เจ้าหนูเสื้อเมสซี่ถุงพลาสติก ชะตาผันฝันร้าย หนีตาลิบันหัวซุกหัวซุน

Advertisement ศูนย์รักษาผู้มีบุตรยาก

เจ้าหนูเสื้อเมสซี่ถุงพลาสติก ชะตาผันฝันร้าย หนีตาลิบันหัวซุกหัวซุน

เจ้าหนูเสื้อเมสซี่ถุงพลาสติก – เมื่อ 7 ธ.ค. เดอะซัน รายงานเรื่องราวความคืบหน้าในชีวิตของเจ้าหนูชาวอัฟกันใส่เสื้อถุงพลาสติกเมสซี่ ที่โด่งดังไปทั่วโลก เมื่อปี 2559 ว่าล่าสุดเด็กและครอบครัวต้องอพยพหนีไปอยู่กรุงคาบูล เมืองหลวงแล้ว เนื่องจากถูกข่มขู่เอาชีวิตจากกลุ่มนักรบตาลิบัน

เด็กชาย มูร์ตาซา อาห์มาดี ปัจจุบันอายุ 7 ขวบ และครอบครัว ต้องหลบหนีออกจากบ้านเกิดที่เมืองจาโกรี จังหวัดกาซนี ภาคตะวันออกเฉียงใต้ของอัฟกานิสถาน หลังจากการเกิดการโจมตีโดยกลุ่มตาลิบัน ทำให้ภูมิภาคที่เคยสงบสุขในอัฟกานิสถานไม่ปลอดภัยอีกต่อไป

เด็กชายและแม่ต้องหนีมาเมืองหลวง AFP

ภาพที่เจ้าหนูมูร์ตาซาใส่ถุงลายฟ้าขาวตัดเป็นเสื้อเป็นภาพที่แชร์สะพัดไปทั่วโลก จนเป็นข่าวใหญ่เมื่อสองปีก่อน อีกทั้งเด็กยังได้พบลิโอเนล เมสซี ซูเปอร์สตาร์นักเตะชาวอาร์เจนตินา ที่ประเทศกาตาร์ ครั้งนั้นเมสซีให้เสื้อทีมชาติอาร์เจนตินาของจริงให้เจ้าหนูมูร์ตาซาด้วย 2 ตัว

ย้อนอ่านข่าว : พบหน้ากันแล้ว เจ้าหนูเสื้อถุงพลาสติกฟ้าขาวกับซูเปอร์สตาร์เมสซี่

 แต่ชะตาล่าสุดที่เผชิญอยู่ ทำให้เจ้าหนูกลายเป็นคนไร้บ้าน เด็กให้สัมภาษณ์ทั้งน้ำตาว่า “ผมคิดถึงบ้านเราที่เมืองจาโกรี ผมไม่มีบอลเล่นเลยที่นี่ ผมเล่นฟุตบอลไม่ได้ ออกไปไหนก็ไม่ได้ ผมต้องทิ้งเมืองไว้ เราเอาเมืองมาด้วยไม่ได้”

เจ้าหนูเสื้อเมสซี่ถุงพลาสติกชีวิตไม่ได้ดีขึ้นอย่างที่หลายๆ คนคิด AFP

 “ตอนที่เราหนีออกจากบ้านมาเป็นตอนดึก แม่บอกผมให้ทิ้งลูกฟุตบอลและเสื้อ (ฟุตบอล) ไว้” เด็กชาย กล่าว

 ด้านฮูมายูน อาห์มาดี พี่ชาย กล่าวว่า การพบกับเมสซี่ครั้งเดียวตอนนั้นทำให้ครอบครัวตกอยู่ในอันตราย อยู่อย่างหวาดผวา เพราะคนคิดว่าเมสซี่คงให้เงินกับครอบครัวเราจำนวนมาก

 “เพราะทั้งหมดนี้ทำให้เรากลัวว่าเราจะถูกลักพาตัว เราต้องขังมูร์ตาซาไว้ในบ้าน เราไม่ได้ส่งเขาไปโรงเรียนมาสองปีแล้ว” อาห์มาดีกล่าว

นางชาฟิคา แม่ของเด็กเล่าเสริมว่า “ผู้ทรงอำนาจในท้องถิ่นบอกว่า เจ้ารวยแล้วนี่ เอาเงินที่ได้จากเมสซี่มาให้เราซะ ไม่งั้นเราจะเอาลูกชายเจ้าไป”

เมสซี่พบเด็กเมื่อปี 2549 ที่กาตาร์ / REUTERS

ครอบครัวของเจ้าหนูเสื้อเมสซี่ หวังว่าจะได้ลี้ภัยไปอยู่อเมริกา หลังจากได้พบเมสซีแล้ว แต่คำขอนั้นกลับถูกปฏิเสธ ถ้าจะลี้ภัยก็ไปได้แค่ปากีสถาน ชาติเพื่อนบ้านเท่านั้น ตอนนี้ครอบครัวจึงต้องพึ่งพาองค์กรเอ็นจีโอ เพื่อให้มีชีวิตรอดต่อไปได้ และได้แค่หวังว่า เมสซี่จะมาช่วยตามที่เคยสัญญาไว้

“เมสซี่บอกผมว่า ถ้าหนูโตขึ้นเมื่อไหร่ ฉันจะจัดการเรื่องให้นะ” มูร์ตาซา กล่าวและว่า หลังจากพบกันเมื่อปี 2559 แล้ว ก็ไม่ได้พูดคุยกันอีกเลย ขณะที่สถานการณ์ย่ำแย่ลง

ที่มาของเนื้อหา : www.khaosod.co.th