที่ถูก คนร้ายนำรูปของตนเองมาใช้ ทำให้ตนเองได้รับความเสียหายต่อชื่อเสียง ก็ได้เข้าแจ้งความ ต่อพนักงานสอบสวน สน.หัวหมาก ด้วยเช่นกัน ในส่วนของผู้ที่ได้รับความเสียหาย หากท่านใดยังไม่แจ้งความร้องทุกข์ ขอให้ไปแจ้งความร้องทุกข์ในท้องที่เพื่อดำเนินคดีกับผู้ต้องหาในคดีนี้ เพื่อจะได้อายัดตัวผู้ต้องหานี้ตามกฎหมายต่อไป ทั้งนี้ทางบช.น.จะแถลงข่าวในช่วงบ่ายวันนี้

ที่มาของเนื้อหา : www.dailynews.co.th