สอน seo wordpress และวิธีใช้ Yoast SEO Plugin WordPress

Advertisement ศูนย์รักษาผู้มีบุตรยาก
สอน seo wordpress
สอน seo wordpress

SEO ย่อมาจาก Search Engine Optimization ซึ่งก็คือกระบวนการแก้ไของค์ประกอบเค้าหน้าเว็บ การปรับปรุงแก้ไขโค๊ด ปรับปรุงแก้ไขความเร็วสำหรับการเข้าถึงเว็บ และก็การเขียนรายละเอียดให้เป็นไปตามสิ่งที่ต้องการของเว็บไซต์ Search Engine ตัวอย่างเช่น เว็บไซต์ Google, Bing ฯลฯ ซึ่งผลสรุปแก้ไขเว็บของแนวทางการทำ SEOจะมีผลให้เว็บของคุณติดอันดับอยู่ในลำดับที่หนึ่งของผลของการค้นหา ด้วยคีย์เวิร์ด (Keyword) หรือคำค้นหาที่คุณอยากได้แล้วก็เกี่ยวโยงกับธุรกิจของคุณ ในส่วนของการแสดงคำตอบเว็บจะปรากฏบนเว็บไซต์ Search Engine ทางซ้ายของ Search Engine ซึ่งการแสดงผลจะแสดงหน้าละ 10 ชั้น หน้าแรก (ชั้น 1-10) และก็ หน้าที่สอง ( ชั้น 11-20) ซึ่งแนวทางการทำ SEO ที่ดีและก็สำเร็จนั้นเว็บไซต์ที่ทำ SEO ควรจะที่จะอยู่หน้าแรกแม้กระนั้นไม่สมควรอยู่เกินหน้าเกินตาที่ 2 ซึ่งจะได้รับการเข้าเยี่ยมชม หลายครั้งเยอะที่สุด ยิ่งชั้นสูงมากแค่ไหนอัตรการคลิกไปสู่เว็บไซต์ก็สูงมากขึ้นเพียงแค่นั้น

Yoast SEO คืออะไร

Yoast SEO คือ ปลั๊กอิน ที่ช่วยปรับโครงสร้างของบทความ ให้เป็นมิตรกับการค้นหาคำของ Google ตัวปลั๊กอินนี้ไม่ได้ช่วยให้เว็บเราติดหน้าแรก แต่เขาจะช่วยเราเช็คลิสต์โครงสร้างเนื้อหาหน้าเว็บของเรา โดยใช้สัญญาณไฟจราจรเป็นตัวบอกว่าโครงสร้างบทความของเราดีพอหรือยัง

ถ้ามีไฟแดงปรากฏขึ้น โครงสร้าง SEO ในบทความนี้ยังไม่ดี ต้องปรับแต่งอีกนะ ถ้าเป็นสีเหลืองแสดงว่าพอใช้ได้ แต่ถ้าไฟเขียวติดเมื่อไหร่ แสดงว่าบทความของเรา มีการใช้ เทคนิคทำ SEO ที่ดีเยี่ยม และถูกหลักการในแบบที่ Google ต้องการ แล้วนั้นเอง

วิธีทำ SEO อย่างง่าย

จุดประสงค์ที่เราเขียนคอนเท้นท์ SEO ส่วนหนึ่งก็เพื่อการทำการตลาดผ่านทางบทความที่มีประโยชน์ต่อผู้อ่านของเรานั่นเอง และอีกส่วนหนึ่งของการเขียนคอนเท้นท์เหล่านี้ก็เพื่อให้คนอื่น Refer หรือทำลิ้งค์มาหาที่เว็บของเรานั่นเอง ถึงจะบอกได้อย่างเต็มภาคภูมิว่าเว็บของเรานั้นมีประโยชน์จริง เจ๋งจริง แล้วจะยิ่งช่วยให้อันดับเว็บเราดีขึ้น สร้างยอดขายได้มากขึ้น

เล่ามาซะยาว อันที่จริงแล้ว ขั้นตอนการทำ SEO ก็ไม่ยากเท่าไหร่  เริ่มกันเลยดีกว่า

วิธีการที่กล่าวมานี้จะใช้ได้ดีกับเว็บไซต์ที่ทำบน WordPress เราสามารถโหลดปลั๊กอินตัวช่วยฟรี ที่ทำให้คนที่ไม่ได้รู้เรื่องไอทีอะไรเยอะแยะ สามารถสร้างคอนเท้นท์ SEO ได้ดีติดอันดับกูเกิลได้ค่ะ

