สาวโร่แจ้งปอท. มือดีฉกรูป-เบอร์โทร ลงเว็ปหาคู่ ถูกหนุ่มรุมโทรจีบนับ10ราย (คลิป)

99

สาวโร่แจ้งปอท. / เมื่อวันที่ 14 ส.ค. ที่ กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท.) น.ส.กรชนก สีใส หรือน้ำส้ม อายุ 32 ปี พนักงานสาวบริษัทเอกชนแห่งหนึ่ง

นำเอกสารเดินทางเข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อร.ต.ท.เปตอง ด่านปรีดา รอง สว.(สอบสวน) กก.3 บก.ปอท.

เพื่อให้ดำเนินคดีกับผู้ไม่หวังดีที่แอบนำรูปภาพพร้อมทั้งมูลส่วนตัวในเฟซบุ๊ก และเบอร์โทรศัพท์มือถือ ไปลงประกาศหาคู่ในเว็ปไซต์โดยระบุข้อความว่า “น้ำส้มค่าา ใครเหงาโทรมาคุยกันนะคะ” จนเกิดความเสื่อมเสียชื่อเสียง

น.ส.กรชนก กล่าวว่า สืบเนื่องจากตั้งแต่เมื่อวันที่ 11 ส.ค. ที่ผ่านมา มีกลุ่มชายปริศนานับ 10 ราย โทรศัพท์และเพิ่มเพื่อนจากแอพพลิเคชันไลน์เข้ามาสอบถามเรื่องที่ตนลงประกาศหาคู่ พร้อมทั้งพูดจาหว่านล้อมอ่อนหวานในทำนองชู้สาว

บางรายถึงขั้นเสนอส่งเสียเลี้ยงดูเป็นแบบรายเดือน ตนจึงสอบถามถึงแหล่งที่มาของข้อมูลส่วนตัวจากบุคคลเหล่านั้นจนกระทั่งทราบว่า มีการประกาศหาคู่ในเว็ปไซต์ดังกล่าว จากนั้นตนได้ปฏิเสธกลับไปว่าไม่มีส่วนรู้เห็นถึงเรื่องที่เกิดขึ้นแต่อย่างใด ก่อนติดต่อไปหาเจ้าของเพจดังกล่าว จนได้ข้อมูลเพิ่มเติมว่ามีผู้นำรูปภาพตนไปสร้างถึง 2 แอ๊กเคานต์ด้วยกัน และขณะนี้เจ้าของเพจได้ทำการลบข้อมูลให้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

ทั้งนี้จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า ผู้ก่อเหตุได้นำรูปภาพทั่วไป รวมทั้งรูปสวมชุดว่ายน้ำ เบอร์โทรศัพท์มือถือ และข้อมูลที่อยู่ในเฟซบุ๊กส่วนตัวบางส่วนของตนไปเผยแพร่ในเว็บไซต์ดังกล่าว ตั้งแต่เมื่อช่วงต้นเดือนส.ค. ที่ผ่านมา โดยมีผู้เข้าชมนับ 100 ราย และมีคนสนใจกว่า 20 ราย จนเป็นเหตุให้มีผู้เข้าใจผิดติดต่อมาหาตนเป็นจำนวนมาก

ส่งผลกระทบต่อหน้าที่การงาน เรื่องส่วนตัว และการใช้ชีวิตประจำวัน อีกทั้งผู้ก่อเหตุยังพยายามเข้ามาแฮกข้อมูลในเฟซบุ๊กส่วนตัว แต่ตนตั้งระบบป้องกันถึง 2 ชั้น จึงไม่สามารถแฮกได้

“สำหรับทุกเว๊ปไซต์ต่างๆที่มีการแสดงข้อมูลส่วนตัวของเรา ขอยืนยันว่าเราไม่มีส่วนรู้เห็น และไม่เคยคิดจะประกาศหาคู่ หากมีผู้ใดนำรูปไปประกาศหรือแสวงหาผลประโยชน์ รวมทั้งขอยืมเงินอย่าไปหลงเชื่อเด็ดขาด เราเล่นเพียงเฟซบุ๊กซึ่งใช้ชื่อว่า Konchanok Seesai และมีแอ๊กเคานต์เดียวเท่านั้น” น.ส.กรชนก กล่าว

เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐานก่อนเร่งติดตามจับกุมตัวผู้กระทำความผิดมาดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป