สาวอ้างถูกหัวหน้าขืนใจ แจงสาเหตุ ยิ้มแย้มเข้ารีสอร์ท ลั่น ถูกบังคับ กลัวมากไม่กล้าขัดขืน (คลิป)

300

ความคืบหน้าจากกรณีที่ น.ส.บี (นามสมมติ) อายุ 19 ปี เข้าแจ้งความระบุว่า นายฤทธิ์ (นามสมมติ) หัวหน้างานในห้างขายอุปกรณ์ก่อสร้างมีชื่อแห่งหนึ่ง ในพื้นที่ ต.หมูม่น อ.เมือง จ.อุดรธานี ก่อเหตุกระทำอนาจารและข่มขืนรวมจำนวน 4 ครั้ง แลกกับการผ่านงาน พร้อมข่มขู่ไม่ให้นำเรื่องไปบอกใคร โดยต่อมาผู้ถูกกล่าวหาได้ชี้แจงความสัมพันธ์ทั้ง 4 ครั้งไม่ได้มีการขู่บังคับ เชื่อว่าเป็นการแบล็กเมล์เรียกเงิน เพราะมีการอ้างว่าท้อง แต่เมื่อไปตรวจกลับไม่พบ และยังมีการเรียกเงินเพื่อให้เรื่องจบด้วย

ล่าสุด น.ส.บี กล่าวว่า กำลังจะเข้าโครงการคุ้มครองพยานของกระทรวงยุติธรรม พร้อมชี้แจงเรื่องที่นายฤทธิ์พูดมานั้นไม่เป็นความจริง หลังเกิดเหตุได้ไปแจ้งความตั้งแต่วันที่ 15 มิ.ย. แต่ตอนนั้นตำรวจยังไม่รับแจ้งความ ได้แต่สอบปากคำเบื้องต้นเอาไว้ แต่ได้ทำเรื่องใบส่งตรวจร่างกายให้ไปทำการตรวจที่โรงพยาบาล ก่อนนัดให้มาพบที่โรงพักอีกครั้งกระทั่งเป็นข่าว โดยวันนี้ตำรวจได้สอบปากคำตนและนายฤทธิ์ หลังสอบปากคำได้ไม่นานก็มีคนโทรเข้ามาหา เป็นตำรวจยศร้อยตำรวจเอก ญาติของคู่กรณีที่เป็นอดีตตำรวจได้มาเจรจาของไกล่เกลี่ย เสนอเงินให้จำนวน 3 หมื่นบาท ซึ่งตนได้ปฏิเสธ พร้อมบอกว่าจะเป็นเงินหลัก 3-4 แสนบาทตนก็ไม่เอา แลกกับการสูญเสียไม่ได้

ส่วนเรื่องที่บอกว่าตนเป็นคนเปิดห้อง ความจริงนายฤทธิ์เป็นคนเปิดห้อง บังคับให้ตนขี่รถไป เพราะเขาเอาอาวุธปืนจี้ตนไป โดยจี้อยู่ทางด้านขวามือ ส่วนที่มีภาพมาบอกว่าตนเดินไปรอที่รถ เรื่องนี้ก็ไม่จริง เพราะเขาบอกว่าให้ตนเดินไปเอาเอกสารที่รถ ตนเดินไปที่รถเขา จากนั้นเขาก็เดินตามออกมา ทำไมกล้องมีตั้งหลายตัวไม่เอามาเปิดทั้งหมด ทำไมถึงมีแต่ภาพมุมนี้ ซึ่งเรื่องนี้ตำรวจเคยขอภาพกล้องวงจรปิดจากที่ทำงาน แต่ที่ทำงานบอกว่าลบภาพไปหมดแล้ว ส่วนที่กล่าวหาว่าตนสร้างเรื่องว่าท้องและมีการเรียกเงินก็ไม่เป็นความจริง

ส่วนการที่ตนไปทำงานในห้างวัสดุก่อสร้างนั้น เพราะอยู่บ้านเหงา เห็นเพื่อนไปทำงาน ก็เลยไปสมัครทำงานตอนอายุ 18 ปี หลังเรียนจบ ม.6 เพื่อจะได้เจอเพื่อน และหาประสบการณ์ทำงานด้วย เพื่อรอเวลาที่แม่จะให้ไปเรียนต่อเมืองนอก แต่ก็มาเจอคนที่ไม่ดี หัวหน้าแผนกใช้กลอุบายต่าง ๆ ลวงตนไปข่มขืน