1. ติดตั้งปลั๊กอิน Yoast SEO

เข้ามาที่หน้า Dashboard ของเว็บไซต์เรา จากนั้นก็เลือกคำว่า Plugins และ Add new หาปลั๊กอินนี้แล้วก็ทำการ install ซะ แล้วชีวิตในการทำบทความ SEO จะง่ายขึ้นเยอะ เจ้าปลั๊กอินตัวนี้จะมีให้ใช้ฟรีอยู่บน WordPress ไม่ต้องเสียเงินค่ะ

สอน seo wordpress
สอน seo wordpress

จากภาพด้านล่างจะเห็นว่า Yoast SEO เค้ามีเกณฑ์เป็นข้อๆบอกไว้เลยให้เราสามารถทำตามได้ง่ายๆ ถ้าเราเขียนคอนเท้นท์ได้ตรงตามเกณฑ์ก็จะขึ้นไฟเขียวทีละอัน ยิ่งเราทำไฟเขียวได้มาก ก็ยิ่งช่วยให้คอนเท้นท์เรามีเปอร์เซ็นต์สูงที่จะติดอันดับบน Google

สอน seo wordpress
สอน seo wordpress

2.กำหนดคีย์เวิร์ด

เราควรกำหนดคีย์เวิร์ดที่เราอยากจะให้ติดอันดับกูเกิล เช่น คำว่า อาชีพออนไลน์ และถ้าจะให้ดีต้องลองเอาคำนี้ไปเช็คเรตติ้งดูก่อน ว่ามีการค้นหาเยอะมั้ย แล้วบทความของคนอื่นเป็นอย่างไรบ้างเหมือนหรือต่างจากสิ่งที่เรากำลังจะเขียนอย่างไร เราทำให้ดีกว่าเค้าได้หรือไม่ เช่น บทความเค้าอาจจะมีแค่ 200 คำ งั้นเราก็ต้องเขียน 300 คำ ของเค้ามีรูปเดียว ของเราก็ต้องมี 5 รูปเลย ใส่คลิปวิดีโอแถมด้วย ใส่ข้อมูลให้เต็มที่เลยค่ะ คนจะได้ชอบข้อมูลและเชื่อว่าเราคือตัวจริง รู้ละเอียด ถ้าเราทำให้เค้าชอบได้ แล้วสามารถวนกลับมาอ่านบทความเราอีกได้ก็ถือว่าสำเร็จ

สอน seo wordpress
สอน seo wordpress

3.ตั้งชื่อบทความโดยใส่คีย์เวิร์ดของเราลงไปด้วย

เมื่อเราได้คำที่คิดว่าใช่แล้ว ก็จัดการนำคำนั้น มาแต่งเป็นชื่อบทความด้วยนะคะ และที่สำคัญคือต้องเขียนโปรยข้อความให้ดูน่ากดเข้ามาอ่านด้วย เช่น อาชีพออนไลน์ ทำเงิน 2018 ไม่ต้องลงทุนเยอะ ประมาณนี้ค่ะ ใส่ไว้ที่ SEO Title ได้เลย ดูความยาวให้เหมาะสมด้วยนะคะ เขียนให้ขึ้นแถบเขียวปริ่มๆเกือบเต็ม จะดีมากค่ะ

4.จำนวนคำในบทความต้องมีความยาว 300 คำขึ้นไป

ถ้ามีเว็บไซต์อยู่แล้วเราสามารถเช็คได้จากในหน้า Blog Post ด้านล่างได้เลย หรือจะดูจาก Yoast SEO ก็ได้ เค้าจะนับคำด้วยวิธีของเค้าให้เรา

5.ตั้งชื่อ slug ของบทความเป็นภาษาอังกฤษ

ตามหลักเค้าจะบังคับให้เราใส่คีย์เวิร์ดลงไปด้วยในส่วนของ Slug หรือที่อยู่ลิ้งค์ที่เรียกว่า Url ส่วนใหญ่แล้วคีย์เวิร์ดหรือคำที่เราใช้กันจะเป็นภาษาไทย ซึ่งมันจะมีปัญหาตอนที่เราก็อปปี้ลิ้งค์ไปแชร์ตามที่ต่างๆ ลิ้งค์มันจะกลายเป็นภาษาต่างดาวแล้วก็ยาวมากๆ ทำให้ไม่สวยนะคะ เพราะฉะนั้นข้อนี้ยกเว้นได้ค่ะ ตั้งชื่อลิ้งค์เป็นภาษาอังกฤษดีกว่าค่ะ

