เคาะแล้ว! ประกันราคาปาล์ม โลละ 4 บาท จำกัด 25 ไร่ต่อครัวเรือน

283

เมื่อวันที่ 7 ส.ค. ที่รัฐสภา นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.พาณิชย์ กล่าวภายหลังการประชุม 3 ฝ่าย เพื่อแก้ไขราคาปาล์มน้ำมันว่า ที่ประชุมเห็นชอบร่วมกันว่าจะประกันราคาปาล์มน้ำมันที่ 4 บาทต่อกิโลกรัม เปอร์เซนต์น้ำมันที่ 18% โดยกำหนดเกษตรกรรายย่อยที่มีสิทธิ์ในการรับเงินประกันราคาที่ 25 ไร่ต่อครัวเรือน กำหนดจ่ายทุกๆ 3 เดือน รวม 4 ครั้งต่อปี จนกว่าราคาปาล์มจะขึ้นไปแตะที่ 4 บาทต่อกิโลกรัม เช่น หากราคาตลาดอยู่ที่ 3.80 บาท เกษตรกรจะได้เงินประกันราคาส่วนต่าง 0.20 บาท โดยจะคำนวณทุก 15 วัน และจะมีอนุกรรมการที่จะมีการจัดตั้งขึ้นเป็นผู้คำนวณ

ทั้งนี้ จะให้สิทธิ์กับเกษตรกรที่ขึ้นทะเบียนไว้กับหน่วยงานของรัฐและจ่ายเงินผ่านบัญชีของธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร(ธกส.) เพื่อให้เงินถึงมือเกษตรกรโดยตรง หลังจากนี้จะนำเสนอผลที่ประชุมต่อคณะกรรมการปาล์มน้ำมันแห่งชาติ ที่มีนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ก่อนจะนำเสนอที่ประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) ต่อไป และในเร็วๆ นี้จะเดินทางพบปะเกษตรกรชาวสวนปาล์มทางภาคใต้ เช่น จ.สุราษฎร์ธานี กระบี่ เพื่อติดตามความคืบหน้าของมาตรการความช่วยเหลือของรัฐบาล โดยขณะนี้ราคาผลปาล์มสดอยู่ที่ 2.50-2.60 บาทต่อกิโลกรัม

นายจุรินทร์ กล่าวต่อว่า สำหรับมาตรการประกันราคาถือเป็นเพียงมาตรการหนึ่งในการแก้ไขปัญหาปาล์มน้ำมัน เพราะจะต้องทำควบคู่กับมาตรการอื่นๆ คือ 1.มาตรการส่งเสริมการใช้บี 10 โดยผู้แทนกระทรวงพลังงานก็มีแนวทางที่จะส่งเสริมให้มีการใช้บี 10 เป็นภาคบังคับภายในสิ้นปีนี้ซึ่งจะทำให้สต๊อกปาล์มน้ำมันลดลง 2.มาตรการการใช้น้ำมันปาล์มไปใช้เป็นพลังงานเชื้อเพลิงผลิตไฟฟ้า ซึ่งเป็นมาตรการที่ ครม. เคยอนุมัติไว้ก่อนหน้านี้แล้ว

3.การกำกับดูแลการใช้สต๊อกน้ำมันปาล์มที่เดิมจะใช้วิธีวัดด้วยการนำเจ้าหน้าที่ขึ้นไปวัดบนถังน้ำมัน รวมทั้งคำนวณจากบัญชีน้ำมันปาล์ม ซึ่งได้รับข้อร้องเรียนจากภาคเอกชนมาโดยตลอด จึงจะเปลี่ยนไปใช้วิธีการวัดปริมาณสต๊อก ด้วยการใช้เครื่องมือทางอิเล็กทรอนิกส์เพื่อวัดปริมาณน้ำมันปาล์ม ซึ่งจะไม่มีใครสามารถเปลี่ยนแปลงหรือแก้ไขได้ วิธีการนี้จะแม่นยำมากกว่าโดยทางกรมการค้าภายในจะเป็นผู้ดำเนินการเพื่อดูในรายละเอียดอีกครั้ง

4.มาตรการในการตรวจสอบการเข้าออกของน้ำมันปลาน้ำมันปาล์มตามด่านชายแดนต่างๆ โดยเฉพาะด่านสะเดาจังหวัดสงขลา เพื่อไม่ให้มีการลักลอบนำปาล์มน้ำมันมาใช้ในประเทศ ซึ่งจะทำให้ราคาปาล์มน้ำมันของไทยตกต่ำลงไปอีกมาตรการที่ 5.ผลักดันการส่งออกปาล์มน้ำมันไปยังต่างประเทศให้ได้มากที่สุด โดยเฉพาะการส่งออกไปอินเดียซึ่งเป็นตลาดสำคัญของไทย และในเร็วๆ นี้ตนจะเดินทางไปยังประเทศอินเดียเพื่อหารือในการส่งออกปาล์มน้ำมันของไทย และ6.ในที่ประชุมเห็นชอบร่วมกันว่าควรต้องมีการผลักดัน พ.ร.บ.ปาล์มน้ำมันแห่งชาติ ถือเป็นเรื่องจำเป็นที่จะต้องมีการผลักดันต่อไป เพราะจะเป็นการแก้ไขปัญหาการน้ำมันทั้งระบบและยั่งยืน

สำหรับการประชุมดังกล่าว เป็นการประชุมหารือแนวทางการบริหารจัดการปาล์มน้ำมันทั้งระบบ โดยผู้ที่เกี่ยวข้องกว่า 100 คนทั้งกระทรวงพาณิชย์ โดยกรมการค้าภายในและกรมที่เกี่ยวข้อง ราชการ รัฐวิสาหกิจ เอกชน และตัวแทนเกษตรกร เช่น นายมนัส พุทธรัตน์ ประธานสมาพันธ์ชาวสวนปาล์มแห่งประเทศไทย นายอธิราษฎร์ ดำดี ผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการนโยบายปาล์มแห่งชาติ นายพันศักดิ์ จิตรรัตน์ ประธานคณะกรรมการด้านปาล์มน้ำมันและพืชพลังงาน สภาเกษตรกรแห่งชาติ เป็นต้น