นางสวย (นามสมมติ) แม่ น.ส.บี บอกว่า ในตอนนี้มีหน่วยงานยื่นมือเข้ามาช่วยก็มีความหวัง ที่จะได้รับความเป็นธรรม ทางสำนักงานยุติธรรมจังหวัดเตรียมเข้าโครงการคุ้มครองพยาน ซึ่งเรื่องที่เกิดขึ้นมีผู้ใหญ่ในกระทรวงยุติธรรมทราบเรื่องตั้งแต่แจ้งความมาโดยตลอด หลังจากเรื่องนี้จบตนคงจะพาลูกสาวไปอยู่ประเทศอังกฤษ ฐานะทางบ้านตนก็ไม่เดือดร้อน มีบ้านเช่าอยู่ประเทศอังกฤษ และมีธุรกิจส่วนตัวร้านซักรีดอยู่ที่ จ.อุดรธานี มีรายได้ต่อเดือนหลักแสนกว่าบาท มีความประสงค์ต้องการความยุติธรรมให้กับลูกสาว และดำเนินคดีให้ถึงที่สุด

ขณะที่ นางแอร์ (นามสมมติ) ภรรยาของคนก่อเหตุ เปิดใจว่า ตนทราบเรื่องเมื่อวันที่ 14 มิ.ย. ซึ่งเป็นสองวันถัดมาหลังจากที่ทั้งคู่ไปมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกัน ทันทีที่ทราบตนรู้สึกช็อกและตั้งสติ มาพูดคุยกับสามีว่าเกิดอะไรขึ้น ซึ่งสามีก็ยอมรับว่าแอบไปมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกับ น.ส.บีจริง จากนั้นตนจึงพา น.ส.บี ที่อ้างว่าท้องไปตรวจครรภ์ด้วยตัวเอง กระทั่งทราบผลว่าไม่ท้อง

โดยระหว่างที่มีการตรวจครรภ์ แฟนที่เป็นสาวหล่อพยายามบอกว่าจ่ายเงินชดเชยมา 100,000 บาท เพื่อให้เรื่องจบ ตนเอะใจทำไมเรียกร้องเงินขนาดนี้ จากนั้นจึงได้พูดคุยกับ น.ส.บี ถึงเรื่องที่เกิดขึ้น ซึ่ง น.ส.บี ก็ไม่เคยที่จะเอ่ยว่าตัวเองถูกข่มขืน ในทางตรงกันข้ามกลับท่าทางสำนึกผิด ขอโทษตน และบอกว่าที่ทำแบบนี้เพราะอยากแก้แค้นฝ่ายชาย และที่ไม่บอกตนว่ามีอะไรกัน เพราะกลัวโดนตบ ซึ่งตนก็ไม่ติดใจอะไร แต่คู่กรณีอยากให้รับผิดชอบและมีการไปแจ้งความดำเนินคดี เรียกร้องค่าเสียหาย

โดยส่วนตัวเชื่อมั่นในตัวสามีว่าไม่มีทางข่มขืน น.ส.บี อย่างแน่นอน เป็นลักษณะของเป็นชู้กัน แล้วคาดว่าแฟนทอมจับได้จึงกลัววโดนทิ้ง จึงอ้างว่าถูกข่มขืน เพราะถ้าโดนข่มขืนจริงต้องไปบอกแฟนสาวหล่อหรือบอกตน ซึ่งทำงานอยู่ห้างขายวัสดุก่อสร้างด้วยกัน

หลังจากเกิดเหตุขึ้น ตนไม่รู้สึกโกรธสามีหรือใคร เพราะตนชอบความถูกต้อง ขณะเดียวกันเป็นห่วงสามี เพราะถูกตกเป็นเหยื่อด้วยซ้ำ อย่างไรก็ตามยอมรับว่าเสียใจที่สามีไปหลับนอนกับคนอื่น ขณะที่ตนก็กำลังตั้งครรภ์ 6 เดือน ซึ่งตนรู้นิสัยว่าสามีเจ้าชู้ แต่ไม่เคยทำร้ายข่มขืนผู้หญิงแน่นอน

คลิปข่าว

ขอบคุณ amarintv