6.ใส่คีย์เวิร์ดลงใน Meta description

เป็นการอธิบายบทความแบบกระชับ เอาส่วนของย่อหน้าแรกในบทความมาซัก 2 บรรทัด โดยที่ในย่อหน้านี้ต้องมีคีย์เวิร์ดอยู่ด้วยนะคะ เช่น …. อาชีพออนไลน์ …. และที่จะแนะอีกนิดคือ กูเกิลเค้าไม่ค่อยถนัดภาษาไทยเท่าไหร่ เวลาใส่คีย์เวิร์ดแล้วเขียนติดกันเป็นพรืด เค้าจะหาไม่เจอค่ะ เพราะฉะนั้นเลยต้องมีการเว้นวรรคให้คำนั้นๆด้วย เค้าจะได้หาคำสำคัญให้เราได้ง่ายๆนะคะ

สอน seo wordpress
สอน seo wordpress

7. ต้องมีคีย์เวิร์ดในย่อหน้าแรกของบทความ

เราก็ต้องมีคีย์เวิร์ดอยู่ในนั้นด้วย ทำตัวหนาและเว้นวรรคหน้าหลังไว้ ก็จะช่วยให้กูเกิลตรวจเจอคำได้ค่ะ

8. เอาคีย์เวิร์ดมาตั้งเป็นหัวข้อ Subheading เช่น H1, H2, H3

ขั้นตอนนี้เหมือนเป็นการเน้นคำคีย์เวิร์ดให้ชัดเจนมากยิ่งขึ้น เค้าจะได้จับคำได้ง่ายขึ้น ว่าเราอยากให้คำนี้ติดอันดับ

9.ในบทความต้องมีการทำ บูลเล็ท หรือ การทำคอนเท้นท์ให้เป็นข้อๆ

เพื่อความสะดวกในการอ่านและทำให้คนอ่านเข้าใจเนื้อหาของบทความได้ง่ายขึ้นค่ะ

10.ต้องมีรูปภาพที่มี alt text เดียวกันกับคีย์เวิร์ด อย่างน้อยหนึ่งรูป

การมีภาพประกอบจะช่วยให้บทความของเราน่าอ่านมากขึ้น และจะดีขึ้นไปอีกถ้าเราใส่คีย์เวิร์ดที่เรากำหนด ลงไปที่ alt ของภาพด้วย เพราะกูเกิลเค้าจะมองไม่เห็นภาพของเรา เค้าอ่านโค้ดได้อย่างเดียว หน้าที่ของเราคือทำในสิ่งที่กูเกิลอ่านออก

11.คีย์เวิร์ดต้องไม่ซ้ำกับที่เคยมีในเว็บไซต์

เข้าใจว่าบางทีเราก็อยากจะให้มีคำคีย์เวิร์ดที่เป็นประเด็นหลักของเว็บไซต์เราอยู่ในหลายๆบทความ เมื่อเราไม่สามารถใช้คำซ้ำได้ เราก็สามารถเลี่ยงคำได้ค่ะ เช่น มีคำคีย์เวิร์ด บวกกับ คำขยาย เช่น อาชีพออนไลน์ ทำเงิน เท่านี้ก็ไม่ซ้ำแล้วค่ะ

12.คีย์เวิร์ดต้องมีจำนวนกำลังดี

ไม่มากเกินไป จนกลายเป็นบทความ Spam ซึ่งเค้าจะเหมาว่าบทความของเรานั้นไม่ได้คุณภาพ

13.เขียนสรุปคอนเท้นท์

ตอนท้ายต้องเขียนสรุปคอนเท้นท์ด้วยว่า ทั้งหมดที่เล่ามานั้น สรุปแล้วมันคืออะไร เพื่อให้คนเข้าใจประเด็นที่เราต้องการสื่อได้ง่ายขึ้น และไม่สับสน

14.ต้องมี internal link

คือการทำลิ้งจากคอนเท้นอื่นที่เกี่ยวข้องจากบทความ หรือจากหน้าเพจก็ได้ ซึ่งเราควรทำเป็นประโยคแล้วใส่ลิ้งค์เข้าไปในประโยคเหล่านั้น

15.ต้องมี Outbound Link

วิธีเดียวกับ internal link แต่คราวนี้เป็นการทำลิ้งค์ที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้จากภายนอก เช่น การอ้างอิงข้อมูล ตัวอย่างผลงาน ที่จะช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือให้บทความของเรามากขึ้น

ที่มาของเนื้อหา : www.easy4seo.com