เริ่มแล้วงานถนนสายวิทย์ฯ รับวันเด็กแห่งชาติ  

Advertisement ศูนย์รักษาผู้มีบุตรยาก

วันนี้ (10 ม.ค.62 ) ที่กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ถนนโยธี  กระทรวงวิทย์ร่วมกับหน่วยงานพันธมิตร บนถนนโยธี และถนนพระรามที่ 6 จัดพิธีเปิดงานงานถนนสายวิทยาศาสตร์ ประจำปี 2562 ภายใต้แนวคิด“สนุกวิทย์ พิชิตตารางธาตุ”   โดยนางสุวรรณี   คำมั่น   เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทย์   กล่าวว่า    ตลอดระยะเวลา 13 ปีที่ผ่านมา กระทรวงวิทย์ ได้ให้ความสำคัญกับการส่งเสริมให้เยาวชนไทยมีโอกาสเรียนรู้วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีอย่างสนุกสนานผ่านการคิด ทดลอง ลงมือปฏิบัติจริง โดยประสานความร่วมมือกับหน่วยงานพันธมิตร บนถนนโยธี และถนนพระรามที่ 6 แห่งนี้ เพื่อเป็นการร่วมเฉลิมฉลองวันเด็กแห่งชาติ   โดยให้ความสำคัญต่อกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับเด็กและเยาวชน ให้มีประสบการณ์ ความรู้ และมีความเพลิดเพลินกับกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ให้ได้ร่วมสนุก คิดค้น ทดลอง จนเกิดเป็นแรงบันดาลใจแห่งการเรียนรู้ และเปลี่ยนมุมมองความคิด จนตระหนักว่า “วิทยาศาสตร์” ไม่ใช่เรื่องยาก หรือเรื่องที่น่าเบื่ออีกต่อไป   ตลอดจนได้นำกิจกรรมสื่อการเรียนการสอนในรูปแบบ STEM Education ที่ทันสมัยมาให้เยาวชนได้เล็งเห็นว่า วิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และเทคโนโลยีเป็นศาสตร์ที่ใกล้ชิดกับชีวิตประจำวัน ชวนให้เกิดการตั้งคำถาม และค้นหาคำตอบโดยบูรณาการร่วมกับศาสตร์อื่น ๆ ด้วยตนเอง เพื่อให้เกิดการพัฒนาต่อยอดเทคโนโลยีและสร้างสรรค์นวัตกรรม และนำไปประยุกต์ใช้   


โดยปีนี้มีการสร้างสรรค์นิทรรศการและกิจกรรมต่าง ๆ ได้รับความร่วมมือจากคณะผู้จัดงานทั้ง 17 หน่วยงาน     ในสังกัด 3 กระทรวง ได้แก่ กระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม  และกระทรวงวิทย์ ฯ  รวมทั้ง ผู้เกี่ยวข้องทุกภาคส่วนได้ร่วมแรงร่วมใจจัดกิจกรรมดี ๆ เพื่อเยาวชน ภายใต้แนวคิดหลัก  “สนุกวิทย์ พิชิตตารางธาตุ” เพื่อเฉลิมฉลองครบรอบ 150 ปีการค้นพบตารางธาตุของดมีตรี เมนเดเลเยฟ ซึ่งองค์การ UNESCO ได้กำหนดไว้ให้เป็นปีสากลในปี 2562  อีกทั้งเพื่อสร้างความตระหนักในความสำคัญของธาตุเคมีที่ช่วยส่งเสริมการพัฒนาอย่างยั่งยืนและเป็นส่วนช่วยในการเสนอทางออกของปัญหาระดับโลก ด้านพลังงาน การศึกษา เกษตรกรรมและสุขภาพ  ตลอดจนเปิดสถานีกิจกรรมและการทดลองทางวิทยาศาสตร์ให้เด็กไทยได้เรียนรู้ สัมผัสอย่างใกล้ชิด พัฒนาความคิดผ่านประสบการณ์จริงมากถึง 30 สถานีกว่า 100 กิจกรรม ที่ล้วนมีความน่าสนใจ และเชื่อว่าเด็กและเยาวชนจะได้รับความรู้และความสนุกสนานอย่างเต็มที่

ด้านผศ.ดร.รวิน   ระวิวงศ์    ผู้อำนวยการองค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ (อพวช.) กล่าวว่า  งานถนนสายวิทยาศาสตร์ ฯ  จัดขึ้นอย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 13  ระหว่างวันที่ 10 – 12 มกราคม 2562 ระยะเวลารวม 3 วัน  ซึ่งในปีที่ผ่านมา กิจกรรมถนนสายวิทย์ ฯ ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี จากตัวเลขในปี 2561 มีผู้เข้าชมงานกว่า 25,000 คน และเชื่อว่าในปีนี้ จะยังคงได้รับความนิยมจำนวนมากเช่นเคย เนื่องจากมีกิจกรรมที่เตรียมไว้ให้เด็กและเยาวชนได้ร่วมสนุก ในรูปแบบของสถานีการทดลองมากถึง 30 สถานี  กว่า 100 กิจกรรม

เช่น สดร. หรือสถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ  จัดกิจกรรมส่องพื้นผิวดวงอาทิตย์ผ่านกล้องโทรทรรศน์ และให้ผู้เข้าร่วมงานประดิษฐ์นาฬิกาดวงจันทร์ ซึ่งเป็นกิจกรรมการเรียนรู้ วิธีดูเวลาจากการสังเกตเฟสของดวงจันทร์   สำนักงานคณะกรรมการนโยบายวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม หรือ สวทน.   ออกบูธนิทรรศการพร้อมจำลองอุปกรณ์ทดลองง่าย ๆ เพื่อให้ความรู้เยาวชนไทยเกี่ยวกับวัฏจักรของน้ำ (Water Cycle) หรือการหมุนเวียนเปลี่ยนแปลงของน้ำซึ่งเป็นปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ ผ่านการทดลองในกิจกรรมเรียนรู้วัฏจักรของน้ำในถุงซิปล็อค  และทำความรู้จักกับนาฬิกาอะตอมซีเซียม (Cesium Clock) ที่ห้องปฏิบัติการเวลาและความถี่ สถาบันมาตรวิทยาแห่งชาติ  ซึ่งใช้ในการสร้างและรักษาหน่วยวินาที ซึ่งเป็นหน่วยของเวลา   และสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ   หรือ NIA ชวนน้องๆ เรียนรู้การเป็นนวัตกรน้อยผ่านกิจกรรม STEAM4INNOVATOR (ส ะตีมฟอร์อินโนเวเตอร์) ด้วยการสร้างสรรค์ “นวัตกรรมทำความสะอาดผิว” พร้อมร่วมเวิร์กช็อปเปิดโลกหุ่นยนต์จำลองเครื่องจักรการผลิตสบู่ และสนุกกับการออกแบบหุ่นยนต์เป็นเครื่องเป่าฟอง ฟอง

 

สำหรับ อพวช. จัดนิทรรศการ มา-หา-ธาตุ รับปีแห่งตารางธาตุสากล โดยเด็ก  ๆ จะได้เรียนรู้พื้นฐานของตารางธาตุ จุดกำเนิดของตารางธาตุกว่าจะมาเป็นตารางธาตุ    และศูนย์ความเป็นเลิศด้านชีววิทยาศาสตร์   หรือ ทีเซลส์  จัดความรู้ด้านวิทยาศาสตร์ “ธาตุแห่งชีวิต” (Element of Life) ให้น้องๆ ได้เรียนรู้แบบง่ายๆ สนุกสนานกับกิจกรรมเกม อาทิ เกมค้นหาธาตุแห่งชีวิตกับลูกบอลมหาสนุก, เกมลูกเต๋าเสี่ยงทายธาตุแห่งชีวิต และ เกมบอร์ดปริศนา ค้นหาคําตอบธาตุแห่งชีวิต พร้อมทั้งบอร์ดนิทรรศการที่ให้ความรู้ในเรื่องของธาตุแห่งชีวิต  

น้องๆ เยาวชน และโรงเรียนที่สนใจสามารถมาเที่ยวชมงานฟรีได้ตั้งแต่วันพฤหัสบดีที่ 10 ถึงวันเสาร์ที่ 12 มกราคม 2562 เวลา 09.00 – 17.00 น.  
 
 
 

ที่มาของเนื้อหา : www.dailynews.co.th